We need food !?!? "พระสนิทวงศ์" บอกปัดป้ายเราต้องการอาหาร...ไม่รู้ของใคร แต่ไม่ใช่ของวัด (รายละเอียด)

We need food !?!? "พระสนิทวงศ์" บอกปัดป้ายเราต้องการอาหาร...ไม่รู้ของใคร แต่ไม่ใช่ของวัด (รายละเอียด)

วันนี้(27 กุมภาพันธ์ 2560) เวลาประมาณ 10.00น. ที่ประตู5 วัดพระธรรมกาย พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้แถลงข่าวชี้แจงของวัดพระธรรมกาย โดยก่อนการแถลงพระสนิทวงศ์ได้ขอให้ทุกๆคนร่วมสงบนิ่งไว้อาลัยเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับลุงอนวัชที่แขวนคอตายเพื่อเรียกร้องให้คสช.ยุติการใช้ม.44กับวัดพระธรรมกาย

พระสนิทวงศ์แถลงว่าในวันนี้เป็นวันที่12แล้วสำหรับการปฏิบัติงานปิดล้อมวัดพระธรรมกายของเจ้าหน้าที่นั้นคาดการณ์รัฐว่าใช้งบประมาณไปไม่ต่ำกว่า60ล้านบาท และขณะนี้วัดพระธรรมกายได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจึงอยากขอให้นายกรัฐมนตรี เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ เห็นความสงบของประเทศชาติ เห็นแก่พระพุทธศาสนา เห็นแก่ความรู้สึกของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ห่วงใยพระพุทธศาสนา ได้โปรดยกเลิกม.44 เพื่อคืนความสุขให้ประเทศไทยและคืนความสงบให้กับบวรพระพุทธศาสนา

We need food !?!? "พระสนิทวงศ์" บอกปัดป้ายเราต้องการอาหาร...ไม่รู้ของใคร แต่ไม่ใช่ของวัด (รายละเอียด)

จากนั้นได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่คืนเสบียงไข่ไก่ ให้กับวัดพระธรรมกาย เพราะเป็นไข่ที่ญาติโยมนำมาถวายเพื่อเป็นเสบียงให้กับพระในวัด เนื่องจากภายในวัดขณะนี้ขาดแคลนอาหาร จนมีบุคคลนำป้ายผ้าเขียนอักษรว่า " WE NEED FOOD" ไปติดไว้ที่หอสังเกตการณ์ ใกล้กับอาคาร 100 ปี พื้นที่ 196 ไร่ โดยเรื่องนี้ พระสนิทวงศ์ยืนยันว่าวัดไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำป้ายผ้าไปติดไว้ และทางวัดได้ปลดป้ายผ้าออกแล้ว นอกจากนี้ อยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์ที่ปิดอยู่บริเวณทางเข้าออกประตู 15 ออกจากพื้นที่

ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ยึดของกลางเป็นน้ำมันที่พบในวัดนั้นพระสนิทวงศ์กล่าวว่ามีกลุ่มบุคคลไม่ทราบสังกัดแอบเข้ามาสูบเอาน้ำมันจำนวน98,000ลิตรไปโดยไม่ได้รับอนุญาต มีมูลค่าความเสียหายกว่า1.5พันล้านบาท โดยน้ำมันนั้นใช้สำหรับเติมเป็นเชื้อเพลิงให้กับรถที่ใช้ประกอบศาสนกิจในวัดและรถของญาติโยม ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นเชื่อเพลิงก่อความไม่สงบหรือโก่งราคาเพื่อขายต่อ น้ำมันนี้ญาติโยมนำมาถวายอย่างถูกต้อง จึงไม่ได้ถือเป็นทรัพย์ของกลาง ดังนั้นเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วกรุณานำน้ำมันกลับมาคืนทางวัดพระธรรมกายด้วย

ทางด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ได้กล่าวว่าที่ผ่านมา ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร จากการนำเสนอ ของสื่อทุกประเภท ที่เป็นกลางตรงไปตรงมา ด้วยความจริง ในขณะเดียวกันจะได้เห็นเหตุการณ์ ต่าง ๆ ตั้งแต่การปลุกระดมมวลชนมาต่อต้าน การเคลื่อนไหวของแกนนำมวลชน ที่เคยใช้ความรุนแรง และอดีตนักการเมืองที่เข้ามาในพื้นที่ การบิดเบือนข้อมูล สร้างภาพอันเป็นเท็จเพื่อปลุกกระแส ในสังคมออนไลน์ เช่นการปล่อยข่าวเจ้าหน้าที่จะยึดหรือนำพระทองคำของทางวัดไป เจ้าหน้าที่มีอาวุธและใช้ความรุนแรงกับพระและมีการขัดขวางการตรวจสอบใบสุทธิของพระ มีการแขวนป้าย" We need food" เพื่อเจตนาบิดเบือน ว่าเจ้าหน้าที่ห้ามนำอาหารเข้าไปภายในวัด เหล่านี้เป็นต้น โดยพยายามจุดกระแสว่า คำสั่งตามมาตรา44  คือประเด็นปัญหา

จากนั้นกล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้ทางคสช.ต้องการชี้ให้เห็นว่า นี่คือปัญหาร่วมกันของคนในประเทศ ที่กฎหมายอะไรก็ยุติคนไม่ดีไม่ได้ และวันข้างหน้าถ้าไม่มีม.44 ไม่มีคสช.เราจะอยู่กันอย่างไรและอนาคตจะเป็นอย่างไร การใช้กฎหมู่ไม่เคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อันจะนำไปสู่ความเดือดร้อนวุ่นวาย  โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้ปฎิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ตั้งแต่การเจรจา และขอเข้าตรวจค้น ตามคำสั่งของศาล ซึ่งนอกจากจะไม่ได้รับความร่วมมือแล้ว ยังถูกขัดขวางทุกวิถีทาง การแถลงข่าวการป่วยไม่สามารถไปไหนได้ การกดดันและต้องการให้เกิด ภาพการกระทบกระทั่ง จนสุ่มเสี่ยงต่อการ ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงขึ้น คสช.จึงจำเป็น ต้องใช้กฎหมายพิเศษ เข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คำสั่งที่ 5/60 ไม่ได้กระทบกระเทือน ริดรอนสิทธิ หรือสร้างผลกระทบ ต่อประชาชนโดยทั่วไป แต่อย่างใด ในทางตรงข้ามจะเป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกฎหมายปกติ ไม่สามารถทำได้
 

 

 

 

....Sineenut Tnews.....