ขยับทีละขั้นทีละตอน!!! รัสเซีย - จีน ใช้ทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ เลิกพึ่งดอลลาร์สหรัฐฯ

Publish 2018-01-10 13:54:57



เมื่อช่วงต้นปี 2017  รัสเซีย จีน จับมือเดินหน้าปิโตรเคมี โดยรอสเนฟต์ รัฐวิสาหกิจพลังงานรายใหญ่ของรัสเซีย เห็นชอบในข้อตกลงร่วมทุนกับบรรษัทเคมีแห่งชาติจีน เคมไชน่า ให้เคมไชน่าเข้าถือครองหุ้นสัดส่วนร้อยละ 40 ในแผนการจัดตั้งนิคมปิโตรเคมีวีเอ็นเอชเคในพื้นที่ทางตะวันออกของรัสเซีย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมด้านเงินทุนและช่วยรอสเนฟต์ในการเปิดสู่ตลาดเอเชีย-แปซิฟิก
มีการลงนามในสัญญาระยะเวลา 1 ปี ให้รอสเนฟต์เป็นผู้ส่งน้ำมันดิบแก่เคมไชน่ามากถึง 2.4 ล้านตัน ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 2559 - 31 ก.ค. 2560 นายอิกอร์ เซชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเรสนอฟต์ เผยว่า ไม่มีแผนจะตัดลดปริมาณการจัดส่งสู่ตลาดจีน และจะพยายามรักษาตำแหน่งทางการตลาดไว้ ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดร่วมกับผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ อิรัก และอิหร่าน โดยจะคงอัตราไว้ที่ราว 40 ล้านตันต่อปี เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา รัสเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของจีนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

(คลิกอ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง :มหาอำนาจใหม่ ถีบ สหรัฐฯ ตกขบวน!! “รัสเซีย – จีน” ลงขัน ธุรกิจพลังงาน ใช้เงินรูเบิล – หยวน เมินดอลลาห์ เดินหน้าเปิดธนาคาร ระหว่างกัน)

 



ในการเดินทางเยือนจีนของผู้นำรัสเซียพร้อมด้วยรัฐมนตรีและนักธุรกิจชั้นนำ ได้มีการหารือกันเกี่ยวกับความร่วมมือทางธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับแผนธุรกิจ 58 โครงการ รวมมูลค่าราว 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.75 ล้านล้านบาท) ซึ่งนอกจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบด้านการเสริมกำลังความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ในระดับโลกด้วย

แถลงการณ์ของทั้งสองรัฐบาลที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของทางการรัสเซีย เรียกร้องให้นานาชาติปฏิบัติตามแนวทางของกฎหมายระหว่างประเทศ รักษาการเคลื่อนไหวทางทหารไว้ในระดับต่ำสุดเท่าที่จำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ และอดทนอดกลั้นต่อการกระทำใดๆ ก็ตามที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแผ่ขยายและเพิ่มเติมพันธมิตรทางทหาร โดยแถลงการณ์ยังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธในทวีปยุโรปและเอเชีย

 

แถลงการณ์นี้ก็มีขึ้น ในช่วงเวลาเดียวกับการปะทุรอบใหม่ ของความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งเสริมกำลังเข้าไปในภูมิภาคยุโรปตะวันออก รวมถึงระบบป้องกันขีปนาวุธด้วย ซึ่งนาโตระบุว่าเป็นความจำเป็นเพื่อโต้ตอบต่อการรุกรานยูเครนของรัสเซีย นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่สหรัฐ ได้กล่าวอ้างถึงการกระทำของเกาหลีเหนือ และออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้ รีบพิจารณาในการที่จะนำเอาระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD เข้าไปติดตั้งโดยเร็ว ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ จีน และ รัสเซีย ถือเป็นภัยคุกคาม ดังนั้น การร่วมมือในครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นการสื่อให้เห็นว่ารัสเซีย มีพันธมิตรใหญ่อย่างจีนอีกประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของสหรัฐ และ นาโต
ทางด้านเว็บไซต์ anonhq.com ได้รายงานข่าวกรณี รัสเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่ทรงพลังมากที่สุดในโลก ล่าสุดความสัมพันธ์ระหว่างตะวันออกกับตะวันตกในขณะนี้ดูเหมือนจะห่างเหินกันมากยิ่งขึ้น ดังนั้นประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียได้เสนอให้ถอนตัวออกจากธนาคารโลก และเข้าสู่การถือทองคำแทน

 ไม่เพียงแต่รัสเซียรายเดียวที่กำลังดำเนินการในเรื่องนี้ ปัจจุบันประเทศในกลุ่ม BRICS เช่นบราซิล อินเดีย จีนและแอฟริกาใต้ กำลังวางแผนที่จะออกจากระบบธนาคารระหว่างประเทศเพื่อความเป็นอิสระทางการเงินมากขึ้น

 อย่างไรก็ตามสำหรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ภัยคุกคามดังกล่าวเกิดขึ้นในรูปแบบของระบบโทรคมนาคมระหว่างประเทศการเงินระหว่างประเทศหรือระบบ SWIFT ซึ่งช่วยให้สามารถโอนเงินในต่างประเทศได้ง่ายเช่นผ่านทางระบบอเมริกันเอ็กซ์เพรส อย่างไรก็ตามปัญหาก็คือธนาคารระหว่างประเทศกำลังขู่ว่าจะห้ามการเข้าระบบนี้จากรัสเซียถอนตัวออกจากธนาคารโลก

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนได้แจ้งให้ผู้นำโลกทราบถึงผลที่จะต้องเผชิญหากพวกเขากำจัดรัสเซียออกจากระบบ SWIFT
Ewald Nowotny นักเศรษฐศาสตร์และผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรปได้เน้นย้ำว่ารัสเซียจะถูกกำจัดออกจากระบบ SWIFT บริษัท ต่างชาติที่ทำธุรกิจในรัสเซียจะเป็นคนแรกที่ประสบภัย

 อย่างไรก็ตามตามที่ Elvira Nabiullina นักเศรษฐศาสตร์ชาวรัสเซียและอดีตที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีปูตินและหัวหน้าธนาคารกลางแห่งรัสเซีย บอกว่าถ้ารัสเซียถูกถอดออกจาก Worldwide Interbank Financial Telecommunications ธนาคารของรัสเซียจะไม่พังทลาย เธออธิบายว่าพวกเขาคิดค้นระบบใหม่ที่จะดำเนินการต่อในรูปแบบ SWIFT และจะเป็นทางเลือกสำหรับประเทศต่อไป

ตามรายงานที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้วธนาคารมากกว่าสามร้อยแห่งในรัสเซียได้ใช้ SWIFT ทางเลือกคือระบบสำหรับการโอนเงินทางการเงินหรือ SPFS

นอกจากนี้เพื่อเพิ่มระบบ SPFS สาขาธนาคารกลางของรัสเซียแห่งแรกของรัสเซียที่กรุงปักกิ่งได้เปิดขึ้นและจีนได้เปิดสถาบันการเงินในรัสเซียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่างสองประเทศและจุดเริ่มต้นของ de-dollarization

 

 



 

ล่าสุดเมื่อวันที่  8 มกราคม 2560 มีรายงานข่าวว่า จีน และรัสเซีย ได้ออกมาเปิดเผยการสะสมทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาแต่ละประเทศมีการถือครองทองคำน้อยกว่า 400 ตัน แต่ตอนนี้ทั้งสองประเทศถือรวมทองคำรวมกันอยู่มากกว่า 3670 ตัน และในอนาคตอาจจะมีทองคำในคลังมากยิ่งขึ้นเนื่องจากมีช่องทางมากมายที่พวกเขาสามารถซื้อโลหะอันมีค่านี้ได้
เนื่องจากจีน และ รัสเซีย มองว่า เงินดอลล่าร์ มีความอ่อนไหว ได้ง่ายและอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ ทั้งสองจึงต้องการหนีออกจากการถูกครอบงำทางเศรษฐกิจ ที่มีสหรัฐฯ เป็นแกน จึงหันมาสำรองทุนของประเทศเป็นทองคำ  และ สะท้อนให้เห็นว่าที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศ นั้นได้พยายามที่จะไม่ใช้เงินสกุลดอลลาร์ในการทำธุรกิจระหว่างกันมาตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมานั่นเอง

  (คลิกอ่านข่าวอื่นเพิ่มเติม :ประมวลกลิ่นไอสงครามโลกครั้งที่ 3 สหรัฐฯ อิสราเอล รวมเป็นฝ่ายเดียวกัน ส่วนโลกมุสลิม ดึงจีน รัสเซีย เข้ามาเป็นพวก)

 

  (คลิกอ่านข่าวอื่นเพิ่มเติม :นายกฯ บินประชุม BRICS พบผู้นำจีน รัสเซีย วันแรกเซนต์ MOU 4 ฉบับ ความร่วมมือไทย จีน ด้าน สี จิ้นผิง พาจีน ขึ้นผู้นำด้านเศรษฐกิจ เทียบสหรัฐฯ)

 

  (คลิกอ่านข่าวอื่นเพิ่มเติม :อังกฤษส่งเรือพิฆาต เข้าประกบของเรือรบรัสเซีย อีกครั้งขณะวิ่งผ่านช่องแคบอังกฤษ คาดกลับจากปฏิบัติการในตะวันออกกลาง)



เรียบเรียงโดย

เเสงจันทร์ กันธิยะ