รวบแล้ว ! 3โจ๋อาชีวะไล่ยิงคู่อริ พลาดโดนเด็กกตัญญูวัย 15 เสียชีวิต อ้างไม่ได้ตั้งใจ

Publish 2016-01-21 16:30:05

ตำรวจสน.บางชัน จับกุมตัวนักศึกษาอาชีวะ 3 คน ซิ่งจักรยานยนต์ไล่ยิงคู่อริ แต่ทว่ากระสูนพลาดโดนเด็กกตัญญูวัย15 ปี เสียชีวิต เบื้องต้นอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจ

 

วันนี้  (21 ม.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงาน   พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) แถลงผลการจับกุม นายวรภาส ลิมทวีสมเกียรติ อายุ 21 ปี กับพวกรวม 3 คน พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อค เสื้อผ้าที่สวมใส่ ในวันก่อเหตุใช้อาวุธปืนไล่ยิงคู่อริ ภายในซอย กาญจนาภิเษา 25 เขตสะพานสูง เย็นวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เยาวชน วัย 15 ปี ถูกกระสุนลูกหลง เสียชีวิต

 

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา  นายบัญญวัต สืบสำราญ อายุ 15 ปี เด็กยอดกตัญญู ลาออกโรงเรียนมาเป็นลูกจ้างติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อหารายได้เลี้ยงแม่และน้อง ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้เดินทางพร้อมกับนายชาญชัย ศรีบุรี อายุ 35 ปี นายจ้างไปติดตั้งดาวเทียมที่ย่านอ่อนนุช  และในระหว่างเดินทางกลับบ้านพักนั้นก็ได้มีรถจักรยานยนต์ 2 - 3 คัน ขี่ไล่กันมาจากท้ายซอยและมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จนทำให้กระจกรถยนต์แตกลูกกระสุนทะลุไปถูกหน้าผากเด็กวัย 15 ปีรายนี้ จนเสียชีวิต  

 

หลังจากนั้น ตำรวจสืบสวน สน.บางชันและนครบาล 4 ประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดบริเวณที่เกิดเหตุและสอบพยานแวดล้อม เบื้องต้นพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่น 4 คันขับขี่รถจักรยานยนต์มา 3 คัน ทำท่าทีเหมือนรอคู่อริ จนกระทั้งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมคนร้าย 3 ราย บริเวณซอยเสรีไทย 73 แขวงและเขตคันนายาว และห้องพักในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

 

จากการสอบสวน นายวรภาส ลิมทวีสมเกียรติ ให้การรับสารภาพ โดยระบุว่า ก่อนเกิดเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดรถเพื่อนซื้อของ ขณะนั้น พบวัยรุ่น 2 คน แต่งกายคล้ายนักศึกษาอาชีวะ ขับขี่จักรยานยนต์เข้ามาในพื้นที่ จึงใช้อาวุธปืนไล่ยิง แต่กระสุนพลาดไปโดน เยาวชน วัย 15 ปี เสียชีวิต ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ สั่งซื้อ ทางอินเตอร์เน็ต ในราคา 6,500-7,000 บาท

 

ทั้งนี้ หลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่นำตัว ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมทั้งนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป