"ซาตานในคราบนักบุญ" เปิดคดีสาวพีอาร์ จมน้ำตายคลองสุวรรณภูมิ "หนุ่มกู้ภัยหื่น"รับลวงไปข่มขืน

Publish 2016-11-18 17:43:19

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงสาวกระโดดน้ำฆ่า ตัวตาย ที่บริเวณคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ กม.5 ต.บางปลา คนตายอายุประมาณ 25-28 ปี  สภาพศพแขนขวามีรอยคล้ายถูกกัดเป็นวงเขียว เท้าเปล่า มีแผลถูกหญ้าและหนามเกี่ยวบาดหลายแห่ง

จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนขับรถจยย.มากับภรรยา เห็นผู้ตายวิ่งออกมาจากป่าหญ้าข้างทาง พร้อมตะโกนว่าถูกข่มขืนจึงหยุดรถ หญิงสาวคนดังกล่าวกระโดดขึ้นมาแทรกนั่งกลางระหว่างตนกับภรรยา แต่หลังจากออกรถไปได้ไม่นาน หญิงสาวได้ขอให้หยุดรถและรีบวิ่งกลับไปจุดเดิม ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าทำไม จากนั้นไม่นานตนกับภรรยาก็ตัดสินใจวกรถกลับไปยังจุดเดิม  เนื่องจากเป็นห่วง แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าหญิงคนดังกล่าว นอนเป็นศพแน่นิ่งคว่ำหน้าอยู่ในน้ำแล้ว

 

วันรุ่งขึ้น (14 ม.ค.57) ตำรวจ สภ.บางพลี ได้นำภาพศพของหญิงสาว ประกาศตามหาญาติในโลกโซเชียล และได้รับการติดต่อจากแฟนหนุ่มซึ่งเป็นนายทหาร ยศ ร.อ. และแม่ของผู้ตาย ทันทีที่แม่ของผู้ตายเห็นศพก็น้ำตาไหลนองหน้า พร้อมยืนยันว่าเป็นศพลูกสาวตัวเองจริง

แฟนหนุ่ม ให้การว่า ผู้ตายชื่อ น.ส.ชนัญชิตา เสือฟิว หรือ "ปุ้ย" อายุ 28 ปี เป็นประชาสัมพันธ์อยู่ที่บริษัท เดอะ เพลนท์ ทองหล่อ-เอกมัย อยู่บ้านเลขที่ 15/3 ม.1 ต.คลองสิบ อ.หนองจอก กทม. ตนได้รับโทรศัพท์จากผู้ช่วยผู้จัดการห้างฟู้ดแลนด์ สาขาหัวหมากว่า แฟนของตนเข้ามารับประทานอาหารตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 12 ม.ค.57 โดยสั่งข้าวและน้ำเปล่ามานั่งทานคนเดียว และเกิดช็อกหมดสติ  จึงได้แจ้งกู้ภัยให้นำตัวส่งโรงพยาบาลรามคำแหง  ตนจึงรีบไปโรงพยาบาล แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบแฟนสาว จึงเอะใจ และไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก  เพื่อให้ตรวจสอบคนหาย  ต่อมาตนก็พบภาพสาวปริศนาเสียชีวิตในโลกออนไลน์  เมื่อเปิดเข้าไปดูก็ต้องตกใจเพราะเป็นแฟนสาวของตัวเอง เลยโทรแจ้งแม่ของแฟนให้มาตรวจสอบ



ผู้ช่วยผู้จัดการห้างฟู้ดแลนด์ หัวหมาก ก็ให้ปากคำตรงกับแฟนผู้ตาย คือได้โทรเรียกกู้ภัยมานำร่างของผู้ตายที่หมดสติ  โดยช่วยกันประคองให้นั่งเบาะหน้าคู่คนขับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ  จึงได้เรียกสอบปากคำ นายธวัชชัย แซ่ซิ้ม อายุ 32 ปี พนักงานกู้ภัย  รับว่ามารับผู้ตายขึ้นรถจะไปส่งโรงพยาบาลจริง แต่ผู้ตายฟื้นและเกิดอาการคลุ้มคลั่ง จนกระทั่งกระโดดลงจากรถตรงหน้าโรงพยาบาล  ตนก็กลับไปประจำจุดที่แถวถนนรามคำแหง
   
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายธวัชชัย เนื่องจากพบพิรุธหลายอย่าง และเมื่อนำตัวไปตรวจสารเสพติดก็พบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงได้ควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาเสพยาบ้าเอาไว้ก่อน

 

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของห้างดังกล่าว พบว่า นายธวัชชัยเดินทางมารับเหยื่อคนเดียว  ส่วนเหยื่ออยู่ในอาการคล้ายคนเมาไม่ได้สติ  นั่งรถวีลแชร์ออกจากห้าง โดยนายธวัชชัยประคองผู้ตายขึ้นรถและได้ถือกระเป๋าของผู้ตายไว้ด้วย และภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลก็พบว่า นายธวัชชัยขับรถไปโรงพยาบาลจริง แต่จอดอยู่หน้าตึกฉุกเฉินไม่ถึงนาที ไม่มีใครลงออกจากรถ และก็ขับรถออกจากโรงพยาบาลไป  หลังจากเกิดเหตุกระเป๋าของผู้ตายหายไป

ต่อมา เมื่อเวลา 00.10 น. ของวันที่ 15 มกราคม 2557  นายธวัชชัย  ยอมรับว่า  ระหว่างทางได้ล่วงละเมิดทางเพศมาตลอด พอถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ เป็นสถานที่เปลี่ยว จึงคิดจะข่มขืน  จึงได้ลงมือถอดเสื้อผ้า แต่ผู้ตายมีสติขึ้นมาและพยายามต่อสู้ขัดขืนไม่ยอม โดยผู้ตายไปคว้ามีดที่อยู่ในรถจึงหยิบมาขู่ ตนจึงคว้าไว้และกัดเข้าไปที่แขนเพื่อให้ปล่อยมีด แต่ผู้เสียชีวิตใช้เท้าถีบและเตะตน จนสามารถแย่งมีดกลับคืนไปได้และเคาะที่กระจกด้านหน้าคนขับ  ตนเกิดความกลัวจึงยอมเปิดล็อกประตู ให้ชีวิตวิ่งลงไป ก่อนจะรีบขับรถหนี พร้อมกับนำแหวนทองรูปหัวใจมีเพชร 2 วงไปขายในราคาไม่เกิน 5,000 บาท ก่อนนำไปซื้อยาบ้าเสพ  ส่วนกระเป๋าเหยื่อนั้นโยนทิ้งก่อนเผ่นหนี  หลังจากขยายผลทราบอีกว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน เป็นเพื่อนของกู้ภัย โดยนำทรัพย์สินของเหยื่อไปขาย


บ่ายของวันที่ 15 มกราคม 2557 พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ(ขณะนั้น)  ได้นำตัวคนร้ายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งมีไทยมุงมาดูเหตุการณ์จำนวนมาก  คดีนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายธวัชชัย ฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน โดยใช้กำลังหรือขู่เข็ญด้วยประการใด, ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป, มีเครื่องวิทยุสื่อสารคมนาคมใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาบ้า


" คดีอุ้มเหยื่อสาวพีอาร์ เราจับกุมคนร้ายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง คดีเริ่มจากพบศพเหยื่อสาวที่จมน้ำตาย จากนั้นจึงขยายผลไปถึงที่มาที่ไปของเหยื่อ กระทั่งทราบมาว่า ก่อนที่เธอจะเอาชีวิตมาทิ้งนั้น เธอมีอาการคล้ายคนถูกมอมยา หมดสติอยู่ที่ห้างฟู้ดแลนด์ สาขาหัวหมาก ทางห้างฯ จึงประสานหน่วยกู้ภัยให้มารับตัวไปรักษาพยาบาลที่ รพ.รามคำแหง แต่ทว่าหลังจากนั้น  ก็ไม่มีใครพบเห็นเธออีก  กระทั่งมีคนพามาปล่อยไว้ในเขตท้องที่บางพลี และวิ่งเตลิดลงคลองลงไปจมน้ำเสียชีวิต  ผมจึงสั่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิด จนกระทั่งพบว่าคนร้ายทำทีเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย ไปรับเหยื่อจากห้างฯ แล้วหายตัวไป จึงตามตัวมาสอบปากคำ จนกระทั่งยอมรับสารภาพ"  คำกล่าวปิดคดีของ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี (ขณะนั้น)

กล่าวถึงเหตุร้ายครั้งนี้  ได้สร้างความเศร้าเสียใจให้ครอบครัว น.ส.ชนัญชิตา เป็นอย่างยิ่ง เพราะ"น.ส.ชนัญชิตา" เป็นเสาหลัก ทำงานหาเงินช่วยเหลือครอบครัวมาโดยตลอด แต่เธอต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของ "ซาตานในคราบนักบุญ"

ขอบคุณข้อมูล ภาพ จากเว็ปไซต์ผู้จัดการ,เว็ปไซต์ไทยรัฐ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายวิทย์ณเมธา เกตุแก้ว