เปิดปาก!!! "รุ้ง" พยานเอก จับพิรุธ "อ๊อฟ" เจอหลังเกิดเหตุ แฉคลิปเสียงลวนลาม "น้องหญิง" ก่อนฆ่า!!?

Publish 2018-08-02 09:30:22

 

จากกรณีที่ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ หญิง อายุ 19 ปี เสียชีวิตปริศนาหลังจากไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.บางปะอิน จ.อยุธยา เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 61 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องสงสัย คือ นายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ อายุ 23 ปี คนขับรถเทรลเลอร์ ในความผิดฐาน “หน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ซึ่งขณะที่ถูกฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น
 



 

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (1 ส.ค. 61)  “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.20 น. ได้เชิญ นายสุบิน ยาวิราช พ่อของน้องหญิง, น.ส.ภาณิศา ยาวิราช อาของน้องหญิง, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม, น.ส.รุ้ง เพื่อนผู้เสียชีวิต, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมพูดคุยในรายการ

 


โดยตอนหนึ่ง น.ส.รุ้ง เพื่อนผู้เสียชีวิต เล่าถึงวินาทีที่น้องหญิงได้โทรศัพท์มาหาว่า น้องหญิงรู้สึกกลัวคนชื่ออ๊อฟ เนื่องจากตอนที่อยู่ในร้านเหล้า

ได้กระชากแขนและลวนลาม ตอนนั้นตนจึงตัดสินใจขอพูดสายกับ น.ส.เป็ด แต่น้องหญิงบอกว่า น.ส.เป็ด หลับ แต่เมื่อ น.ส.เป็ด มาคุยกลับ ก็พบว่าน้ำเสียงเป็นปกติ ไม่เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน และก็เป็นการพูดคุยตามคลิปเสียงที่แชร์ ที่ น.ส.เป็ด บอกว่าจะพาน้องหญิงกลับบ้านอย่างปลอดภัย ตนก็เชื่อใจว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะ น.ส.เป็ด อยู่กับน้องหญิงด้วย แต่เมื่อตนโทรกลับไปหาหญิงอีกรอบ น้องหญิงก็อยู่บนรถเทรลเลอร์กับนายอ๊อฟแล้ว ซึ่งสัญญาณโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายที่ขาดไปหาย เวลาประมาณ 05.38 น.

 

 

น.ส.รุ้ง เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุ ตนได้ไปหาน้องหญิงที่โรงพยาบาล นายอ๊อฟบอกตนว่า น้องหญิงกระโดดลงจากรถ และเจ้าตัวได้นำโทรศัพท์น้องหญิงมาคืน โดยอ้างว่าโทรศัพท์ตกอยู่ในป่าข้างทาง เมื่อตนถามว่าลวนลามน้องหญิงหรือไม่ นายอ๊อฟบอกว่าไม่ได้ลวนลาม ตนจึงไม่อยากพูดอะไรต่อ เพราะได้อัดคลิปเสียงเอาไว้แล้ว รวมทั้งนายอ๊อฟก็มีกลิ่นเหล้าแรงมาก ซึ่งตนก็สงสัยตั้งแต่แรกว่าเหตุการณ์ไม่ปกติ ตนจึงบอกให้พ่อของน้องหญิงฟังคลิปเสียง ซึ่งในวันนั้น น.ส.เป็ด ได้โทรมาบอกว่าจะหาน้องหญิงที่โรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็ไม่มา

ทั้งนี้ น.ส.รุ้ง ยังบอกอีกว่า ระยะทางจากร้านเหล้ากับห้องพักของน้องหญิงห่างกันเพียงนิดเดียว แต่เหตุเกิดขึ้นที่ถนนสายเอเชีย ซึ่งไกลกว่าห้องพัก และตนยืนยันว่า น้องหญิงกลัวนายอ๊อฟ และ น.ส.เป็ดก็รู้ว่าหญิงกลัว และรู้ว่าอ๊อฟลวนลามหญิงในร้านเหล้า ซึ่ง น.ส.เป็ด ก็ยอมรับเองในคลิปเสียง
 

 


ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เผยว่า สัญญาณโทรศัพท์ของน้องหญิงขาดหายไป เวลาประมาณ 05.38 น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่สัญญาณจีพีเอสของรถเทรลเลอร์หยุดจอดประมาณ 4 นาที ตนคิดว่าเป็นเวลาที่น้องหญิงกำลังถูกทำร้าย และคาดว่าเหตุที่เกิดขึ้น เป็นเพราะ น.ส.เป็ด ใช้กลอุบายในการเปลี่ยนรถ เพื่อให้น้องหญิงไปกับนายอ๊อฟ โดยอ้างว่าตัวเองจะไปทำงานด่วนที่ จ.สระบุรี

นายอัจฉริยะ ยังบอกอีกว่า ร่างของน้องหญิงมีลักษณะแผลที่ผิดแปลก เพราะผลชันสูตร ระบุว่าถูกของแข็งไม่มีคมตี ที่ศีรษะจนกระโหลกบวม ซึ่งเห็นชัดเจนว่า ถูกตี 2 จุด แผลวงกลมไขว้กันเป็นเลข 8 แตก เป็นลักษณะใยแมงมุม ซึ่งไม่ใช่รอยแตกจากการกระโดดรถ และพ่อของน้องหญิงได้เอาผลชันสูตรไปให้ตำรวจ แต่ตำรวจกลับไม่สนใจ ซึ่งจากการตรวจเบาะรถเทรลเลอร์ถึงพื้นมีความสูงจึง 1.80 เมตร ซึ่งถ้าน้องกระโดดลงมาจะต้องมีรอยถลอกและมีรอยดิน เนื่องจากวันเกิดเหตุมีฝนตก แต่ศพกลับไม่มีรอยอะไร

 

 

ทั้งนี้ เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นแล้วเมื่อ 1 เดือนก่อน โดน น.ส.เป็ดได้มารับ น.ส.เจน ที่หอพัก และพาไปร้านเหล้า เมื่อ น.ส.เจน เมา ก็ให้นายอ๊อฟพา น.ส.เจนไปข่มขืนที่รีสอร์ท ซึ่งในกรณีของ น.ส.เจน หลังจากที่ข่มขืนเสร็จ ก็ขับรถเทรลเลอร์มารับ และพาตัว น.ส.เจน ไปด้วยกันถึง 2 วัน สุดท้ายจึงพามาส่ง ซึ่งหาก น.ส.เป็ด ได้รับผลประโยชน์จากการล่อลวง ก็จะถือว่าเข้าข่ายการค้ามนุษย์ด้วย

 

 

 

ขอบคุณ  รายการต่างคนต่างคิด อัมรินทร์ทีวี HD34


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อติ บุญเสริม