รองผบ.ตร. เเถลง 3 ขบวนการภาคเหนือ มีความเชื่อมโยงกัน (คลิป)

Publish 2019-04-05 19:21:51

   พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงจับ 3 ขบวนการค้ายาเสพติด รายใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือพร้อมตรวจยึดยาเสพติดประมาณ 21,000,000 เม็ดเบื้องต้นคาดว่าทั้ง 3 ขบวนการมีความเชื่อมโยงกัน และยาเสพติดน่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน ยอมรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีการลักลอบขนยาเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่เป็นจำนวนมาก


ยานรกล็อตมหึมากว่า 21ล้านเม็ด

 


โดยเคสที่ 1 สามารถจับกุมได้ที่สวนผลไม้บ้านแม่ตะละ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ได้ผู้ต้องหา 5 คนคือนายสุทิน แซ่ท้อ อยู่ระหว่างหลบหนีการออกหมายจับ นายจันทร์ติ๊ก แซ่เล่า
คนขับรถจักรยานยนต์ นายศิลายุทธ แซ่ลี คนนั่งซ้อนท้าย นายชาญชัย แซ่เห้อคนขับรถยนต์นำ และนายกิตติศักดิ์ แซ่เห้อ คนโดยสารรถนำ พร้อมยาบ้า 49 กระสอบ ประมาณ 9,798,000 เม็ดรถยนต์กระบะมิตซูบิชิสีขาวหมายเลขทะเบียน ยข  3843 เชียงใหม่

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในจึงเพิ่มความเข้มในการตั้งจุดสกัด กระทั่งได้รับแจ้งว่าพบรถต้องสงสัยมีผ้าใบปกปิดไว้ขับมาตามถนนสายเชียงราย-เชียงใหม่ จากสามแยกปากทางแม่สวย มุ่งหน้าอำเภอเวียงป่าเป้า เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจท่าก๊อ จึงตั้งจุดตรวจ จุดสกัดจับ จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.30 นาที รถจักรยานยนต์คาวาซากิ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กผ  2190 เชียงใหม่ที่มีนายจันทร์ติ๊กเป็นผู้ขับขี่ และนายศิลายุทธเป็นผู้ซ้อนท้าย มีรถยนต์แบบตอนเดียวยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน ผจ 7343 เชียงราย มีนายชาญชัย เป็นผู้ขับขี่ และนายกิตติศักดิ์โดยสารข้างคนขับ ผ่านมาถึงจุดตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจขอทำการตรวจค้นระหว่างนั้นได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 ชุดคอยสังเกตการณ์ บริเวณทางเข้าถนนสายบ้านแม่โฮ่ง-แม่ตะละ ว่าพบรถยนต์กระบะมิตซูบิชิสีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมีผ้าใบปกคลุมด้านหลังอย่างมิดชิดเลี้ยวเข้าไปยังถนนสายดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เพื่อหลบหนีการตรวจค้นซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนสภ แม่จันที่ได้รับคำสั่งให้มาสนธิกำลังขี่ตามไปในป่าเพื่อสกัดจับ และพบว่าผู้ขับขี่นำรถยนต์ไปจอดทิ้งไว้กลางสวนผลไม้ สภาพยางหน้ารถแตก

 

 

 

ไม่สามารถขับต่อไปได้ ส่วนนายสุทิน ผู้ขับขี่หลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบยาบ้า 49 กระสอบประมาณ 9.8 ล้านเม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง    ต่อมาทำการขยายผลตรวจค้นบ้านของนายวิชัยผู้ครอบครองรถยนต์กระบะมิตซูบิชิสีขาวหมายเลขทะเบียน ยข 3843 เชียงใหม่ ทราบว่านายวิชัยขายรถยนต์ให้กับนายสุทิน เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจค้นบ้านของนายสุทินแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายและไม่พบตัวนายสุทิน จึงออกหมายจับ

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน เเถลงข่าวจับกุม

 

 


ส่วนเคสที่ 2 เป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ แม่สาย จับกุม 6 ผู้ต้องหา ได้ที่ จันนึก รีสอร์ท อำเภอแม่สาย คือนายจายสาม หรือศักดิ์ชัย ชุ่มใจสัญชาติไทยใหญ่ นายทิชากร ไชยว่องนางสาวปิยมาภรณ์ มหายศนันท์ นางประนอม ดอนไชย นายอำนวย และนางนิลุบล สมอพันธ์ พร้อมยาบ้า บรรจุในกระเป๋าเป้ 12 ใบ ประมาณ 2.6 ล้านเม็ด รถยนต์กระบะนิสสันฟอร์ดเรนเจอร์ โตโยต้ารีโว่  รถยนต์โตโยต้า วีออส และรถจักรยานยนต์ 2 คัน

 

 

โดยชุดจับกลุ่มได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่รีสอร์ทมีกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดจะนำยาเสพติดมาพักไว้  เพื่อลักลอบขนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงวางแผนซุ่มดู พบกลุ่มบุคคลหลายคนและรถของกลางเข้าออกรีสอร์ทผิดสังเกต จึงเฝ้าติดตามดู

.


อย่างใกล้ชิด เห็นการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาพักในรีสอร์ท โดยกลุ่มผู้ต้องหาขับรถยนต์ 3 คันออกจากรีสอร์ทที่มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ จึงเข้าทำการตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 12 กระเป๋าเป้ประมาณ 2,598000 ล้านเม็ด ภายในห้องพักจึงยึดไว้เป็นของกลาง จากการสอบปากคำนายศักดิ์ชัย รับว่าได้รับการว่าจ้างจากเฮียหลง ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศเมียนม่า เป็นค่าจ้างขนประมาณหนึ่งล้านบาท ทำมาแล้ว 1 ครั้งโดยได้รับเงินค่าขนล่วงหน้ามาก่อน 10,000 บาท ส่วนนายทิชากร รู้จักกับนายศักดิ์ชัยมาหลายปี มีหน้าที่นั่งเป็นเพื่อนคอยบอกทางในการลำเลียงยาบ้าเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

.

และในวันที่ 4 เมษายนเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นห้องพักหลังมหาวิทยาลัยพายัพตามคำให้การเพิ่มเติมของนายนิชากร ตรวจยึดทรัพย์สิน 14 รายการประมาณ 100,000 บาทและพบยาบ้าอีก 3 เม็ด ไอซ์ 0.58 กรัมอุปกรณ์การเสพยา จึงตรวจยึดไว้ เพื่อประกอบการดำเนินคดี

.

เคสที่ 3 เป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่แนวชายแดนและเข้าสู่ตอนใน รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ บ้านดู่ โดยตรวจยึดยาบ้า 54 กระสอบ ประมาณ 9,400,000 เม็ด รถยนต์กระบะ เอกสารการเช่ารถ สมุดบัญชีเงินฝากของนายสุนทร มาเยอ และของกลางอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง

.

โดยเคสนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน โดยใช้รถกระบะโตโยต้า

 


ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จึงสืบสวนติดตาม จนเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ตำรวจชุดจับกลุ่มสามารถตรวจยึดของกลางได้ที่ถนนสายรอง จากถนนพหลโยธินในเขตติดต่อระหว่างอำเภอแม่จัน อำเภอเมืองเชียงราย และพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 23.30 เจ้าหน้าที่ ตั้งจุดสกัดระหว่างอำเภอแม่จัน ติดต่ออำเภอเมืองเชียงราย พบรถยนต์กระบะโตโยต้าเสริมโครงเหล็ก ด้านหลังกระบะบรรทุกสิ่งของมีผ้าใบ สีฟ้าปกคุม ขี่มาตามถนนสายรอง โดยขับขี่อย่างรวดเร็วเพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดอีกส่วนหนึ่งให้ทำการเรียกตรวจรถยนต์คันดังกล่าว

 

 

 

แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจนถึงเขตพื้นที่ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอแม่จัน รถกระบะคันดังกล่าวเร่งความเร็วหลบหนี จนเมื่อเวลา 23:40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถคันดังกล่าวจอดอยู่ริมถนนบ้านห้วยเจริญจึงทำการตรวจค้น พบว่ายางรถยนต์ด้านหลังระเบิดไม่พบผู้ขับขี่ ตรวจสอบด้านหน้าและด้านหลังกระบะ พบกระสอบฟางสีน้ำเงินจึงเข้าไปตรวจค้นภายในกระสอบ พบยาบ้าอยู่ภายในห้องโดยสาร 6 กระสอบ และวางอยู่ด้านหลังกระบะรถยนต์อีก 40 กระสอบรวม 47 กระสอบ

 

 

 

ภายในรถพบเอกสารเช่ารถปรากฏชื่อนายสุนทร มาเยอ และพบบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ พร้อมด้วยซิมการ์ดจึงตรวจยึดไว้เพื่อสืบสวนหาผู้กระทำความผิด ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดเชียงราย ได้ออกหมายจับนายสุนทรแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นการจับกุมกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด 10 รายใหญ่ในรอบปี และจากการตรวจสอบ คาดว่า3 ขบวนการนี้ น่าจะมีส่วนเชื่อมโยงกันและยาเสพติดก็น่าจะมาจากแหล่งเดียวกันโดยทำการลักลอบมาจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นแหล่งผลิต

 

 

ใช้วิธีการเดินเท้ามาตามแนวชายแดน ก่อนที่จะทยอยขนขึ้นรถเพื่อลำเลียงไปยังเป้าหมาย ยอมรับว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดหลายกลุ่มจะถือโอกาสลักลอบลำเลียงยาเสพติดออกจากพื้นที่เพื่อไปส่งตามพื้นที่ด้านในซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ทุกมาตรการเข้มในการสกัดจับไม่ให้ลำเลียงออกไปได้


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์