“ฉาย บุนนาค” ถอดรหัสวิกฤตหุ้นยักษ์ GL จาก Market Cap กว่าแสนล.แทบล่มสลายในพริบตา

Publish 2017-03-15 11:46:35


ฉาย บุนนาค” ถอดรหัสวิกฤตหุ้นยักษ์ GL จาก Market Cap กว่าแสนล.แทบล่มสลายในพริบตา  ??

 

แม้ว่าการชิงไหวชิงพริบการช่วงชิงจังหวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ จะถือเป็นวิธีการปกติในมุมมองทั่วไปของนักเล่นหุ้นที่มีเป้าหมายแสวงหาผลกำไร  แต่สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้น สัจธรรมที่ไม่อาจหลงลืมก็คือไม่มีใครสามารถประสบผลสำเร็จ สร้างความมั่งคั่งได้เหมือนกันทุกคน ???

 

กลยุทธ์หรือกระบวนทางการทางความคิดหนึ่งที่ “ฉาย บุนนาค” นักลงทุนตลาดหลักทรัพย์ที่ผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ จนถือเป็นบุคคลซึ่งสามารถเรียกได้ว่าประสบผลสำเร็จด้านการลงทุนตลาดหลักทรัพย์   เลือกใช้มาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ  การรู้เท่าทันสถานการณ์และความคิดคนอื่น เพื่อสร้างความได้เปรียบและลดโอกาสความเสี่ยง ???



“  หาก Old Trafford (สนามเหย้าของทีมแมนแชสเตอร์ ยูไนเต็ด) คือ โรงละครแห่งความฝันของวงการฟุตบอล ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็คือ โรงละครแห่งความฝันของนักลงทุน

 

"GL" คืออีกหนึ่งในกรณีน่าศึกษา  นักวิเคราะห์และสื่อต่างๆ คงคุ้ยแคะแกะเกาเรื่องเบื้องลึกของการล่มสลายครั้งนี้ของบริษัทที่เคยมี Market Cap กว่าแสน ล้านบาท สู่เพียงไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาทภายในไม่กี่วัน

 

ฉาย บุนนาค กล่าวอีกว่า ผมจะไม่วิเคราะห์ในเชิง Trading ว่าราคาไหนควรซื้อหรือควรขาย ผมจะไม่วิเคราะห์ในเชิง Fundamental ว่าปัจจัยพื้นฐานควรเป็นราคาอะไร  ผมอยากให้ GL เป็นกรณีศึกษาด้านจิตวิทยาการลงทุนที่ชัดที่สุด

 

ทุกท่านทราบว่าในตลาดทุน มีสัตว์อยู่ 2 ประเภท คือ หมี และกระทิงหมีคือสัญลักษณ์แห่งความกลัว ความเซื่องซึม ตรงกันข้ามกระทิงคือสัญลักษณ์แห่งความโลภ ความดุดัน

 

โดยหลักการที่หุ้นขึ้นเพราะมี demand มากกว่า supplyและคนที่มีหุ้น พร้อมจะถือต่อเพราะเชื่อมั่นว่าหุ้นจะขึ้นอีก

 

การที่หุ้นลงเพราะคนอยากขายมากกว่าคนอยากซื้อ หรือ supply มากกว่า demand ไม่มีอะไรซับซ้อนกว่านั้น… และเด็ก ป.4 สามารถเข้าใจได้

 



กรณี GL  ภายใน 1 ปี กลไกราคาหุ้น GL ขยับขึ้นมาจาก 17 บาท สู่ 70 บาท หรือ market cap 1.8 หมื่นล้าน สู่ 1 แสนล้าน แต่ GL ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 วัน ราคาหุ้น GL ลดลงจาก 60 บาท สู่ต่ำกว่า 12-13 บาท (ยังไม่หยุดลง)  เปรียบเสมือนดั่งการเดินขึ้นบันไดแต่ลงโดยใช้ลิฟท์

 

คำถามคือ..อะไรทำให้มูลค่าบริษัทหายไป กว่า 80% ภายในไม่กี่วัน  สาเหตุไม่ใช่เพราะหุ้นเฉพาะตัวนั้นๆ… แต่เป็นเพราะจิตวิทยาของนักลงทุนที่กลัวจนไม่มีเหตุผล ความกลัวทำให้ไม่มีนักลงทุนใหม่กล้าซื้อ ความกลัวทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมรีบขายแบบไม่สนใจปัจจัยใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนคนหนีตายจากภัยพิบัติ

 

ฉาย บุนนาค กล่าวทิ้งท้ายว่า นักวิเคราะห์ที่มีเคราะห์ก็ต้องรีบกลับคำ เปลี่ยนราคาเป้าหมาย และแทบจะเผาเอกสารเก่าที่ตนเคยให้เป้า 80-100 บาทไว้…

 

โดยสรุป… เป็นที่ชัดเจนว่าหมีแข็งแรงกว่ากระทิง … ความกลัวน่ากลัวกว่าความโลภ… เพียงแค่วูบหนึ่งของความไม่มั่นใจของมวลชน ทำลายล้างบริษัทได้ 80,000 ล้านบาทจากความมั่งคั่งที่เคยมี

 

อีกแง่หนึ่ง เราสามารถมองได้ว่า… หรือว่าคนขายฝันร้ายจะมีโอกาสกว่าคนขายฝันดี???

"… จงกลัวในวันที่คนโลภ และจงโลภในวันที่คนกลัว"

 

เรียบเรียงโดย :  บุญชัย ธนะไพรินทร์

ที่มาข้อมูล :  คอลัมน์ : พอเพียงอย่างพอใจ/ หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

บอร์ด NMG อนุมัติแต่งตั้ง "ฉาย บุนนาค" นำทัพเนชั่นกรุ๊ป - Tnews

เปิดใจ "ฉาย บุนนาค" หัวเรือใหญ่"เนชั่น กรุ๊ป" เดินหน้าปรับทัพฝ่าคลื่นวิกฤตสื่อ - Tnews

'ฉาย บุนนาค' คนทำสื่อหรือนักลงทุน? (1) - ฐานเศรษฐกิจ

ฉาย บุนนาค : เหตุผลที่ “ร.ร.นานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพ” และทุก “สถานศึกษา” ไม่ควรเข้าตลาดหุ้น  - SpringNews

ตั้ง 'ฉาย บุนนาค' นั่งประธานกรรมการบริหาร เนชั่นกรุ๊ป - คมชัดลึก

- 'ฉาย บุนนาค' กุมบังเหียนเครือเนชั่น นำองค์กรฝ่าวิกฤติ - NationTV
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์