ช็อค...การท่าฯ ใช้เงินใคร...?  2.2 แสนล้าน พัฒนา 6 สนามบิน

ช็อค...การท่าฯ ใช้เงินใคร...? 2.2 แสนล้าน พัฒนา 6 สนามบิน

Publish 2018-01-08 10:24:11

เอางบประเทศมาย่ำยีอีกหรือไม่ จัดซื้อ CTX เดิมยังกลิ่นโชยอยู่นะ....

ท่ามกลางข่าวความไม่โปร่งใสเรื่องการจัดซื้อในบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. หรือ AOT ยังไม่จบสิ้น ผู้บริหารยังเคลียร์ข้อสงสัยของสาธารณชนได้ไม่หมด ตั้งแต่เรื่อง  เครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดแบบ X-Ray (CTX) รุ่น 9400 DSI จำนวน 26 เครื่อง ที่มีข่าวฉาวมาก รวมทั้งเช่าเครื่องตรวจวัตถุตามร่างกายผู้โดยสาร (Body Scanner) ซึ่งสำนักข่าวอิศราเคยรายงานว่า มีความผิดปกติในการเช่าเครื่องตรวจวัตถุตามร่างกายผู้โดยสาร (Body Scanner) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT จากบริษัท เอ็ม.ไอ.ที.โซลูชั่น จำกัด นับตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน รวม 6 สัญญา จำนวน 28 เครื่อง มูลค่า 1,347,172,800 บาท โดยตั้งข้อสังเกตว่า เฉพาะในช่วงปี 2559 ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการทำสัญญาเช่ามากที่สุด 3 สัญญา รวมวงเงิน 1,082,155,200 บาท 
 



อย่างไรก็ตาม บริษัท การท่าฯก็เดินหน้าขยายการลงทุนสนามบินเพิ่มอีก 6 แห่ง เพื่อรองรับผู้ใช้บริการเพิ่ม คาดว่าใช้งบประมาณลงทุนรวม 2.2 แสนล้านบาท ตามเนื้อข่าวที่ระบุว่า
นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย  เผยว่าตามที่เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานข่าวว่า ทอท. เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกในหุ้นกลุ่มท่าอากาศยาน โดยหุ้น AOT มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 75 จากการอ้างอิงข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี ส่งผลให้หุ้น AOT มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) มากกว่า 1 ล้านล้านบาท เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสนามบินแออัด อาจจะกระทบต่อกิจการในอนาคต เห็นควรขยายผล เพื่อสะท้อนถึงมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเมืองไทยมากขึ้น 


ดังนั้นวันที่ 6 มกราคม เว็บไซต์รัฐบาล โดย www.thaigov.go.th  เปิดเผยว่า นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กระทรวงคมนาคม ชี้แจงมาตรการรองรับความแออัดของสนามบินในอนาคต ดังนี้ 
 ทอท. มีแผนขยายท่าอากาศยานภายใต้ความรับผิดชอบทั้ง 6 แห่งในระยะ 10 ปี นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 โดยจะเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารจากเดิม 83.5 ล้านคนต่อปีเป็น 184 ล้านคนต่อปีในปีงบประมาณ 2568 คาดว่าใช้งบประมาณลงทุนรวม 2.2 แสนล้านบาท ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2561 หลังการปรับปรุงท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ระยะที่ 2 แล้วเสร็จ และเมื่อรวมกับการปรับปรุงท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เมื่อปี 2559 พบว่า ทอท. ได้ขยายศักยภาพการรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 42.5 ล้านคนต่อปี โดยปัจจุบันในปี 2560 มีปริมาณผู้โดยสารที่ใช้ บริการท่าอากาศยานของ ทอท. จำนวน 133 ล้านคน
 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ตามโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ปีงบประมาณ 2554–2560) โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับ ผู้โดยสารจากเดิม 45 ล้านคนต่อปีเป็น 60 ล้านคนต่อปี

 สำหรับในระยะที่การก่อสร้างขยายท่าอากาศยานกำลังดำเนินการตามแผนงานข้างต้น ทอท. ในฐานะหน่วยงาน ภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคมได้ร่วมทำแผนบูรณาการยุทธศาสตร์การบริหารท่าอากาศยาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโครงข่ายระบบการขนส่งทางอากาศของประเทศในภาพรวม โดย ทอท. ได้วิเคราะห์บทบาทของ ทอท. ในการเพิ่มศักยภาพโครงข่ายระบบท่าอากาศยานของประเทศไทยภายใต้กรอบแนวคิดแบบ Cluster ซึ่งจะทำให้การลงทุนในแต่ละท่าอากาศยานมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ (Positioning) ของท่าอากาศยานแต่ละแห่ง

คำถามที่ตามมาคือ การจัดซื้อรอบเดิมกลิ่นไอความไม่โปร่งใสระอุอยู่ แล้วการใช้เงินลงทุนรอบต่อไปจะเชื่อใจกันได้อย่าไร แม้ การท่าฯจะเป็นรัฐวิสาหกิจและเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ฯ ส่วนหนึ่งของเงินลงทุนน่าจะใช้กระแสเงินสดของบริษัทที่มีอยู่ หรือ การเพิ่มทุน แต่อีกส่วนจะใช้เงินงบประมาณของประเทศซึ่งมาจากการเก็บภาษีของประชาชนหรือไม่ ยังเป็นคำถามที่ รอการชี้แจงจาก นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ .....
 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง