รู้ว่าป่วยก็ปล่อยให้ตายงั้นหรือ!! ความจริงที่เจ็บปวด  อนาคต  "ทีวีดิจิตอล"  ภายใต้วิธีเยียวยาของภาครัฐ !??

รู้ว่าป่วยก็ปล่อยให้ตายงั้นหรือ!! ความจริงที่เจ็บปวด อนาคต "ทีวีดิจิตอล" ภายใต้วิธีเยียวยาของภาครัฐ !??

Publish 2018-02-20 22:57:14

ย้อนหลังกลับไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2556 ประเทศไทยเริ่มต้นเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ   เมื่อกสทช.ประกาศผลการประมูลช่องโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล    ท่ามกลางกระแสความตื่นเต้นกับวงการโทรทัศน์    ด้วยยอดเงินประมูลรวมถึง  50,862   ล้านบาท  แต่อีกมุมด้านของสภาพความเป็นจริง   ปฏิเสธไม่ได้ว่า ณ ช่วงเวลานั้น กับยอดเงินประมูลสถานีแต่ละประเภท  ยากจะคาดเดาว่าจะประสบผลสำเร็จทางธุรกิจได้หรือไม่  อย่างไร ??



ผ่านมากว่า  4 ปี   อย่างที่รับรู้ในวงกว้าง  ว่า   การบริการโทรทัศน์ทีวีดิจิตอล  มีปัญหาทางธุรกิจในหลากหลายรูปแบบ  ถึงขั้นผู้ประกอบการยอมทิ้งใบอนุญาตก็เกิดขึ้นแล้ว    ล่าสุด  “ฉาย บุนนาค”    ประธานบริษัทสปริงนิวส์คอร์ปอเรชั่น  และฐานเศรษฐกิจ มัลติมีเดีย   เขียนเรื่องนี้ไว้ใน “นสพ.ฐานเศรษฐกิจ”   มีหลายแง่มุมที่ชวนให้ขบคิด  โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบบ้านเมือง  ถ้าเรายังปล่อยให้ผู้ประกอบทีวีดิจิตอล  เดินไปข้างหน้าจนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน  ภายใต้ปัจจัยเช่นที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้


 

 

 

“ไม่รู้จะ ดีใจหรือ เสียใจกับข่าวที่ คสช. เตรียมใช้ ม.44 อุ้มผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล โดยให้พักชำระหนี้ค่าใบอนุญาตงวดที่ 5 และ 6 รวมทั้งลดค่าเช่าโครงข่าย (Mux) ไม่เกิน 50% เป็นระยะเวลา 3 ปี

หากแต่ความจริงแล้ว นี่ไม่ใช่การ อุ้ม”… นี่แค่เพียง ยาแก้ปวด ยื้อชีวิตคนป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายแค่นั้นเอง

 

 



 

4 ปีก่อน กสทช.แถลงความสำเร็จสามารถหาเงินเข้าหลวงมูลค่ารวม 50,862 ล้านบาท จากการประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ภายใต้สโลแกนชวนเชื่อ ดิจิตอลทีวีดูดีทุกบ้าน

 


 

 

ด้วยนโยบายและกฎระเบียบที่ถูกร่างและอนุมัติมาโดยกรรมการ (ชุดเก่า) ที่มีความรู้ด้านธุรกิจสื่อและกิจการโทรทัศน์เพียงหางอึ่งบวกกับความผันผวนที่ยากจะเดาในอุตสาหกรรมสื่อทั้งกลุ่ม ณ ขนาดนั้น

กับวลีที่คอยหลอกหลอนผู้ประกอบการว่า สื่อเก่าจะต้องตายและ สื่อใหม่เท่านั้นคือทางรอด

ผนวกกับพัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด จนทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนอย่างฉับพลัน และนั่นหมายถึงเม็ดเงินโฆษณามหาศาลที่ไหลออกจากสื่อเก่าอย่างน่าใจหาย

ปัจจัยทั้งหมดดังกล่าว ทำให้ไม่มีใครสามารถคาดเดาอนาคตของธุรกิจสื่อได้ ณ ตอนนั้น

 


 

 

จนเสมือนปลายปิดว่าการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล คือทางบังคับเพียงเส้นเดียวสู่ทางรอดบนเส้นทางธุรกิจสื่อ

การรักษาสัญญา การยอมรับความผิดพลาด และแก้ไขปัญหานั้นเพื่อส่วนรวม ล้วนเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำและนักธุรกิจที่ดี

สำหรับผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ประมูลมาแล้วซึ่งใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ก็ต้องก้มหน้าก้มตาจ่ายค่าโง่ เดินต่อกับฟันยางเปื้อนเลือดในปาก

 



สำหรับ กสทช. และ คำมั่นสัญญาที่เคยให้ กลับเป็นเพียงปริญญาสอนมนุษย์ว่าไม่ควร คบเด็กสร้างบ้าน”… เปรียบดั่งเอาผู้ด้อยประสบการณ์มาทำงานใหญ่!



ดิจิตอลทีวีดูดีทุกบ้านคือ คำโกหกหรือ คำโฆษณาเกินจริง... คำตอบนี้คงไม่ต้องพิสูจน์อีก เมื่อผลการศึกษาโดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ปี 2560) พบว่ามีเพียง 15.86% ของครัวเรือนเท่านั้นที่รับชมผ่านกล่องรับสัญญาณ (Set Top Box) ด้วยคูปอง กสทช. ที่แลกมา/ซื้อ

จึงสรุปได้ว่าโครงการประมูลทีวีดิจิตอลนี้ เขียนด้วยมือ และลบด้วยเท้า

 


 

หมอคือผู้รักษาชีวิต การจ่ายยาผิดให้ผู้ป่วยอาจส่งผลถึงตายและหลายครั้งสร้างความทรมานอย่างแสนสาหัสก่อนสิ้นใจ

ยาแก้ปวด ที่คสช.มอบให้มาเม็ดนี้ ผมจะวิเคราะห์และทำนายผลให้เห็นผลกระทบอันใกล้กับสังคมไทย



 

อีกภายใน 2 ปี...

1. จากการที่ท่านไม่ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล “Exit” หรือ คืนคลื่นความถี่เพื่อให้กสทช.นำคลื่นไปทำประโยชน์อื่นที่คุ้มค่ากว่า จะทำให้ทีวีอย่างน้อย 6-10 ช่องต้องปิดตัวลงเพราะภาวะขาดทุน

2. จะมีพนักงานกว่า 3 พันชีวิตตกงาน ส่งผลกระทบต่อ 1.2 หมื่นชีวิตในครอบครัว

3. จะมีหนี้เสียกับธนาคารพาณิชย์ และการฟ้องร้องคดีตามมาอีกมากมาย

4. สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่รอด คุณภาพของเนื้อหาและสาระที่ผลิตจะไร้ซึ่งคุณภาพและมุมสร้างสรรค์สังคม เพราะทุกคนจะทำรายการเพื่อยอด Rating ท่านจะพบแต่ละครดราม่า ข่าวฆาตกรรมและข่มขืน ข่าวตีหัวหมาด่าแม่เจ๊ก ข่าวลอตเตอรี่ 30 ล้าน ข่าวเสี่ยโป้   ข่าว BNK 48  ซึ่งถูกจริตคนไทย
 

 

 

อีกภายใน 5 ปี

1. สื่อมวลชนคุณภาพ จะสูญพันธุ์เพราะเนื้อหาที่ดีมีประโยชน์ไม่มีคนสนใจ และการมาแทนที่ของ influencer จากสังคมออนไลน์

2. สังคมไทยจะไร้ สถาบันทางความคิดและชาติก็จะขาดความมั่นคงและอยู่ในภาวะเสี่ยงจากทรัพยากรมนุษย์ที่ด้อยปัญญา

ที่ผ่านมา การนำอำนาจตามมาตรา 44  มาใช้ล้วนเป็นการเร่งรัดและแก้ไขปัญหาสารพัด ทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาสังคมเศรษฐกิจ ปัญหาความมั่นคงในชาติ

เราหวังว่ารัฐบาลคงจะไม่ลืมแก้ไข ปัญหาด้านความคิดและสติปัญญาคนในชาติที่ได้รับอิทธิพลตรงจาก สื่อที่กระทบผ่านระบบสัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

.....................
ที่มา คอลัมน์ :  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3342 ระหว่างวันที่ 22-24 ก.พ.2561
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน