เครียดจัด! “เติ้ล ธนพล” เสียงสั่นน้ำตาคลอเบ้าจนชิ่งสื่อกลางสัมภาษณ์ กรณีคดีขโมยไฟหลวงมาทำคาร์แคร์!?! (ชมคลิป)

Publish 2017-11-25 14:46:10

        เสียงสั่นเสียงสั่นน้ำตาคลอเบ้า  หลังจากที่พระเอกหนุ่ม “เติ้ล ธนพล นิ่มทัยสุข” ถูกสื่อซักถามถึงความคืบหน้าคดีขโมยไฟหลวงมาทำคาร์แคร์ รวมไปถึงกรณีที่ยื่นฟ้องอดีตลูกน้องในคาร์แคร์ข้อหายักยอกทรัพย์ เป็นจำนวนเงินประมาณ 2 แสนบาท ซึ่งงานนี้เจ้าตัวมีสีหน้าเครียดจัด ให้สัมภาษณ์เสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้า ก่อนจะออกปากขอตัวและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไป ซึ่งเจ้าตัวได้เผยว่า “ตอนนี้อยู่ในชั้นของตำรวจครับ มีความคืบหน้ายังไงเดี๋ยวผมจะบอกครับ เพราะตอนนี้เราพูดอะไรมากไม่ได้ เดี๋ยวจะมีผลต่อคดี มีใบแจ้งมาครับ แต่ยังไม่ได้บอกวันเวลา ผมก็มั่นใจมากครับ ต้องบอกว่าตั้งแต่ผมสร้างคาร์แคร์มา ผมแทบจะไม่ได้ไปเลยทั้งๆ ที่พนักงานและลูกน้องรู้ทั้งหมดว่าผมไปน้อยครั้งมาก ส่วนใหญ่จะสั่งงานกันทางโทรศัพท์ จะให้บริหารงานกันเองมากกว่า เพราะตอนนั้นผมก็ต้องเทียวไล้เทียวขื่อในการถ่ายละครด้วย ซึ่งหนักมากครับ ตอนนั้นไปต่างประเทศบ่อยมากครับ หลักฐานตอนนี้กำลังรวบรวมอยู่ครับ (ยืนยันความบริสุทธิ์ตัวเองมั้ย เพราะมันก็แรง) แต่ผมไม่ได้ทำครับ อันนี้ผมยังไม่ทราบเหมือนกันครับ ถ้ามีการเรียกปากคำก็ยินดีครับ ถามว่าเครียดมั้ยก็มีส่วนเครียดหลายๆ เรื่องครับ เพราะเรื่องก็ไม่ได้เกิดจากเราด้วยครับ ถ้าถามเรื่องผลกระทบ (เริ่มมีอาการน้ำตาซึม ตัวสั่น หน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด) มันมีผลกระทบไปหมดเหมือนกันครับ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำ (เสียงสั่น) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ฟ้องลูกน้องเอง ผมขอพักแป๊บหนึ่งได้มั้ยครับ (เดินออกจากวงสัมภาษณ์น้ำตาคลอ หายไปปรับอารมณ์ประมาณ 10 นาที กลับมาก็ยังหน้าเครียดและน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลา)”



             “ที่ถามว่ามันมีผลกระทบกับผมมั้ย ผมว่ามันมีผลกระทบกับทุกด้านนะครับ ในเรื่องที่เป็นคดีความกันมา แต่จริงๆ แล้วตั้งแต่ผมเกิดมาจนทำงานผมไม่ได้อยากจะเป็นคดีความกับใคร ไม่อยากจะให้มันเกิดคดีความแบบนี้ ยิ่งเมื่อวานนี้มีข่าวว่าผมไปโกงเงินลูกน้อง ทั้งๆ ที่เราไม่เคยตกลงกันเรื่องเงินเดือน เราแค่ให้เข้ามาอยู่และดูแลในส่วนที่เป็นตึกไป ผมก็โดนกลับมาเป็นแบบนั้นอีก ในส่วนของคดีผมคงพูดอะไรมากไม่ได้ครับ มันเครียดครับ มันหลายๆ เรื่อง มันเยอะมาก แต่ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดครับ ก็ยืนยันว่าเราบริสุทธิ์ปัญหากับลูกน้องก็ต้องดูหลักฐานครับ เพราะผมให้น้องเป็นคนดูแล เขาเป็นคนจัดแจงทุกอย่าง พาคนนี้เข้ามาและแนะนำให้ผมรู้จัก เรื่องติดค้างเงินเดือนก็ไม่จริงครับ ผมไม่เคยให้เขาเอาของในร้านไปขายเพื่อเอาเงินมาจ่ายลูกน้องครับ (เขาบอกมีหลักฐาน) ได้ครับ เราก็มีหลักฐานไม่ได้ให้เอาของไปขายแล้วโยนความผิดให้ลูกน้อง ก็กลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ และพยายามไม่คิดอะไรมาก เพราะส่วนตัวผมเองไม่เคยมีคดีความอะไรมาเลยทั้งชีวิต พอมาเจอการมีคดีความเราก็รู้สึกชีวิตความเป็นส่วนตัวของเราหาย ถูกกดดันหลายๆ อย่าง แต่เราก็ต้องสู้ ครอบครัวก็เป็นกำลังใจให้กันครับ เราไม่ได้ทำ ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวคนทำครับ แต่ต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป ผมก็มีพยานบุคคล พยานหลักฐานครับ ส่วนเขาจะมีเหตุผลอะไรที่ทำแบบนี้ อันนี้ผมขอไม่พูดถึงมือที่สามหรือในส่วนที่เป็นคดีดีกว่า ซึ่งคาร์แคร์ปิดตัวไป 2 ปีแล้วครับ” 


          “ถามว่าท้อมั้ยก็ท้อครับ แต่ก็ต้องสู้ต่อไป ทำลายสมาธิมั้ย คือเกิดมาไม่เคยคิดอยากจะมีคดีความกับใคร เราเกิดมาเป็นนักแสดง ตื่นเช้ามาทำงานเสร็จก็อยากกลับบ้าน แต่พอมีผลกระทบแบบนี้เข้ามาก็รู้สึกว่าชีวิตมันล้มๆ ไปเหมือนกัน ก็อยากฝากบอกแฟนคลับให้ดูที่ผลการตัดสินดีกว่า เพราะแฟนคลับก็ถามกันมาเยอะว่าผมหายไปไหน ทำอะไร แต่ผมก็ต้องให้กำลังใจตัวเองและลุกขึ้นมาสู้ให้ได้ ตอนนี้อิสระแล้วครับ ด้วยที่เราอยู่ในสังกัดมานานก็มีการคุยกันว่าเราออกมาเดินด้วยตัวเองบ้าง ออกมาสักพักหนึ่งแล้วครับ ประมาณ 1-2 เดือน ละครเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องแรกครับ ก็ยังมีพี่ๆ คอยช่วยดูอยู่ครับ พี่ๆ ข้างนอกด้วยที่เราเคยทำงานกัน การรับงานก็ต้องคิดให้มากขึ้นเยอะครับ ต้องเลือกบท ต้องดูเองทั้งหมด ก็ต้องคอยปรึกษาพี่ๆ ด้วยครับ ไม่ได้น้อยใจอะไรครับ ผมอยู่กับต้นสังกัดทางโพลีพลัส ก็มีงานเข้ามาแน่นมาก ละครปีหนึ่งก็ 2 - 4 เรื่อง แต่อยากดูแลตัวเองมากกว่า ช่วงนี้ยังว่างอยู่ แต่ก็เริ่มๆ มีละครติดต่อเข้ามาครับ แต่ยังไม่มีช่องไหนทาบทามมาเป็นพิเศษ อาจจะเป็นที่หลายองค์ประกอบ ความเหมาะสมด้วยและหลายๆ อย่างครับ ผมเสียดายงานทุกงานที่จะได้ทำครับ ส่วนปัญหาเกิดจากอะไร อันนี้ไม่ทราบจริงๆ ครับ ก็มีส่วนของผมด้วยที่ถอนตัว และมีความเหมาะสม หรือองค์ประกอบหลายๆ อย่าง” 

ขอบคุณภาพและคลิป: :ซุปเปอร์บันเทิง, tle_tanapol


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน