แฟนคลับห้ามพลาด!! เปิดข้อมูลตัวละครจากเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" ที่มีตัวตนอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์ไทย

แฟนคลับห้ามพลาด!! เปิดข้อมูลตัวละครจากเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" ที่มีตัวตนอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์ไทย

Publish 2018-02-24 13:08:06


กำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างมากสำหรับละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส " ละครแนวพีเรียดย้อนยุคกลับไปในสมัยอยุธยา บอกเล่าถึงสถานที่และเหตุการณ์ต่างๆ โดยมี "โป๊ป ธนวรรธน์  วรรธนะภูติ" และ "เบลล่า ราณี  แคมเปน" เป็นนักแสดงนำ หลักจากที่ออกอากาศไปได้แค่เพียงสองตอนเท่านั้น ก็กลายเป็นกล่าวขานไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนในโลกออนไลน์ติดแฮชแท็ก #บุพเพสันนิวาส ดังไปชั่วข้ามคืน

 

 

ทั้งนี้ นอกจากละครเรื่องนี้ที่รับชมเพื่อความสนุก แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีตัวละครต่างๆที่สำคัญในเรื่องที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งมีดังต่อไปนี้

 

1. ขุนศรีวิสารวาจา/หมื่นสุนทรเทวา รับบทโดย ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ

 

 

หมื่นสุนทรเทวา ภายหลังได้อวยยศเป็น ขุนศรีวิสารวาจา เป็นบุคคลสำคัญทางการทูต และเป็นหนึ่งในคณะทูตที่ได้ไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2229 เข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายส์

 

 

2. ออกญาโหราธิบดี รับบทโดย นิรุตติ์ ศิริจรรยา

 

 

เป็นบุคคลสำคัญในวงการแต่งหนังสือสมัยพระนารายณ์มหาราช และเป็นผู้นิพนธ์หนังสือ "จินดามณี" ในปี พ.ศ.2215 ซึ่งถือเป็นหนังสือแบบเรียนเล่มแรกของประเทศไทย มีเนื้อหาครอบคลุมเรื่อง การใช้สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ การแจกลูก การผันอักษร อักษรศัพท์ อักษรเลข การสะกดการันต์ ฯลฯ

 



3. ศรีปราชญ์ รับบทโดย ณฐณพ ชื่นหิรัญ

 

 

เป็นกวีเอกคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นบุตรของพระโหราธิบดี เข้ารับราชการตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และกลายเป็นกวีเอกของพระนารายณ์มหาราช แต่สุดท้ายด้วยความสามารถที่เก่งกาจ ทำให้มีผู้คิดปองร้าย ใส่ความศรีปราชญ์ จนถูกสั่งเนรเทศและประหารชีวิตในที่สุด ศรีปราชญ์มีผลงานชิ้นสำคัญ คือ หนังสือกำศรวลศรีปราชญ์

 

 

4. หลวงสุรสาคร/คอนสแตนติน ฟอลคอน/ออกญาวิไชยเยนทร์ รับบทโดย หลุยส์ สก๊อต

 

 

เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ เดิมชื่อ คอนสแตนติน ฟอลคอน เชื้อสายกรีกและเวนิส เริ่มเข้าทำงานให้กับบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ ออกเดินเรือสินค้าไปค้าขายยังแดนต่างๆจนกระทั่งถึงกรุงศรีอยุธยา ด้วยความสามารถพิเศษทางด้านภาษาต่างประเทศ ทำให้เข้ารับราชการในตำแหน่งล่าม จึงถือว่าเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่เข้ามารับราชการในสมัยอยุธยา ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์ ทรงโปรดให้เป็น หลวงวิชาเยนทร์และมีบรรดาศักดิ์ต่อมาจนได้เป็น เจ้าพระยาวิชาเยนทร์

 

 

ทั้งนี้ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ สมรสกับตองกีมาร์ (ท้าวทองกีบม้า) มีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมาเกิดการยึดอำนาจโดยสมเด็จพระเพทราชา ทรงขึ้นครองราชย์ สั่งจับกุมและประหารชีวิตเจ้าพระยาวิชเยนทร์ เพราะเชื่อว่าเป็นชาวต่างชาติต้องการฉวยโอกาสใช้อิทธิพลควบคุมราชอาณาจักร

 

5. ตองกีมาร์/ท้าวทองกีบม้า รับบทโดย สุษิรา แน่นหนา

 

 

ท้าวทองกีบม้า หรือ มารี กีมาร์ เดอ ปีนา หรือ ตองกีมาร์ ลูกครึ่งเชื้อสายโปรตุเกส-ญี่ปุ่น สมรสกับออกญาวิชาเยนทร์ หรือคอนสแตนติน ฟอลคอน ในวัย 16 ปี สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ภายหลังเกิดการยึดอำนาจ ออกญาวิชาเยนทร์ต้องโทษประหารชีวิต ตองกีมาร์ถูกจับขังนาน 2 ปี ต่อมาได้ถวายตัวรับราชการเป็นวิเสทประจำห้องเครื่องของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ในตำแหน่งท้าวทองกีบม้า มีหน้าที่ทำอาหารหวานประเภทต่างๆส่งเข้าไปในพระราชวังตามกำหนด และยังประดิษฐ์ขนมใหม่ๆขึ้นมาตลอดเวลา โดยดัดแปลงตำรับเดิมของโปรตุเกส และนำเอาวัตถุดิบท้องถิ่นเข้ามาผสมผสาน จนเกิดขนมใหม่ที่มีรสชาติอร่อย เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สังขยา ขนมผิง เป็นต้น ทำให้ถูกยกย่องให้เป็นราชินีแห่งขนมไทย

 

6. หลวงสรศักดิ์/ออกหลวงสรศักดิ์ รับบทโดย จิรายุ ตันตระกูล

 

 

เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กับพระสนมพระองค์หนึ่ง แต่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้พระราชทานพระสนมดังกล่าวให้แก่พระเพทราชา พระเพทราชาเลี้ยงดูและต่อมาได้นำมาถวายเป็นมหาดเล็กของสมเด็จพระนารายณ์ พระองค์ทรงชุบเลี้ยงและได้ตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์ ต่อมาในสมเด็จพระเพทราชาขึ้นครองราชย์ หลวงสรศักดิ์ได้รับสถาปนาเป็นพระมหาอุปราช และได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระเพทราชา มีพระนามว่า "สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8" หรือที่ผู้คนจึงพากันเรียกว่า "พระเจ้าเสือ"

 



7. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช รับบทโดย ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง

 

 

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 4 ของพระราชวงศ์ปราสาททอง สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญมากมาย ทั้งด้านการทหาร ทรงสร้างความรุ่งเรือง และความยิ่งใหญ่ให้แก่กรุงศรีอยุธยา โดยทรงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ และหัวเมืองพม่าอีกหลายเมือง เช่น เมืองสิเรียม ย่างกุ้ง แปร ตองอู หงสาวดี เป็นต้น

 

 

8. พระเพทราชา/ออกพระเพทราชา รับบทโดย ศรุต วิจิตรานนท์

 

 

สมเด็จพระเพทราชา พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 29 ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์บ้านพลูหลวง ราชวงศ์สุดท้ายของอาณาจักรอยุธยา ทรงเป็นพระสหายกับสมเด็จพระนารายณ์มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ เนื่องจากพระมารดาของพระองค์เป็นพระนมในสมเด็จพระนารายณ์ ในช่วงต้นรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ สมเด็จพระเพทราชามีตำแหน่งเป็นจางวางกรมช้าง มีความชำนาญในศาสตร์การบังคับช้างและมีฝีมือในการสงคราม เมื่อครั้นสมเด็จพระนารายณ์สวรรคต เสนาบดีกลาโหมจึงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระเพทราชา ครองราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระนารายณ์

 

 

9. โกษาปาน/ออกพระวิสูตรสุนทร/เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) รับบทโดย ชาติชาย งามสรรพ์

 

 

เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เป็นบุตรของเจ้าแม่วัดดุสิต (บัว) พระนมในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับขุนนางเชื้อสายมอญ และเป็นน้องชายของออกญาโกษาธิบดี (เหล็ก) ทั้งนี้ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เป็นเอกอัครราชทูตคนสำคัญ เป็นหัวหน้าคณะราชทูตไทยไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2229 ด้วยบุคลิกของท่านเฉลียวฉลาด มีมารยาท ช่างสังเกต พูดจาหลักแหลมคมคาย ทำให้ท่านประสบความสำเร็จในการประกาศชื่อเสียงและเกียรติคุณของประเทศชาติ ทำให้ไทยรอดพ้นจากการคุกคามของฮอลันดา

 

 

10. โกษาเหล็ก/เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) รับบทโดย สุรศักดิ์ ชัยอรรถ

 

 

เจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) หรือโกษาเหล็ก เป็นบุตรของเจ้าแม่วัดดุสิต (บัว) พระนมในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกับขุนนางเชื้อสายมอญ และเป็นพี่ชายของออกพระวิสูตรสุนทร (ปาน) โกษาเหล็กเป็นนักรบคู่ใจของสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งเป็นที่เรียกกันทั่วไปว่า "ขุนเหล็ก" เป็นแม่ทัพที่มีความช่ำชองในด้านการศึกษา และมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญในการทำศึกสงครามเชิงกลยุทธ์ 

 

 

11. หลวงศรียศ / ออกญาจุฬาราชมนตรี (แก้ว) รับบทโดย วิศววิท วงษ์วรรณลภย์

 

 

ออกญาจุฬาราชมนตรี ชาวไทยผู้มีเชื้อสายเปอร์เซีย เริ่มรับราชการโดยถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนได้เป็นหลวงศรียศ (แก้ว) ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นจุฬาราชมนตรี จนถึงสมัยสมเด็จพระเพทราชา

 

ขอบคุณข้อมูล : Lakorn Online ละครออนไลน์ , lifestyle.campus-star , wikipedia , ชมรมประวัติศาสตร์สยาม

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย