"ชูษี เชิญยิ้ม"เปิดใจอีกรอบ เจ็บปวดหัวใจมากคำพูดของลูกสาว(คลิป)

Publish 2019-01-08 17:55:21


กลายเป็นเรื่องที่ทำเอาวงการตลกหลายคนตกใจไม่น้อยเลยทีเดียวเมื่อ ชูษี เชิญยิ้ม ตลกรุ่นใหญ่ทุกคนรู้จักกันดีได้ออกมาระบายความรู้สึกลงเฟสตัดพ่อตัดลูกลงเฟซบุ๊ก พร้อมประกาศว่าถ้าตนจากไปนั้นไม่ต้องไปเผาไม่ต้องมาสนใจอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องมาเผาผี ขาดกันตั้งแต่วันนี้เลย 

โดยก่อนหน้านี้ตลกรุ่นใหญ่ได้ออกมาเปิดใจผ่านไลฟ์สดเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "คลิปนี้เป็นคลิปที่ปมที่สุดสำหรับผม เกี่ยวกับครอบครัวของผม เสียใจ ครอบครัวของผม มีมั้ยเมียใหม่หาเงินไปประกันให้เมียเก่า ดูแลครอบครัวของเขาตลอดเวลา อันนี้ไม่ใช่ลำเลิกบุญคุณ ย้อนไปกดชีวิตประวัติผมได้ว่าเคยช่วยใครมาบ้าง ผมเสียใจสำหรับรูปของผม ผมเข้าใจคุณรักยายคุณรักแม่ คุณเด็กกตัญญูผมเข้าใจ แต่คุณต้องแยกแยะ ชั่วดีผิดถูกอย่าเข้าข้างครอบครัวของตัวเองตลอดเวลาว่า ตัวเองถูกตลอด เข้าใจครอบครัวคนอื่นบ้าง" 

 



ต่อมา ชูษีเชิญยิ้ม ได้ไลฟ์สดอีกครั้ง โดยให้แคปชั่นว่า "ขอบคุณทุกท่านที่เสียเวลาชมจนจบ" ซึ่งภายในคลิปก็ยังคงพูดถึงลูกเหมือนเดิม โดยเล่าความอึดอั้นตันใจในเรื่องโดยภายในคลิปพูดว่า "สวัสดีครับแฟนๆอันเป็นที่รักยิ่ง คลิปนี้เป็นคลิปที่2 คลิปแรกถามว่าผมแรงมั้ย ก็แรงพอสมควร ก่อนหน้าที่ผมจะลงคลิปผมตักเตือน สอนว่าอย่าไปลงคลิปด่าใคร พอเขาได้ฟังเขาก็โทรมาว่าผมว่าผม ไม่ฟังเขา ฟังความข้างเดียว เชื่อคนอื่นผม อยากจะบอกคุณว่าผมไม่คเยเชื่อใคร นอกจากครอบครัวของผม ผมขอพูดคำว่า คุณแทนคำว่าลูก ผมเตือนคุณ ผมอยากให้คุณเป็นเด็กดีไม่ก้าวร้าว อยู่ในสังคมให้ได้ เกิดผมเป็นอะไรไป คุณจะได้อยู่ได้"
 

 

 

"ครอบครัวของคุณมีปัญหากับครอบครัวผมหลายเดือน แต่ไม่เคยที่จะเคลียร์กันปล่อยเวลาจนระหองระแหง คุณไลน์มาหาภรรยาผมบอกว่าผมไม่เคยเลี้ยงดู ไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดู คุณพูดถูก คุณคิดหรือเปล่าว่าตั้งแต่เด็กจนโดตผมดูคุณมาตลอด ผมไม่เคยปล่อยปละละเลย ผมรักคุณ ณ ปัจจุบันนี้ ผมไม่เลี้ยงดูคุณเลยเหรอ คุณอยากได้อะไรผมก็ให้ แต่คุณสิเคยให้อะไรผมบ้าง ทรัพย์สินจากตัวคุณผมไม่ต้องการ สิ่งที่ผมอยากได้คืออยากให้คุณเป็นเด็กดี คนดี ช่วยเหลือสังคมไม่ทำร้ายสังคม"

 


"คุณมาบ้านผมมาหยิบโทรศัพท์ ไปเปิดดูคุณเอามือถือว่าถ่ายข้อความที่เมียผมคุยกับเพื่อนคุณก็ถ่ายไป ทำไมไม่ให้ครอบครัวคุณมาเคลียร์เรื่องจะได้ไม่หนักขึ้น คุณเห็นผู้ใหกญ่ทะเลาะกันทำไมไม่บอกมีอะไรคุยกันดีกว่า ผมไม่เคยช่วยคุณแต่เมียผมปัจจุบันนี้ ไม่เคยช่วยคุณ คุณไม่มีรถไปรร. มีมั้ยแม่เลี้ยงซื้อรถให้คุณไปรร. ถึงจะเป้นมอเตอรืไซด์ก็ตาม ครอบครัวคุณผมก็ดูแลมาตลอด ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าญาติพี่น้องคุณไม่มีใครเกลียดผม"

 

 



ล่าสุดชูษี เชิญยิ้ม ตลกชื่อดังได้ไปออกรายการ "คุยแซ่บโชว์" ทางช่องวัน 31 ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น ว่า มันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ นอยด์ลูก ลักษณะเราเตือนเขาแล้ว ส่งคลิปเสียงไปเตือนเขา เขาก็โทรกลับมาหาว่าพ่อไม่เข้าใจ พ่อฟังความข้างเดียว จริงๆ พ่อ ฟังครอบครัว บูม อยู่แล้ว จริงๆ ก็ไม่อยากมีข่าว ไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กที่ไม่ก้าวร้าว ไม่อยากให้ไปลงเฟซด่าคนนู้นคนนี่ มันคลุมเครือมาหลายๆ อย่าง ตั้งแต่ภรรยาใหม่ผมกับคุณนก การเล่นตลกกันเนี้ยจริงๆ แล้ว ก็รักใคร่ปรองดองกัน ตั้งแต่สมัยไหนมาแล้ว มันมีปัญหากันเรื่องระหว่างที่ พี่กับนก เล่นตลก ที่นี่ตลกมันไปไลฟ์สด จังหวะมันมีการที่ว่าออกอาร์ (หนังเรทอาร์) หน่อยมาลูบไล้ แฟนผมก็เลยบอกว่าทำไมต้องไลฟ์สดด้วยคนอื่นเห็นมันไม่ดี เล่นอย่างอื่นได้ไหมล่ะ หนูไม่ได้หึงหรอก ผู้หญิงมันคิด ก็มีแบบเดิมอีกเรื่อยๆ จนภรรยาบอกว่าในเมื่อ พี่นก ไม่ให้เกียรติหนู ต่อไปนี้ถ้าเกิดเจอ พี่นก หนูไม่ไหว้อย่าว่าหนูนะ ตลกหญิงชื่อ ส. เข้ามาก็มีปัญหาที่ออกข่าวไปนี่แหละ ก็หาว่าภรรยาพี่ไปข้าง ส. ก่อนมีเรื่องที่จะลงคลิปไป ภรรยาพี่ก็โทรก่อนปีใหม่โทรไป เขาก็ไม่รับสาย ไลน์ไปเปิดอ่านก็ไม่ไลน์กลับ ก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็โทรกลับมั้ง คือจะอวยพรในสิ่งที่ผิดพลาดไป ขอโทษขอโพยสวัสดีปีใหม่ จนเกิดเรื่อง พี่ก็นอยด์ พี่สั่งสอนลูก ลูกมาตะหวาดพี่ พ่อไม่ได้เลี้ยงหนูมา ไม่เคยส่งเสียค่าการเรียนอะไรหนูเลย จริงไม่เคยส่งเสียค่าเล่าเรียนหนิ เพราะคุณได้ทุน ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ไม่เคยดูแลอะไรเลยเหรอ บูม อยากได้อะไร พ่อก็ให้ บูมมีปัญหาอะไรก็เข้าไปเคลียร์ตลอด ก่อนที่จะลงเฟซ พ่อตัดสินใจแล้วไง ในเมื่อ บูม ต้องการให้พ่อทำแบบนั้น พ่อก็จะทำ พ่อไม่อยากเอาเรื่องภายในให้สังคมเขารู้ว่าทำทะเลาะกันต้องเอามาประจาร สิ่งที่ครอบครัวเราเอาไปให้สังคมรับรู้ คนฟังเขาฟังแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่อีก 80 เปอร์เซ็นต์ เขานินทาเราแน่นอนมันมีแต่ลบกับลบ เขาแรงมากต้องการเอาชนะพ่อ พี่เสียใจกับคำที่ว่า ไม่เคยเลี้ยงดู คำนี้มันเจ็บปวดหัวใจมาก พ่อหนูรู้ว่าพ่อเป็นคนยังไง แต่พ่อต้องรู้นิสัยหนูด้วย

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย