ทิม พิธาแถลงข่าว หลังฟ้องหย่าต่าย ซีซั่นเชนจ์ ล่าสุดศาลมีคำตัดสินแล้ว!

"ทิม พิธา"แถลงข่าว หลังฟ้องหย่า"ต่าย ซีซั่นเชนจ์" ล่าสุดศาลมีคำตัดสินแล้ว!

Publish 2019-03-29 17:04:09


จากกรณี วันที่ 27 มี.ค. ที่ สน.ปทุมวัน นางชุติมา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือต่าย ซีซั่นเชนจ์ อายุ 32 ปี ดารานักแสดงสาวชื่อดัง เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ณัฎฐ์ธิพงศ์ สีดา รอง สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ภายหลังได้มีการนัดหมายกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือทิม สามี เพื่อนำลูกวัย3ขวบ มาส่งมอบเพื่อผลัดกันเลี้ยงดูกันคนละ 5วัน ตามที่ตกลงกันไว้ แต่กลับไร้วี่แววของสามีและลูกน้อย

 

 



นางชุติมา เปิดเผยว่า ตนและสามีทิมนั้นยังคงเป็นสามีและภรรยากันถูกต้องตามกฎหมายและยังไม่มีการหย่ากันแต่อย่างใด ภายหลังที่เกิดปัญหาขึ้นได้มีการแยกกันอยู่และอยู่ระหว่างการพูดคุยกันอยู่ตลอด ทั้งนี้ในส่วนของลูกนั้นได้มีการตกลงกันว่า จะมีการผลัดกันเลี้ยงคนละ 5 วัน ซึ่งในวันนี้ถึงเวลาที่เป็นผลัดที่ตนเองจะรับลูกไปเลี้ยงดู โดยมีการนัดหมายกับสามีที่บริเวณชั้น 6โซนของเล่นเด็กห้างสรรสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เวลา 1ทุ่ม ตามข้อความในโปรแกรมไลน์ที่มีการคุยกัน

 

 

 

 แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย กลับไม่มีวี่แววของสามีและลูก กระทั้งเวลาล่วงเลยไปนาน ตนพยายามโทรติดต่อทั้ง พี่เลี้ยง คนขับรถ ทนายความ รวมถึงตัวของสามี ทิมเองแต่ก็ปิดเครื่องไปทั้งหมด ไม่สามารถติดต่อได้เลย ตนก็พยายามประกาศเสียงตามสายของห้างดังกล่าวเพื่อตามหาแต่ก็ไม่มีวี่แวว ตนรอจนห้างปิดจึงตัดสินใจเดินทางเข้าบันทึกประจำวันได้เป็นหลักฐานเนื่องจากมีการผิดสัญญารวมถึง จากการที่ไม่สามารถติดต่อใครได้เลยตนจึงรู้สึกเป็นห่วงในความปลอดภัยของสามีและลูกว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า

 

 

 

ก่อนหน้านี้การเลี้ยงดูลูกนอกจากมีการตกลงกันคนละ5วันแล้ว แต่หากว่าใครจะพาลูกไปเที่ยวก็สามารถขอเป็นกรณีๆไป ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องการส่งมอบผลัดกันเลี้ยงดูในบางครั้งแต่ก็ไม่เคยถึงขั้นหายไปไม่สามารถติดต่อใครจากฝั่งนั้นได้เลย หลักจากนี้คงต้องมีการพูดคุยในเรื่องกฎหมายกันให้ถึงที่สุด

 

 



ล่าสุด “ทิม พิธา” ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ที่ Grande Centre Point Sukhumvit 55 เพื่อชี้แจงถึงประเด็นดราม่าโดยได้เผยว่า

“ความรักระหว่างตนและ “ต่าย ชุติมา” มาถึงทางตัน เป็นระยะเวลาประมาณ 13-14 เดือนแล้ว  ที่พยายามประคับประคองความสัมพันธ์มาตลอด ทั้งจากการพูดคุยกันเอง หรือให้ผู้ใหญ่ช่วย ให้ผู้เชี่ยวชาญมาพูด แต่สุดท้ายความรักของเราก็ต้องยุติลง เพียงแต่เรายังคงเป็นสามีภรรยากันอยู่ เพราะยังไม่ได้มีการเซ็นใบหย่า แม้บทบาทการเป็นสามีภรรยาจะไม่ได้ไปต่อ แต่เราก็ยังคงเป็นพ่อและแม่ของลูก โดยผมได้ตัดสินใจฟ้องหย่าเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพราะมันมีความจำเป็นจริงๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ในการปกป้องลูก และขอรับสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร จนกระทั่งมีการไต่สวนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยศาลตัดสินให้มีการหย่าขาด และให้สิทธิผมเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียว แต่จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่ได้มีการเซ็นใบหย่าแต่อย่างใด”

“จากเหตุการณ์ดังกล่าวขอยืนยันว่าไม่ได้กีดกัน เพราะอยากให้แม่เป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของลูกสาว แต่ในเมื่อเราทั้งคู่ไม่สามารถกำหนดการเลี้ยงดูลูกให้มีเสถียรภาพได้ ผมก็เลยต้องตัดสินใจรีสตาร์ท ซึ่งนับจากนี้ก็จะให้ยึดการตัดสินใจของลูกเป็นหลักถ้าเขาอยากไปอยู่ที่ไหนก็ให้เขาได้อยู่ที่นั่น หลังจากนี้วิธีคิดในการแก้ปัญหาคือ ขอให้เราได้ควรคุยกันแค่สองคนโดยให้เอากองเชียร์ออก และอย่าเอาลูกเข้ามาอยู่ในความขัดแย้ง ส่วนสถานะความสัมพันธ์หลังจากนี้ยังคงมีความยินดีที่จะเป็นเพื่อนเป็นฝูงกันต่อไป”

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์