ทีมแพทย์แถลงอาการ เมฆ วินัย ยืนยันไม่ใช่โรคร้ายแรง

ทีมแพทย์แถลงอาการ เมฆ วินัย ยืนยันไม่ใช่โรคร้ายแรง

Publish 2019-07-05 16:04:08


จากกรณีข่าวของนักแสดงชื่อดังอย่าง เมฆ วินัย ไกรบุตร ที่ได้ออกมาไลฟ์สดว่าเป็นโรค ตุ่มน้ำพอง ซึ่งพบได้แค่ 1 ใน 400000 คน ซึ่งโรคดังกล่าวทำให้ทรมานมาก ไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากมันขึ้นทุกส่วนของรายการไม่ว่าจะเป็นหน้า หัว แขน ขา ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รวมถึงในปาก และเมื่อตุ่มในปากแตกกลายเป็นเลือดออกมาจากปากเราเยอะมาก ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มียาตัวใดที่รักษาให้หายขาด รักษามากว่า 5 โรงพยาบาลก็ยังไม่หาย หมดเงินไปจำนวนมาก 

 



ต่อมาทางด้าน เมฆ วินัย ได้ออกมาอัพเดทอาการ โดยได้โพสต์รูปภาพคู่กับแฟนสาวที่กำลังยืนป้อนข้าวอยู่ โดยได้ระบุแคปชั่นเอาไว้ว่า วันนี้มากัน ครบ น้องเอ๋ หลานหน่อง น้องนา ป้าตุ้ม ให้กินโจ๊กเท่านั้น ปากอักเสบมาก กลืน ทางเดียว น้ำหนักเหลือ 63 กก แล้ว 555 ทำผอมๆ ขอบคุณทุกคน ขอขำๆๆบ้างนะ อย่าเครียดๆๆๆกันครับ

 

 


และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีคนปล่อยข่าวลือว่า เมฆ วินัย จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน โดยทางด้านเพื่อนสนิทอย่าง หนุ่ม คงกระพัน ได้ออกมาตอบกลับว่า ข่าวว่าพี่เมฆอยู่ได้อีกไม่นาน ไม่จริงครับ 

 

 

กระทั่งทางด้าน เอ๋ ชลรดา แสนสินรังษี ภรรยาของ เมฆ วินัย ได้ออกมาวอนขอหลังมีคนปล่อยข่าวลือ เมฆ วินัย จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานเอาไว้ว่า อยากวอนขอเลยค่ะอย่าบั่นทอนกำลังใจครอบครัว ถ้าคนที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดพี่เมฆไม่ได้เห็นทุกวัน เขาก็จะมีความรู้สึกแบบจิตตก มีความเสียใจมุมที่ว่าเอ๊ะทำไม ยิ่งทำให้ครอบครัวยิ่งทำให้ครอบครัวแย่ลงกว่าเดิม เพราะสภาพจิตใจตอนนี้ทุกคนแย่ลงกว่าเดิม แย่เพราะเขาไม่เคยป่วยแล้วมาป่วย แล้วยิ่งมาเห็นข่าวว่าเขาจะตายมันยิ่งทำให้พวกเราแย่มากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้อยากให้เชื่อข่าวที่ออกตามช่องตามเพจที่พี่เมฆลงเองมากกว่า

 



ล่าสุดทางด้านทีมแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้จัดแถลงข่าวที่ห้องประชุม 1210 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยทางทีมแพทย์ได้แถลงว่า สิ่งที่ เมฆ วินัย เป็นคือโรคตุ่มน้ำพอง ซึ่งมีข่าวลือเยอะแยะมากมายว่าเหลือเวลาอีกแค่ 6-14 วันบ้างอะไรบ้าง ไม่อยากให้ตื่นตระหนักกันขนาดนั้น เพราะโรคนี้มันไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิตแต่อย่างใด เพียงแต่เกิดจากภูมิต้านทานที่ทำงานเพี้ยน

 

 

และเมื่อเป็นโรคนี้แล้วก็ควรปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด รวมถึงรักษาความสะอาดให้มากๆ หมั่นล้างแผลบ่อยๆ งดอาหารรสจัดและการออกกำลังกายหนัก และที่สำคัญอย่างยิ่งคือความเครียด ทั้งนี้ต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่องและกินยาให้ถูกวิธีตามที่แพทย์สั่ง เพื่อให้โรคสงบและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ประกายดาว เลิศประเสริฐกมล
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์