เตือนเพราะห่วงใย!! ระวัง ไอเอส ยึดอาเซียนสร้างฐานที่มั่นแทนตะวันออกกลาง “ประเทศไทย” ประมาทไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

Publish 2016-11-23 13:10:12

จากที่  พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารประจำศูนย์ความร่วมมือระดับภูมิภาคกรุงเทพฯ (BRCT) ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับ สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเข้าประชุม

       โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียได้ประเมินสถานการณ์การก่อการร้าย พบว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายไอเอสผ่านทางเฟซบุ๊ก ที่มีการเข้าใช้เว็บไซต์ของขบวนการก่อการร้ายไอเอสกว่า 1 แสนครั้งในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งความเกี่ยวข้องพบว่ามีทั้งการสนับสนุนแนวคิด การเดินทางไปประเทศซีเรียและให้เงินสนับสนุน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการคัดกรองยูสเซอร์เนม (Username) เบื้องต้นสามารถแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม พอทราบว่าเป็นใครและอยู่ที่ไหนบ้าง จึงได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล อาทิ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล



ขณะที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า ตำรวจออสเตรเลียให้ข้อมูลมีคนไทยบางส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอซิส ผ่านการเข้าเว็ปไซต์ของกลุ่ม กว่า 1 แสน Username Facebook ว่า เป็นข้อมูลของตำรวจออสเตรเลีย ดังนั้นจึงต้องนำมาตรวจสอบ เพื่อป้องกันและจับกุมต่อไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นผลกระทบทั้งโลก ที่ทุกประเทศก็เจอปัญหา ดังนั้น จึงมอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการต่อไป

ทางด้าน นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีข่าวคนไทยจำนวนหนึ่งสนับสนุนด้านการเงินต่อกลุ่มไอซิส ซึ่งเรื่องนี้ กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงในข้อเท็จจริงอีกด้าน โดยชี้ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง หรือ เรียกว่า “มั่ว” ซึ่งข้อความทั้งหมดมีดังนี้

 

คนไทยติดต่อไอซิส ข่าวมั่ว

1 เป็นการเปิดเผยของออสเตรเลีย มืองานสำคัญของมะกันในเรื่องพวกนี้

2 เนื้อหาคือคนไทยเข้าดูเวปไอซิส ไม่ใช่ติดต่อกับไอซิส แต่บิดข่าวเป็นติดต่อบ้าง ให้เงินบ้าง จะชักศึกเข้าไทยเรื่อยเชียว

3 จำนวนการเข้าไปดูแสนครั้งในหนึ่งปี ไม่ได้มากอะไร เฟซบุ๊กผมบางโพสต์ก็หลายแสนคนต่อวันนะครับ อย่ามั่วให้คนตกใจ ผมดู rt บ้าง sputnik บ้าง ซินหัวบ้าง ก็ดูเพื่อทราบไม่ได้หมายความว่าผมสนับสนุนใคร ใครดูของไอซิสก็เข่นกัน ก็เพราะอยากรู้จะเป็นไรไป

 

นี่ไงครับพิษภัยของสื่อเสี้ยม มั่วแบบนี้นักท่องเที่ยวก็หนีหมดหรอก

พี่น้องไม่ต้องตกใจ

ลุงตู่ย้ำหลายทีแล้วว่า

ไทยเราไม่เป็นศัตรูกับใคร

ใครก็ไม่เป็นศัตรูกับไทย

มีแต่พวกจัญไรทำลายไทยกันเอง


แต่ถ้าได้ติดตามข่าว จริง ๆ แล้วก็มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้าย ในอาเซียนอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงเรามาตลอดเช่นเดียวกัน โดยหลายประเทศในอาเซียนถือว่า กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ยังคงเป็นภัยคุกคามใหญ่สำหรับหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงในอาเซียน  แม้ว่าขณะนี้ไอเอสกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อรักษาฐานที่มั่นในอิรักและซีเรียที่ถูกกองกำลังนานาชาติร่วมกันชิงพื้นที่คืนได้มากขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้ไอเอสต้องสูญเสียนักรบญิฮัดเป็นจำนวนมาก

     ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเสี่ยงสำหรับการก่อการร้าย โดยเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สถาบันวิเคราะห์นโยบายเรื่องความขัดแย้ง หรือไอแพค (IPAC) ในอินโดนีเซียออกมาเตือนว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่พร้อมรับมือกลุ่มไอเอส ในขณะที่ภูมิภาคกำลังเผชิญภัยคุกคามจากความรุนแรงสุดโต่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากผู้สนับสนุนกลุ่มไอเอสหันมาร่วมมือกันมากขึ้น

ไอแพคระบุว่า อันตรายหลักอยู่ที่พื้นที่ทางใต้ของฟิลิปปินส์ เพราะกลุ่มสุดโต่งจำนวนหนึ่งได้ประกาศตัวสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสแล้ว และกลุ่มเหล่านี้ยังมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มอื่น ๆ ในอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซียและมาเลเซีย

ก่อนหน้านี้ กลุ่มไอเอสเคยประกาศแต่งตั้งให้กลุ่มติดอาวุธในฟิลิปปินส์เป็นหัวหน้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแนวโน้มนี้ทำให้กลุ่มสุดโต่งระดมคนได้กว้างขวางขึ้น รวมทั้งมีช่องทางรับเงินสนับสนุนจากนานาชาติ และช่องทางการสื่อสารใหม่ ๆ ขณะเดียวกันไอแพคเตือนว่า การที่กลุ่มไอเอสกำลังเสียพื้นที่ยึดครองในซีเรียและอิรักอย่างรวดเร็ว อาจทำให้มีการก่อเหตุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเป็นการแก้แค้น

มาเลเซียเองก็เคยมีรายงานเมื่อเดือนสิงหาคมว่า จากการที่ไอเอสกำลังสูญเสียฐานที่มั่นในอิรักและซีเรีย ทำให้ทางการมาเลเซียหวั่นเกรงว่า นักรบต่างชาติจะมุ่งหน้ามายังภูมิภาค และทำให้ประเทศต้องเจอกับภัยคุกคามร้ายแรง เพราะนักรบเหล่านี้เคยผ่านการสู้รบมาอย่างหนักและช่ำชองในการใช้อาวุธและระเบิด อีกทั้งการที่หน่วยข่าวกรองท้องถิ่นไม่มีประวัตินักรบติดอาวุธต่างชาตินั้น ก็ทำให้การคัดกรองบุคคลต้องสงสัยเป็นเรื่องยากมาก

สถานการณ์ภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้ายที่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงในขณะนี้ ทำให้น่ากังวลว่ารัฐบาลประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนจะหามาตรการใดมารับมือกลุ่มหัวรุนแรงนี้

 

ดังนั้นจากข่าวที่ทาง สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ได้เตือนหรือให้ข้อมูลกับประเทศไทย ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวเนื่องกับการก่อการร้ายของกลุ่มไอเอส เป็นเรื่องที่ปล่อยเฉยไม่ได้ เพราะที่ผ่านมา กลุ่มไอเอส มีข่าวเกี่ยวข้อง เกี่ยวโยง กับกลุ่มต่าง ๆ ในประเทศแถบอาเซียนมาโดยตลอดเช่นกัน ดังนั้นประเทศไทยเอง ก็มีโอกาสที่กลุ่มเหล่านั้นจะฉวยโอกาสแฝงตัวด้วยเช่นเดียวกัน เป็นหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงที่จะต้องตามหาความจริงว่า มันคืออะไรกันแน่ ดังนั้นไม่ประมาทนั่นล่ะถูกต้องแล้ว เพราะคงไม่มีใคร หรือคนไทยคนใด อยากให้เกิดเหตุรุนแรงในประเทศไทย อย่างแน่นอน

 

 

เรียบเรียงโดย สถาพร สำนักข่าวทีนิวส์
ภาพโดย PPTV

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล