พัฒนาไว้สู้กับสหรัฐฯ!! “อิหร่าน” ประสบความสำเร็จ กับทดสอบขีปนาวุธ “ฮอร์มุซ-2” ระยะทำลายกว่า 300 กิโลเมตร

Publish 2017-03-11 04:19:26

สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้รายงานข่าว กรณีกองกำลังคณะปฏิวัติของอิหร่านประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธทางทะเล โดยทางด้านสำนักข่าวตัสนิม ได้รายงานว่าการทดสอบยิงขีปนาวุธทางทะเลครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความวิตกกังวลให้กับทางด้านสหรัฐฯ ซึ่งได้มีกองเรือประจำการอยู่ในบริเวณน่านน้ำใกล้อิหร่าน

 

รอยเตอร์ ยังได้กล่าวอ้างถึงรายงานข่าวของสำนักข่าวตัสนิม ขีปนาวุธที่มีการทดสอบครั้งนี้ เป็นฮอร์มุซ-2 ซึ่งมีศักยภาพสามารถทำลายเป้าหมายเคลื่อนที่ในทะเลได้ในระยะ 300 กิโลเมตร (180 ไมล์) ขีปนาวุธชนิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นมา โดยอิหร่าน ส่วนทางด้าน อาเมียร์อาลีฮาจิซาดผู้บัญชาการกองกำลังอวกาศและอวกาศของกองกำลังคณะปฏิวัติของอิหร่าน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขีปนาวุธที่ติดตั้งได้บนเรือ อย่าง ฮอร์มุซ-2 นั้นสามารถทำลายเป้าหมายได้ไกลกว่า 250 กิโลเมตร

 

 

การทดสอบขีปนาวุธเป็นเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันที่ยาวนานระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา กับการแย่งชิงความได้เปรียบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ อันดับ 3 ของโลก ซึ่งสินค้าสำคัญที่ผ่านช่องแคบนี้ก็คือน้ำมัน นั่นเอง




 



เมื่อไม่นานมานี้ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน ได้บอกกับสื่อมวลชนว่า หากศรัตรูกำลังคิดเตรียมการรุกรานน่านน้ำของอิหร่านอีก รัฐบาลอิหร่านขอเตือนว่ากองกำลังของอิหร่านไม่ลังเลที่จะตอบโต้ทันที แบบรุนแรงยิ่งกว่าสงครามแย่งชิงอธิปไตยเหนือดินแดน ระหว่างอิรักกับอิหร่าน เมื่อปี 2523 ผู้นำอิหร่านไม่ได้กล่าวถึงใคร หรือประเทศใด เป็นพิเศษ แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ แล้ว น่าจะเกิดจากกรณี ที่ เรือลาดตระเวนยูเอสเอ็นเอส อินวินซิเบิล ของกองทัพเรือสหรัฐฯ และเรือเร็วลาดตระเวนของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) เผชิญหน้ากัน 2 ครั้งบริเวณน่านน้ำสากลของช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ ได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า ทางด้าน เรือของกองกำลังพิทักษ์ปฎิวัติอิหร่าน นั้นเข้าใกล้เรือยูเอสเอ็นเอส อินวินซิเบิล จนอาจจะก่อให้เกิดอันตราย และเป็นการกดดันให้เรือของสหรัฐฯ ต้องเปลี่ยนเส้นทาง

 


ทางด้าน กองกำลังพิทักษ์ปฎิวัติอิหร่าน ออกมาระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความผิดและสะท้อนความไม่เป็นมืออาชีพของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งหากเกิดขึ้นซ้ำอีก ฝ่ายที่ละเมิดน่านน้ำเข้ามาจะต้องเผชิญกับผลกระทบที่ไม่อาจแก้ไขได้

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านตึงเครียดมากขึ้น หลังจากที่ สหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้ที่อีกฝ่ายทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลาง เมื่อปลายเดือนมกราคม ที่ผ่านมา และอิหร่านยังคงอยู่ในบัญชีดำประเทศที่ห้ามเข้าสหรัฐฯ ตามแผนจำกัดการเข้าเมืองฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 มีนาคมนี้

 




Sathaporn Tnews.



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล