ออสเตรเลียออกตัวแรง หนุน สหรัฐฯ จัดหนักเกาหลีเหนือ เพราะเป็นอันธพาลภัยคุกคามร้ายแรง เกาหลีเหนือสวนกลับ อยากเจอดี ก็ลองดู

ออสเตรเลียออกตัวแรง หนุน สหรัฐฯ จัดหนักเกาหลีเหนือ เพราะเป็นอันธพาลภัยคุกคามร้ายแรง เกาหลีเหนือสวนกลับ อยากเจอดี ก็ลองดู

Publish 2017-04-25 18:19:47

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีเกาหลีเหนือขู่จะโจมตีออสเตรเลียด้วยนิวเคลียร์ หากออสเตรเลียยังคงต้องทำตามคำสั่งของสหรัฐฯ โดยเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากรัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียให้สัมภาษณ์ว่า ควรเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรชาติอันธพาลอย่างเกาหลีเหนือ โดยจูลี บิชอป รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์รายการของเครือข่ายเอบีซี ว่า โครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อออสเตรเลีย เว้นแต่นานาชาติจะร่วมกันหยุดยั้ง มาตรการลงโทษจะเป็นการส่งข้อความถึงเกาหลีเหนือที่ชัดเจนที่สุด ว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้รับการยอมรับ และภูมิภาคนี้ไม่ยอมรับที่เกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งยังเรียกร้องให้จีนเพิ่มการกดดันเพื่อให้เกาหลีเหนือหยุดพฤติกรรมก้าวร้าว

ทางด้านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือ ก็ได้ออกมาระบุว่า คำพูดของจูลี บิชอป เป็นสิ่งที่คุกคามสันติภาพ และอภัยให้ไม่ได้ พร้อมยืนยันว่า เกาหลีเหนือดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น ออสเตรเลียปกป้องนโยบายอันไม่เป็นมิตรจากสหรัฐฯ ด้วยการข่มขู่ด้วยนิวเคลียร์ แบล็กเมลเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นสาเหตุที่แท้จริงของวิกฤตการณ์ปัจจุบันบนคาบสมุทรเกาหลี ทำให้สหรัฐฯเลือกมาตรการทางทหารที่เสี่ยงโดยไม่ไตร่ตรอง

ขณะที่ทางด้านโฆษกเกาหลีเหนือยังกล่าวหารัฐบาลออสเตรเลีย ว่า หลับหูหลับตาทำตามคำสั่งของสหรัฐฯ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศควรพูดถึงเนื้อหาสาระของสถานการณ์โดยใช้สามัญสำนึกพื้นฐาน พร้อมย้ำว่า การข่มขู่ด้วยนิวเคลียร์และนโยบายการเป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือที่ไม่เข้ากับยุคสมัยของสหรัฐฯ ทำให้คาบสมุทรเกาหลีเข้าใกล้สู่เงาของสงครามและความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นทุกที

ขณะที่ ริชาร์ด มาร์เลส โฆษกกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า การข่มขู่ของเกาหลีเหนือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง กระนั้น พฤติกรรมดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งของวาทะกรรมที่พูดออกมาทุกวัน และเขาเห็นด้วยที่สหรัฐฯเพิ่มความแข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ

นอกจากนั้นแล้ว โฆษกกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียยังเชื่อว่า จีนเริ่มส่งสัญญาณที่ดีในเรื่องนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่า หากเกิดความจำเป็น วิกฤตเกาหลีเหนือจะคลี่คลายได้จากการร่วมมือของจีน อเมริกา และทั่วโลก การปฏิสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของออสเตรเลียอิงกับประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ จีน ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ดังนั้นออสเตรเลียจึงต้องการเห็นคาบสมุทรเกาหลีมีเสถียรภาพ

การคุกคามจากนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นประเด็นหารือสำคัญระหว่างนายกรัฐมนตรี มัลคอล์ม เทิร์นบูล ของออสเตรเลีย กับรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างการเยือนออสเตรเลีย โดย นายกรัฐมนตรี มัลคอล์ม เทิร์นบูล ของออสเตรเลีย เรียกร้องให้จีนเพิ่มการกดดันเกาหลีเหนืออย่างเปิดเผย และไม่ได้ปิดโอกาสในการที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารกับเกาหลีเหนือ แต่สหรัฐฯ ยังคงมุ่งเน้นแนวทางการทูตในขั้นตอนนี้


 




ด้านนางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้กล่าวยกย่องความเกี่ยวพันของจีน ในความพยายามกดดันเกาหลีเหนือ ให้ยุติการทดสอบขีปนาวุธ และวิจารณ์ผู้นำเกาหลีเหนือโดยทางด้านนางนิกกี เฮลีย์ ให้สัมภาษณ์พิธีกรรายการ ทูเดย์ โชว์ ของเอ็นบีซี ว่า สหรัฐฯ จะไม่ลงมือทำอะไรก่อน ยกเว้นเสียว่าเกาหลีเหนือ นั้นจะเริ่มดำเนินการบางอย่าง เช่น โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หรือใช้ขีปนาวุธแบบข้ามทวีป สหรัฐฯ จำเป็นที่จะต้องตอบโต้เช่นเดียวกัน ขณะที่พิธีกรได้สอบถามว่าจะทำอย่างไรหากเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธหรืออุปกรณ์นิวเคลียร์อีก นางนิกกี เฮลีย์ ตอบว่า เมื่อนั้นประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เพื่อเป็นการตอบโต้


นอกจากการให้สัมภาษณ์กับรายการทูเดย์ โชว์ แล้ว นางนิกกี เฮลีย์ ยังได้ให้ข้อมูลกับรายการ ธิส มอร์นิ่ง ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ว่า สหรัฐฯ กำลังทำงานร่วมกับจีน ในการกดดันเกาหลีเหนือ เกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธและนิวเคลียร์ และประเด็นอื่นๆ รวมถึง การควบคุมตัวชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี ซึ่งเธอกล่าวว่าเป็นความพยายามของเกาหลีเหนือที่จะใช้ต่อรองกับสหรัฐฯ

 

เกาหลีเหนือพยายามในการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์บนขีปนาวุธแบบข้ามทวีป ที่สามารถยิงโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึงแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ นอกจากนั้นแล้วเกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ 2 ครั้งในปีที่แล้ว ซึ่งอาจจะปรับปรุงขีดความสามารถ ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้เล็กเพียงพอที่จะติดตั้งบนขีปนาวุธพิสัยไกลได้


 

ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ส่งสาส์น ไปยัง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ต้องกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้หนักมากยิ่งขึ้น กับการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เกาหลีเหนือคือภัยคุกคามโลกอย่างแท้จริง เกาหลีเหนือคือปัญหาใหญ่ของโลก และท้ายที่สุดจำเป็นต้องแก้ปัญหา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต้องพร้อมสำหรับกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมและหนักขึ้น

สหรัฐฯเชื่อว่าเกาหลีเหนือ เดินหน้าโครงการขีปนาวุธ กำลังเตรียมการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 หลังจากได้ควบคุมตัวพลเรือนสหรัฐฯอีก 1 คน นับเป็นรายที่ 3 แล้วที่ถูกกักขังในประเทศแห่งนี้ สหรัฐฯ ได้สั่งกองเรือรบจู่โจม ที่นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินคาร์ล วินสัน มุ่งหน้าสู่ทางตะวันตกของแปซิฟิก ใกล้กับเกาหลีเหนือ โดยกองเรือนี้มีกำหนดเดินทางถึงพื้นที่ดังกล่าวในช่วงสิ้นเดือนเมษายน

 


ในขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะมีการบรรยายสรุปลับเกี่ยวกับสถานการณ์ของคาบสมุทรเกาหลีให้สมาชิกวุฒิสมาชิกสหรัฐฯได้ฟัง ณ ทำเนียบขาวในวันพุธ ที่ 26 เมษายน นี้ โดนไมค์ เพนซ์ ซึ่งเพิ่งจะกลับจากเดินทางเยือนเอเชีย และ ออสเตรเลีย จะเข้าร่วมประชุมด้วย
 

 

 

ทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีการพูดส่งสัญญาณว่าเขาจะเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อเกาหลีเหนือ โดยปฏิเสธเจรจาแบบทวิภาคีกับเกาหลีเหนือ แต่ก็ให้จีนใช้อิทธิพลกดดันเกาหลีเหนือแทน
 

 

 


นอกจากนั้นแล้ว ทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยังได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องล่าสุดนั้น ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี โดยเน้นย้ำถึงภัยคุกคามเร่งด่วนจากโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และสหรัฐฯ จะเดินหน้าเพื่อเป้าหมายทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล

ติดตามข่าวอื่นๆ