สืบความลับ โดนจับซะ!! “สหรัฐฯ” จี้ “อิหร่าน” ปล่อยตัว “ซีเย่ว์ หวัง” หลังถูกจับ ข้อหาแทรกซึมสืบข่าวกรอง ด้านอิหร่าน โต้ อย่ามาข่มขู่

Publish 2017-07-24 12:41:08

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้ตอบโต้การแถลงของทำเนียบขาว โดยเขากล่าวว่ากฎหมายของอิหร่านระบุให้อำนาจตุลาการ ระบบศาลยุติธรรม และผู้พิพากษาเป็นสถาบันอิสระเช่นเดียวกับกฎหมายของทุกประเทศ แถลงการณ์ของสหรัฐฯที่มีเนื้อหาสื่อถึงการแทรกแซงและข่มขู่




 

วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ทางด้านทำเนียบขาวแถลงเตือนรัฐบาลอิหร่านเร่งปล่อยตัวชาวอเมริกันที่ถูกคุมขังทุกราย ไม่เช่นนั้นอาจเจอมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม โดยทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศบทลงโทษใหม่ และรุนแรงมากยิ่งขึ้นต่ออิหร่าน หากว่า พลเมืองสหรัฐฯ ที่ถูกจำคุกอย่างไม่เป็นธรรมในอิหร่าน ไม่ได้รับการปล่อยตัวกลับสหรัฐฯ

โดยคำเตือนดังกล่าวจากสหรัฐฯ มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจยอมให้ข้อตกลงควบคุมนิวเคลียร์อิหร่านมีผลบังคับต่อไป โดยหันไปเพิ่มเติมบทลงโทษด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์แทน โดยเรื่องการคว่ำบาตรเพื่อตอบโต้การจับกุมชาวสหรัฐฯ จะถือเป็นปมปัญหาใหม่ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์

ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม 2560 ทางด้านศาลอิหร่านได้พิพากษาจำคุกนักศึกษาชาวอเมริกันเชื้อสายจีนเป็นเวลา 10 ปี ในข้อหาแทรกซึม เข้ามาในอิหร่านเพื่อสืบข่าวกรอง โดยนักศึกษาคนดังกล่าวคือ ซีเย่ว์ หวัง อายุ 37 ปี เป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน มีความสนใจเป็นพิเศษด้านประวัติศาสตร์ยูเรเชียช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 และเดินทางไปอิหร่านเพื่อศึกษาวิจัยเรื่องราชวงศ์โคจาเขายังทำงานให้กับศูนย์ชาร์มินและบิจานมอสซาวาร์เราะห์มานีเพื่ออิหร่านและอ่าวเปอร์เซียศึกษา มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ซึ่งถูกทางการอิหร่านกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองของตะวันตกและอิสราเอล



ทำเนียบขาวระบุชื่อ ซีเย่ว์ หวัง, ซิอามัก นามาซี นักธุรกิจชาวอเมริกัน-อิหร่าน และ บาเกอร์ นามาซี บิดาของเขาที่ถูกจำคุกในอิหร่าน รวมไปถึง โรเบิร์ต เลวินสัน อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) และพนักงานสัญญาจ้างของซีไอเอ ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่เดือน มีนาคม ปี 2550



อิหร่านและกลุ่มมหาอำนาจ P5+1 ซึ่งได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน บวกเยอรมนี ได้ลงนามข้อตกลงควบคุมนิวเคลียร์เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ปี 2015 โดยกำหนดให้อิหร่านยอมลดทอนกิจกรรมนิวเคลียร์ลงเพื่อแลกกับผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ

 


 

ขณะที่ทางด้านบาห์รัม กาเซมี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้ตอบโต้การแถลงของทำเนียบขาว โดยเขากล่าวว่ากฎหมายของอิหร่านระบุให้อำนาจตุลาการ ระบบศาลยุติธรรม และผู้พิพากษาเป็นสถาบันอิสระเช่นเดียวกับกฎหมายของทุกประเทศ แถลงการณ์ของสหรัฐฯที่มีเนื้อหาสื่อถึงการแทรกแซงและข่มขู่ จะไม่มีทางส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานของสถาบันด้านยุติธรรมในอิหร่าน ซึ่งมีหน้าที่กำหนดบทลงโทษแก่อาชญากรและบุคคลใดก็ตามที่กระทำการละเมิดกฎหมาย สหรัฐฯ ควรรีบปล่อยตัวพลเมืองของอิหร่าน ซึ่งรับโทษจำคุกจากข้อหาที่ไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง

 

 

 

 

 

ในปัจจุบันอิหร่านคุมขังพลเมืองสหรัฐฯ 3 คน คนล่าสุดคือนายหวัง ซีเย่ว์ หวัง นักวิชาการชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ซึ่งถูกศาลพิพากษาให้รับโทษจำคุก 10 ปี ฐานจากรรมข้อมูลลับ นอกจากนี้ยังมีชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่านอีก 2 คน คือ ซิอามัก นามาซี นักธุรกิจชาวอเมริกัน-อิหร่าน และ บาเกอร์ นามาซี ส่วนนายโรเบิร์ต เลวินสัน อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) หายสาบสูญไปในอิหร่านตั้งแต่ปี 2550



ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ยุติลงหลังการปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อเดือนเมษายน 2523 หลังเกิดเหตุปิดล้อมสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในยุคปฏิวัติอิหร่าน และมีการควบคุมเจ้าหน้าที่การทูตของรัฐบาลวอชิงตันหลายคนเป็นตัวประกันนานถึง 444 วัน แต่มีการทำธุรกรรมร่วมกันบ้างผ่านสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งความตึงเครียดเพิ่งจะเริ่มดีขึ้นหลังจากทางด้านบารัค โอบามา ได้มีการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร ทางด้านอิหร่าน แต่ทว่า กลับต้องมาระอุอีกครั้งภายใต้การนำของ นายโดนัลด์ ทรัมป์
 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล