สิ้นสุดยุคมืด 37 ปี กองทัพซิมบับเว ขนรถถัง ทหาร ปฏิวัติยึดอำนาจ “มูกาเบ” หลังพยายามดันภรรยาขึ้นเป็นผู้นำในอนาคต ประชาชนดีใจ ยกใหญ่

Publish 2017-11-16 05:41:09



สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว เมื่อ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 กรณี เกิดการยึดอำนาจการบริหารงานของรัฐบาลซิมบับเว โดยทางด้าน กองทัพซิมบับเวแถลงการยึดอำนาจผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ZBC ที่ได้ถูกทางกองทัพส่งกำลังเข้ายึดในชั่วข้ามคืน โดยโฆษกกองทัพซิมบับเวแถลง ว่า ทางกองทัพหวังว่า ความปกติสุขจะกลับคืนกลับมาเร็วที่สุดหลังจากที่ทางกองทัพเสร็จสิ้นปฏิบัติการดังกล่าวแล้ว

 

 

แถลงการณ์ของกองทัพซิมบับเว ได้กล่าวว่า ทางด้านกองทัพต้องการที่จะขจัดอาชญากรที่อยู่รอบตัวผู้นำประเทศคือประธานาธิบดีโรเบิร์ต มูกาเบ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นผู้ที่กำลังก่อปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างรุนแรง

 

 

ขณะที่ทางด้านนักวิเคราะห์กำลังมองว่า การยึดอำนาจครั้งนี้ของกองทัพนั้น เพี่อต้องการที่ยุติบทบาทของการวางทายาททางการเมืองของทางด้านประธานาธิบดีโรเบิร์ต มูกาเบ ที่ต้องการให้ภรรยาคือ เกรซ มูกาเบ ขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป หลังจากที่เขาได้สั่งปลดรองประธานาธิบดี เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ดังนั้นทางกองทัพจึงได้ลงมือจัดการเรื่องดังกล่าวเสียก่อน



 

ขณะที่สถานการณ์ในซิมบับเว ขณะนี้ มีกองกำลังของทหาร และรถถัง และยานยนต์หุ้มเกราะต่าง ๆ อยู่ทั่วไปทั้งบริเวณของกรุงฮาราเร แต่ทางกองทัพก็ออกมาประกาศว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการโค่นล้มอำนาจของประธานาธิบดีโรเบิร์ต มูกาเบ แต่อย่างใด ในแถลงการณ์ กองทัพซิมบับเวได้รับประกันความปลอดภัยในตัวผู้นำซิมบับเว โดยชี้ว่าในเวลานี้ประธานาธิบดีซิมบับเว โรเบิร์ต มูกาเบ และครอบครัวปลอดภัย แต่ไม่ได้กล่าวเจาะจงไปถึงภรรยา เกรซ มูกาเบ ซึ่งเป็นชนวนของปัญหาความขัดแย้ง ขณะที่ทางด้านกองทัพนั้นได้ห้ามการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น ให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ผู้ที่ต้องทำงาน หรือมีกิจธุระให้ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติต่อไปได้

กองทัพซิมบับเวจำเป็นต้องลงมือ เนื่องมาจากทางสถานีโทรทัศน์ ZBC “ได้รับคำสั่งไม่ให้เผยแพร่แถลงการณ์ของกองทัพในวันจันทร์ (13)” กองทัพซิมบับเวออกคำสั่งห้ามกำลังพลทุกนายลาพัก และยังส่งสัญญาณไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติซิมบับเวยอมให้ความร่วมมือกับทางกองทัพเพื่อผลดีต่อซิประเทศ

ขณะที่ทางด้านกองทัพได้ควบคุมตัวคนสำคัญในรัฐบาล อาทิเช่น รัฐมนตรีการคลัง อิกนาติอุส ชอมโบ




ขณะที่ทางด้านฟาร์ฮาน ฮัก โฆษกของสหประชาชาติบอกว่า อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กำลังจับตาสถานการณ์ในซิมบับเวอย่างใกล้ชิดและร้องขอทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ งดใช้ความรุนแรงและอดทนอดกลั้น และที่สำคัญคือการคลี่คลายความเห็นต่างทางการเมืองผ่านแนวทางสันติและการเจรจา และตามกรอบรัฐธรรมนูญของประเทศ ซึ่งทางประชาคมเพื่อการพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ กำลังพยายามยุติวิกฤตดังกล่าว

ปฏิบัติการของกองทัพซิมบับเว เป็นการท้าทายครั้งสำคัญต่อประธานาธิบดี โรเบิร์ต มูกาเบ ซึ่งปกครองประเทศมาตั้งแต่ประกาศเอกราชจากอังกฤษในปี 1980

 



ขณะที่ประชาชนชาวซิมบับเว จำนวนมากรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ได้แสดงความดีใจที่เป็นไปได้ว่ายุคสมัยอันยาวนานของ โรเบิร์ต มูกาเบ อาจใกล้สิ้นสุดลงแล้ว แต่บางส่วนรู้สึกกังวลต่อแนวโน้มอนาคตที่ไร้เสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ แต่สิ่งที่ประชาชนสะท้อนนั่นคือ การทำงานของผู้นำซิมบับเว นั้นที่ผ่านมาคอยแต่จะปราบปรามฝ่ายตรงข้าม ผู้เห็นต่าง ประมีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงการโกงการเลือกตั้ง จากที่ประเทศแห่งนี้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยกว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของแอฟริกา กลายเป็นชาติเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนจำนวนมากต้องหิวโหย ประชาชนได้สะท้อนผ่านสื่อว่า ตอนนี้ต้องการเห็นลูกหลานมีงานทำ และใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเสียที ขณะที่บางคนนั้นถึงกับสะท้อนสภาพปัญหา ว่าประชาชนต้องการเพียงแค่มีอาหารทานครบทุกมื้อ ไม่ใช่คนส่วนหนึ่งมีพร้อมทุกอย่าง แต่อีกส่วนหนึ่งไม่มีแม้อาหารที่จะตกถึงท้อง และกำลังจะตายด้วยความหิวโหย และย้ำว่า โรเบิร์ต มูกาเบ เคยทำได้ดี แต่หลังจากนั้น เขากลับลุ่มหลงในอำนาจ และกลายเป็นคนละคนไป ซึ่งตอนนี้ประเทศต้องการความเปลี่ยนแปลง

 





 













 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล

ติดตามข่าวอื่นๆ