คำพูดโง่ ๆ ของผู้นำสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ คือศัตรู หมายเลข 1 ของอิหร่าน ใช้แต่วิธีการเลวร้าย เพื่อทำลายอิหร่าน

Publish 2017-12-26 04:39:54



ถ้าพูดถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ระอุไปด้วยความขัดแย้ง ในหลายพื้นที่ คู่ขัดแย้งที่เข้ามาพัวพันในเกือบทุกพื้นที่ นั่นคือ สหรัฐอเมริกา ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักให้กับหลายกลุ่ม ในตะวันออกกลาง และ สหรัฐฯ เองยังเป็นคู่ขัดแย้งหลักกับอิหร่าน ผู้ที่ไม่ยอมให้สหรัฐฯ เขาแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศ เลยถูกกล่าวหาว่าเป็นประเทศที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และ ยังกล่าวหาว่าอิหร่านนั้นเป็นผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ จนนำมาสู่การ ปั่นให้สหประชาชาติคว่ำบาตรใหญ่กับอิหร่านมาแล้ว

 



อิหร่านเองก็ยอมรับว่าตนเองผลิตเรื่องของอาวุธ และ มีเรื่องของอาวุธนิวเคลียร์ อยู่ในครอบครอง แต่ไม่ใช่เพื่อการรุกราน แต่เพื่อการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามจากสหรัฐฯ และ ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ นั่นเอง

ในช่วงหลังมานี้อิหร่านได้รับการยอมรับจากเพื่อบ้านมากยิ่งขึ้น จากการส่งกลุ่มนักรบ เข้าไปช่วยรบกับรัฐบาลอิรัก และ รัฐบาลซีเรีย เพื่อจัดการกับกลุ่มกบฏ และ กลุ่มก่อการร้าย ที่ได้รับแรงสนับสนุนประเทศนอกภูมิภาค

 

 

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 กรณีทางด้าน อยาตอลลาห์ อาลี คาห์เมนี ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้กล่าวต่อครู อาจารย์ และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ กรณีทางด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้พยายามแยกตัวเองออกจากชาติมหาอำนาจประเทศอื่น ๆ เพื่อที่จะรับรองต่อข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน ที่มีขึ้นในปี 2558

 

อยาตอลลาห์ อาลี คาห์เมนี ได้กล่าวว่า คำพูดโง่ ๆ ของผู้นำสหรัฐฯคนปัจจุบัน ต่อประเทศและประชาชนของเรา แสดงให้เห็นถึงความเป็นศัตรู ระหว่างเรากับสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ดังนั้น ขณะนี้สหรัฐฯ คือศัตรู หมายเลข 1 ของอิหร่าน อย่างปฏิเสธ ไม่ได้ อิหร่านไม่มีวันยอมรับการข่มขู่เกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ ดังกล่าวอยู่เพียงฝ่ายเดียว เวลานี้ สหรัฐฯกำลังใช้ทุกวิถีทางที่มีแต่ความเลวร้าย เพื่อทำลายการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ดังกล่าว


หลังจากที่ทางด้าน อยาตอลลาห์ อาลี คาห์เมนี กล่าวจบ ปรากฏว่ามีเสียงตบมือจากคณะครู อาจารย์ และนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ดังสนั่นด้วยความชอบใจ



ทั้งนี้ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้เดินทางเพื่อเยือนอิหร่าน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 จุดประสงค์ของการเดินทางเยือนครั้งนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ

 




การพบกันระหว่างผู้นำสองประเทศ คาดกันว่าทั้งสองคนนั้นจะมีการหารือกันเรื่องของข้อตกลงนิวเคลียร์ และเรื่องราวอื่น ๆ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และวิกฤตในซีเรีย เพราะทั้งสองประเทศต่างเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนทางด้านประธานาธิบดีบาซาร์อัล อัสซาด ของซีเรีย ซึ่งต่างจากทางด้าน สหรัฐฯ ตุรกี และชาติอาหรับอื่น ๆ ที่ต่างก็ต้องการโค่นล้มรัฐบาลซีเรีย ภายใต้การนำของบาซาร์อัล อัสซาด

ในขณะที่ในช่วงเวลานี้ ทางด้านผู้นำสหรัฐฯ อย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ ขู่ว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้กับอิหร่านเมื่อปี 2558 ซึ่งแน่นอนว่า รัสเซียเองก็เป็นมิตรรายใหญ่ ของอิหร่านในการเผชิญหน้ากับทางด้านสหรัฐฯ ที่ได้พูดถึงข้อตกลงนิวเคลียร์ ที่ทางสหรัฐฯ และ 6
ประเทศได้ทำร่วมกัน โดยรัสเซีย ก็เป็นหนึ่งในประเทศเหล่านั้น

 


เวลานี้อิหร่านมองกว่าสหรัฐฯ คือ ศัตรู หมายเลข 1 ที่จ้องจะทำลายอิหร่านอยู่ตลอดเวลา เพราะที่ผ่านมาอิหร่านคือตัวขัดขวางผลประโยชน์ในหลายภาคส่วนของสหรัฐฯ นั่นเอง
 



 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล