ผู้นำอิหร่าน ซัด “สหรัฐฯ – ยิว” อยู่เบื้องหลังจลาจลในประเทศ ด้านทูตสหรัฐฯ โร่ ขอยูเอ็น เปิดประชุมฉุกเฉิน (คลิป)

Publish 2018-01-03 05:32:17



สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานข่าว เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2561 กรณีทางด้าน อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกมากล่าวประณาม กรณีความไม่สงบในประเทศว่า ขณะนี้ศัตรูของอิหร่านกำลังสร้างความไม่สงบไปทั่วประเทศ จากเหตุประท้วงที่เกิดขึ้นในประเทศ จนกลายเป็นเหตุจลาจล อยู่ในขณะนี้ทำให้ล่าสุดตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 คน นอกจากนั้นทางการยังจับกุมผู้คนไปแล้วหลายร้อย

 



อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ยังได้กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีกลุ่มบุคคลได้ทำการใช้เครื่องมือของพวกเขา อาทิฯ เงิน ทอง อาวุธ นโยบาย และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับประเทศอิหร่าน ซึ่งศัตรูกำลังหาโอกาสในการเข้ามาแทรกซึมโจมตีชาติอิหร่าน

 

 

การประท้วงยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ประกาศจัดการกับผู้ก่อจลาจลและผู้ฝ่าฝืนกฎหมายก็ตาม   ในขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ออกมาระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นการประท้วงใหญ่ คล้ายกับปี 2009 เป็นสงครามตัวแทน ต่อต้านชาวอิหร่าน

 

 

กระทรวงข่าวกรองอิหร่านออกคำแถลงสำทับว่า สามารถระบุตัวผู้ยุยงปลุกปั่นได้แล้วและรัฐบาลจะจัดการบุคคลเหล่านั้นโดยเร็ว  ในขณะที่บนโลกออนไลน์ มีการเรียกร้องให้ชาวอิหร่านเดินหน้าประท้วงใน 50 เมือง  ขณะที่รัฐบาลประกาศจำกัดการเข้าถึงแอปรับส่งข้อความ เทเลแกรม และอินสตาแกรม รวมทั้งบล็อกการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือในบางพื้นที่

 

 

ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 2013 โดยให้สัญญาว่า จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและลดสถานการณ์ตึงเครียดด้านสังคม แต่ค่าครองชีพสูง และอัตราว่างงานที่ 12% ทำให้ประชาชนมากมายมองว่า รัฐบาลแก้ปัญหาช้าเกินไป หนุ่มสาวคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดย 40% ของคนกลุ่มนี้ไม่มีงานทำ ซึ่งทางด้านประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ยอมรับว่า ปัญหาใหญ่สุดคือการจ้างงาน และว่า ประชาชนมีสิทธิวิจารณ์แต่ต้องไม่ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ

 


 


ในขณะที่ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมาอิหร่านถือว่าเป็นศัตรู เบอร์ 1 ก็ได้ออกมาวิจารณ์อิหร่านอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่มีการประท้วง โดยเขาได้พูดถึงเวลาแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลง และว่า ชาวอิหร่านโหยหาเสรีภาพ

 




เช่นเดียวกันกับทางด้านนางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ ได้ออกมาเรียกร้องประชาคมนานาชาติเปิดประชุมฉุกเฉิน เพื่อแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเหตุประท้วงในอิหร่าน เธอบอกว่าสหรัฐฯ จะขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเปิดประชุมฉุกเฉินเช่นเดียวกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

 



ในขณะที่ทางด้านทำเนียบขาว ออกมาสอดรับถ้อยแถลงของ นางนิกกี เฮลีย์ ทันทีโดยเรียกร้องพวกผู้นำอิหร่านเคารพสิทธิการแสดงออกของพลเมืองตัวเอง

 

 

 


อีกคนที่ถูกระบุจากผู้นำสูงสุดของอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังการจลาจลในประเทศ นั่นก็คือผู้นำอิสราเอล โดยทางด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้ออกมายกย่อง ชาวอิหร่านว่าเป็นผู้ที่กล้าหาญ ที่ออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาลซึ่งผลาญเงินนับพันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างความแตกแยกชิงชังอย่างกว้างขวาง

 

 

ในขณะที่ทางด้านพวกนักการเมืองสายปฏิรูปของอิหร่าน ประณามเหตุความรุนแรงที่สั่นคลอนประเทศในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดจากศัตรูของอิหร่านนำโดยสหรัฐฯและสายลับของเขา ซึ่งสนับสนุนยุยงพวกก่อปัญหาและพฤติกรรมรุนแรง

โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์อิหร่าน ว่ารัฐบาลอิหร่านเต็มไปด้วยคอร์รัปชั่น นอกจากนั้นแล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้


ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาแถลงตอบโต้ ผู้นำสหรัฐฯ ทันทีเช่นกัน โดยบอกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ควรหันไปให้ความสนใจกับคนเร่ร่อนและประชาชนผู้หิวโหย ในประเทศของตัวเองน่าจะดีกว่า การมานั่งส่งทวิตเตอร์ที่ไร้ประโยชน์ กับการกล่าวหาประเทศอื่น ทั้งที่ประเทศตัวเองเกิดเหตุฆ่ากันตายรายวัน รวมถึงมีผู้คนเร่ร่อนประชาชนหิวโหยอีกหลายล้านคน

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล