สหรัฐฯ ประชาธิปไตยจอมปลอม โหยหา “รัฐประหาร” เรียกร้องทหารโค่นล้มอำนาจ “นิโคลัส มาดูโร” ผู้นำเวเนซุเอลา เพียงเพราะตัวเองเสียประโยชน์

Publish 2018-02-06 04:47:35

แกนนำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาเรียกร้องมานานให้กองทัพจัดการกับผู้นำประเทศ ขณะที่ นิโคลัส มาดูโร ย้ำว่าสหรัฐฯ และพรรคฝ่ายค้านสมคบคิดโค่นอำนาจเขา หวังเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์จากความมั่งคั่งทางน้ำมันของประเทศสมาชิกโอเปกแห่งนี้

 



สหรัฐฯ ได้ชื่อว่าประเทศต้นแบบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หลายคน ก็จะยกย่อง เชิดชู แต่หารู้ไหมว่า แท้ที่จริงแล้ว สหรัฐฯ แค่อ้าง ประชาธิปไตย เพื่อใช้จัดการประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของตน สิ่งที่เกริ่นนำมามันพิสูจน์ให้เห็นในหลายครั้ง หลายกรณีที่สหรัฐฯ พยายามแทรกแซงทางการเมืองในหลายประเทศ ด้วยการใช้เหตุผลไม่เป็นประชาธิปไตย หรือ เป็นเผด็จการในการปกครอง ทั้งที่หลายครั้งผู้นำเหล่านั้นมาจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อไม่ให้ผลประโยชน์กับสหรัฐฯ ก็จะต้องถูกสหรัฐฯตราหน้าว่าไม่เป็นประชาธิปไตย และหาวิธีการที่จะโค่นล้มอำนาจเหล่านั้น

ดังเช่นกรณีของเวเนซุเอลา เมื่อล่าสุดทางด้านเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนประเทศแถบเมริกาใต้

 

 

เมื่อเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ได้หยิบยกแนวโน้มความเป็นไปได้ของการก่อรัฐประหารในเวเนซุเอลาระหว่างการกล่าวบรรยายที่มหาวิทยาลัยเทกซัส ก่อนหน้าออกเดินทางทัวร์ละตินอเมริกาเป็นเวลา 5 วัน

เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน พูดพาดพิงถึงสถานการณ์ในเวเนซุเอลา ว่าพวกทหารในละตินอเมริกาบ่อยครั้งที่จะเป็นผู้ดูแลการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลเลวๆ แต่ยืนยันว่าเขาไม่สนับสนุนให้เปลี่ยนระบอบการปกครอง

 

 

 

หากในครัวมันร้อนเกินไปสำหรับเขา ผมมั่นใจว่าเขามีเพื่อนบางคนในคิวบาที่สามารถมอบบ้านพักอันสวยงามริมชายหาดแก่เขาและเขาสามารถมีชีวิตที่ดีที่นั่น ซึ่งเขา อ้างถึงประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของคิวบา

ขณะที่ทางด้าน วลาดิมีร์ ปาดิโน รัฐมนตรีกลาโหมเวเนซุเอลา ได้ออกถ้อยแถลงตอบโต้ทันทีว่า การออกมาพูดของทางด้านเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน นั้น เป็นความเห็นที่น่าสังเวช พฤติกรรมเลวทราม เพื่อต้องการแทรกแซง เพื่อต้องการให้กองทัพโค่นล้มรัฐบาล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ขาดความเคารถต่อการปกครอง ของเวเนซุเอลา

 

 


ถ้าดูจากสถานการณ์ในประเทศเวเนซุเอลา แล้วจะเห็นว่าทางด้านทหารจะยืดหยัดเคียงข้าง ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร อย่างเหนียวแน่น แม้เขาถูกกล่าวหาว่ากำลังเปลี่ยนเวเนซุเอลาเข้าสู่ระบอบเผด็จการและกำลังก่อความเสียหายแก่เศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ปรากฏหลักฐานว่ามีความไม่พอใจในหมู่นายทหารปลายแถวเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่พวกเขาต้องเผชิญ


เคยมีการลุกฮือเล็กๆต่อต้านบ้างเป็นบางครั้ง เช่นการเกิดกรณีกลุ่มทหารรับจ้างติดอาวุธนำโดยนายทหารยศร้อยเอกคนหนึ่งลงมือโจมตีค่ายทหารเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน แต่ถูกจับกุมในเวลาต่อมา และเหตุการณ์นักบินเฮลิคอปเตอร์ตำรวจโยนระเบิดใส่อาคารรัฐบาล แต่ถูกไล่ล่าและสังหารเมื่อเดือนที่แล้ว

ขณะที่ทางด้านแกนนำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาเรียกร้องมานานให้กองทัพจัดการกับผู้นำประเทศ ขณะที่ นิโคลัส มาดูโร ย้ำว่าสหรัฐฯ และพรรคฝ่ายค้านสมคบคิดโค่นอำนาจเขา หวังเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์จากความมั่งคั่งทางน้ำมันของประเทศสมาชิกโอเปกแห่งนี้

 

 

ในส่วนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังทหารแทรกแซงในเวเนซุเอลา ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ได้กำหนดมาตรการเล่นงานบุคคลและคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลเวเนซุเอลา โดยกล่าวหาว่าพวกเขาละเมิดสิทธิมนุษยชนและคอร์รัปชั่น
ในขณะที่ล่าสุด เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการเยือนอาร์เจนตินา ว่าสหรัฐฯ ยังคงพิจารณาแนวคิดจำกัดการส่งอออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมไปยังเวเนซุเอลา และจำกัดการนำเข้าน้ำมันดิบจากอีกฝ่าย เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ในการคืนอำนาจตามรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชน แต่มาตรการที่จะเกิดขึ้นต้องส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯและประเทศอื่นในภูมิภาค ให้น้อยที่สุด

 


 

สหรัฐฯ และเวเนซุเอลาไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตเต็มรูปแบบต่อกัน แต่ยังคงสถานะประเทศคู่ค้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แต่ปริมาณน้ำมันดิบที่เวเนซุเอลาส่งออกไปยังสหรัฐฯเมื่อปีที่แล้วนั้น น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

ในขณะที่ทางด้าน กระทรวงปิโตรเลียมของเวเนซุเอลาได้ทำการเผยราคาขายน้ำมันดิบว่าปิดตลาดในเดือนกันยายน ที่ผ่านมาอยู่ที่ ที่ 306.26 หยวน ต่อ 1 บาร์เรล หรือประมาณ 1,562 บาท หรือประมาณ 46.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นจากราคาประจำสัปดาห์ ซึ่งอยู่ที่ 300.91 หยวน ต่อ 1 บาร์เรล หรือประมาณ 1,535 และสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลเวเนซุเอลา ได้มีการกำหนดราคาซื้อขายน้ำมันดิบโดยการใช้สกุลเงินหยวนของจีน แทนการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีใช้มาแต่เดิม

 

 

ทางด้านประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ประกาศ ว่าเวเนซุเอลาจะเริ่มกำหนดราคาขายสินค้าหลายรายการ ที่รวมถึงน้ำมันดิบ ทองคำ และก๊าซธรรมชาติ เป็นสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช้ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะเริ่มจากเงินหยวน เงินรูเบิลของรัสเซีย เงินรูปีของอินเดีย และเงินเยนของญี่ปุ่น เพื่อแก้ไขสถานการณ์จากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ได้จำกัดสิทธิ์ของเวเนซุเอลาในการเข้าถึงตราสารทุนและพันธบัตร และการห้ามสถาบันการเงินของสหรัฐฯ ซื้อพันธบัตรที่ออกโดยรัฐบาลเวเนซุเอลา และบริษัทพีดีวีเอสเอรัฐวิสาหกิจด้านน้ำมันของรัฐบาลเวเนซุเอลา

 

 

แต่ทว่าทางด้านนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการที่เวเนซุเอลา ได้กำหนดราคาน้ำมันดิบโดยอ้างอิงเงินหยวนยังไม่น่าสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากนัก เนื่องจากตลาดส่วนใหญ่ยังคงใช้เงินดอลลาร์สหรัฐหรือเงินยูโร
 

ขณะที่ล่าสุดทางด้านผู้นำเวเนซุเอลา วัย 55 ปี ได้ออกมาเร่งเร้าให้สภาร่างรัฐธรรมนูญมีมติ ภายใน 48 ชั่วโมง กำหนดวันเลือกตั้งประธานาธิบดี และเร่งกำหนดวันเลือกตั้งที่พรรคฝ่ายค้านหมดสิทธิ์ส่งผู้สมัคร และยืนยันว่าเขาไม่สนใจต่อ คำข่มขู่ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แต่อย่างใด

 

 

เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง ประเทศที่ได้ชื่อว่าประชาธิปไตย แต่หลายครั้ง กลับไปเรียกร้องให้ทหารในหลาย ๆ ประเทศทำการรัฐประหาร เพื่อเปลี่ยนการปกครอง ให้ได้มาซึ่งในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

 

 

ถ้าสหรัฐฯ เคารพในวิถีทางแห่งประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สหรัฐฯ จะต้องเรียกร้องในการที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และจะต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง ที่ประชาชนในเวเนซุเอลา ได้ตัดสินใจแล้วที่จะเลือกผู้นำของเขา วันนี้จึงเห็นได้ว่าสหรัฐฯ เป็นพวกปากว่า ตาขยิบ คิดแต่ผลประโยชน์ชาติตนเอง ไม่สนใจว่าใครจะเป็นอย่างไร ขอเพียงแต่ประเทศตน พรรคพวกตนได้ประโยชน์ เท่านั้นพอ

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล