สหรัฐฯ รัสเซีย เผชิญหน้าในทะเลดำ ต่างส่งกองเรือพิฆาตติดขีปนาวุธ พร้อมเปิดศึกทันที ต่างอ้างเพื่อความมั่นคง และ รักษาผลประโยชน์

Publish 2018-02-21 05:06:29

กองเรือที่ 6 แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งดูแลปฏิบัติการต่างๆของกองทัพเรืออเมริกาในภูมิภาคดังกล่าว  สหรัฐฯ ได้ส่งเรือยูเอสเอส คาร์นีย์ เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้น Arleigh Burke (อาร์ลีห์เบิร์ก) เข้าร่วมกับเรือยูเอสเอส รอสส์ ในทะเลดำ สำหรับปฏิบัติการต่างๆด้านความมั่นคงทางทะเล

 




ทะเลดำ นับเป็นพื้นที่หนึ่งที่ทั้งสหรัฐฯ และ รัสเซีย ต่างก็ต้องการเข้ามามีอิทธิพลในพื้นที่เนื่องจากเป็นพื้นที่ผลประโยชน์ โดยเฉพาะในการเป็นแนวกันชนระหว่างยุโรป และ รัสเซีย นอกจากนั้นแล้วทะเลดำปัจจุบันนี้ ยังเป็นเส้นทางการลำเลียงก๊าซ จากรัสเซีย เพื่อเข้าสู่ยุโรปภายโครงการตุรกีสตรีม ถึง 2 เส้นด้วยกัน ดังนั้นภูมิภาคดังกล่าวถูกปกคลุมไปด้วยความตึงเครียด ในขณะที่รัสเซียเสริมกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่หลังผนวกไครเมียของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนในปี 2014 แม้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะถูกปฏิเสธอย่างกว้างขวางจากประชาคมนานาชาติ ที่นำโดยสหรัฐฯ ก็ตาม

 

 

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 ผ่านมามีความเคลื่อนไหวของทางด้านสหรัฐฯ ภายในภูมิภาคดังกล่าว เช่นกัน โดยกองเรือที่ 6 แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งดูแลปฏิบัติการต่างๆของกองทัพเรืออเมริกาในภูมิภาคดังกล่าว  สหรัฐฯ ได้ส่งเรือยูเอสเอส คาร์นีย์ เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้น Arleigh Burke (อาร์ลีห์เบิร์ก) เข้าร่วมกับเรือยูเอสเอส รอสส์ ในทะเลดำ สำหรับปฏิบัติการต่างๆด้านความมั่นคงทางทะเล

ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ 2 ลำ แล่นอยู่ในทะเลดำนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2017

 

 

 

พลเรือโทคริสโตเฟอร์ กราดี ผู้บัญชาการกองเรือที่ 6 แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุในถ้อยแถลงว่าการเดินหน้าประจำการในทะเลดำของกองทัพเรือสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าเรายืนหยัดในพันธสัญญาของเราต่อเสถียรภาพในภูมิภาค ความมั่นคงทางทะเลของเหล่าพันธมิตรของเราในทะเลดำ และร่วมป้องกันพันธมิตรนาโต้ของเรา และการตัดสินใจใช้เรือ 2 ลำปฏิบัติการพร้อมกันในทะเลดำก็เพื่อความมั่นใจ ไม่ใช่การตอบโต้

 

 

ขณะที่ทางด้านกองทัพเรือรัสเซีย ก็มีความเคลื่อนไหวตอบโต้ทันทีเช่นกัน เมื่อ ในวันอาทิตย์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561  มีการเปิดเผยว่าได้มีการประจำการกองเรือของพวกเขาในพื้นที่ดังกล่าว  โดยการส่งเรือฟริเกต แอดมิรัล เอสเซน และเรือลาดตระเวน 2 ลำ ได้แล่นเข้าสู่ทะเลดำเพื่อดำเนินการฝึกฝนกระบวนการต่าง ๆ ตามยุทธวิธี

 

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางทหารของสหรัฐฯ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางด้านรัสเซียเองนั้น มีความอ่อนไหวอย่างมากต่อปฏิบัติการต่างๆของกองทัพสหรัฐฯในทะเลดำ ส่งผลให้รัสเซีย จำเป็นที่จะต้องเสริมกำลังทหารเข้าไปในไครเมีย เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลำเลียงยุทโธปกรณ์และกำลังทหารจำนวนมากเข้าประจำการในไครเมียช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นแล้วรัสเซียยังได้ประจำการกองเรือดำน้ำในไครเมียด้วย

 

 

 


ในขณะที่ความระอุของปัญหาไครเมีย ก็ยังดำเนินต่อไป แต่รัสเซียเองนั้นยังต้องปกป้องผลประโยชน์ใหม่ในภูมิภาคแห่งนี้นั่นคือ โครงการท่อส่งก๊าซเข้าสู่ยุโรป ตุรกีสตรีม 2 ซึ่งทางด้านบริษัทก๊าชพรอม ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย ได้รับอนุญาตจากทางการตุรกีให้ สร้างท่อส่งก๊าซ สายที่สองในโครงการตุรกีสตรีม ริมชายฝั่งทะเลดำของตุรกี ซึ่งจากข้อมูลที่มีการเปิดเผยเอาไว้บนเว็บไซต์ พบว่า ระบบท่อส่งก๊าซที่ทางบริษัทพลังงานของรัสเซีย จะดำเนินการต่อท่อสายใหม่ครั้งนี้มีระยะทางกว่า 760 กิโลเมตร

 

 

โครงการตุรกีสตรีมคาดการณ์การก่อสร้างท่อส่งก๊าซข้ามทะเลดำไปยังฝั่งยุโรปของตุรกีและต่อไปยังชายแดนประเทศกรีซ ส่วนใต้ทะเลมีระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร เมื่อโดยสายแรกนั้นเริ่มโครงการเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยทางบริษัทก๊าซพรอมได้เริ่มก่อสร้างท่อใต้ทะเลมายังตุรกีจากชายฝั่งทะเลของรัสเซีย
 สำหรับโครงการต่อท่อก๊าซตุรกีสตรีม นั้นสายแรก จะเป็นการจัดส่งก๊าซมายังตุรกี ส่วนสายที่สองที่จะเริ่มดำเนินการครั้งนี้ จะเป็นการจัดส่งก๊าซไปยังส่วนของภาคใต้ และ ตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป ทั้งสองสายจะมีกำลังการผลิตเท่ากันที่ 1575 ลบ.ม. / ปี

 

 

ซึ่งหากแล้วเสร็จคาดการณ์ว่าทางบริษัทก๊าซพรอมจะสร้างรายได้มหาศาลจากการจัดส่งก๊าซเข้าไปยังประเทศแถบยุโรปต่อไป

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล