เมื่อมหาอำนาจแผ่อิทธิพลสู่แอฟริกา!!! จีนยึดครองทางเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ ต่อยอดทางทหาร ด้านสหรัฐฯปั่นหัวทันที "ตกเป็นทาสเศรษฐกิจจีนแน่"

Publish 2018-03-08 14:13:56

เดือนธันวาคม 2558  ทางด้านสาธารณรัฐจิบูตี ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้เปิดพื้นที่ให้ทางด้านกองทัพเรือจีนก่อสร้างฐานทัพเรือในจิบูตี ซึ่งจะเป็นฐานทัพในต่างประเทศแห่งแรกของจีน หลังการเจรจาเสร็จสิ้นได้ข้อสรุป ระหว่างรัฐบาลจีน กับรัฐบาลจิบูตี


พอเอ่ยชื่อประเทศจิบูตี  หลายคนแทบจะไม่เคยได้ยินชื่อเสียด้วยซ้ำ และก็เกิดคำถามตามมาว่ามันมีความสำคัญอย่างไร ถึงทำให้จีนถึงต้องไปสร้างฐานทัพเรือเอาไว้ที่นั่น และกลายเป็นฐานทัพเรือแห่งแรกของจีนนอกประเทศ จิบูตีเป็นประเทศทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ริมปากอ่าวเอเดน ทางเข้าออกทะเลแดง เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของแอฟริกา หลายประเทศมหาอำนาจต่างมีฐานทัพอยู่ในประเทศนี้ เช่น สหรัฐฯ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น เป้าหมายของจีนคือการสร้างฐานทัพไว้ต่อสู้กับโจรสลัด คุ้มครองเรือบรรทุกสินค้าของจีน ที่แล่นผ่านเส้นทางอ่าวเอเดนและทะเลแดง และในส่วนของจิบูตีโครงการนี้จะเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ทางทหาร กองทัพเรือของหลายประเทศใช้ดินแดนจิบูตี เป็นฐานในการต่อสู้กับโจรสลัดจากโซมาเลีย ประเทศเพื่อนบ้านติดกันทางใต้ของจิบูตี 

 

 

ช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่เกิดความไม่มั่นคงในโซมาเลีย ภูมิภาคนี้ได้กลายเป็นแหล่งลี้ภัยของโจรสลัดและกลุ่มก่อการร้าย นอกนั้นรัฐบาลจีนประกาศให้เงินช่วยเหลือและเงินกู้รวม 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่หลายประเทศในแอฟริกาอีกด้วย




การขยายอาณาเขตทางทหารของจีนนั้น ไม่เพียงแต่เพื่อแสดงศักยภาพทางทหารให้ทั่วโลกรู้ว่า วันนี้จีนเป็นประเทศมหาอำนาจในทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเพียบพร้อมไปด้วยกำลังของทหาร เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และ สมาชิกที่เป็นพันธมิตรกับจีนอีกด้วย แต่การรุกคืบของจีนนั้น จะใช้นโยบายทางเศรษฐกิจนำ และตามด้วยนโยบายทางการทหาร ซึ่งผิดแปลกแตกต่างกับสหรัฐอเมริกาอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจีนขยับไปในภูมิภาคใด ก็จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นับแต่นี้ต่อไปจีนจะเป็นอีกประเทศที่ใครๆต้องยำเกรง 

 

เส้นทางรถไฟโดยสารความยาว 472 กิโลเมตร ระหว่างกรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยา กับเมืองบอมบาซา ที่สร้างด้วยเงินสนับสนุนจากจีน


จากการขยายฐานอำนาจทางเศรษฐกิจของจีนไปยังแอฟริกา มีการรุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และถูกจับตามองจากนักวิเคราะห์ต่างๆ ว่าเป็นการเดินเกมอย่างชาญฉลาดของผู้นำจีน อย่างสี จิ้นผิง ที่นำเอาเรื่องเศรษฐกิจเป็นตัวนำทาง และได้รับการยอมรับจากประเทศต่าง ๆในแอฟริกา บางประเทศถึงกับเชื้อเชิญให้จีนไปลงทุน มอบแรงจูงใจนานัปการให้กับจีน เพื่อได้เข้าไปพัฒนาด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศตน 

 

 

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 ทางด้านเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พูดก่อนที่จะออกเดินสายเยือน 6 ประเทศในทวีปแอฟริกาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ได้แก่ ชาด จิบูตี เอธิโอเปีย เคนยา และไนจีเรีย ว่าสหรัฐฯเองก็มีความกระตือรือร้น ที่จะยกระดับความสัมพันธ์กับแอฟริกาในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการลดกำแพงการค้าและเพิ่มการลงทุน เพื่อเป็นสะพานระหว่างสองภูมิภาค


การเยือนแอฟริกาครั้งนี้ ของ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ บรรดานักวิเคราะห์มองว่าเป็นการกระชับมิตร หลังรายงานหลายของสื่อกระแสหลักในสหรัฐฯทุกแห่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นไปในทางเดียวกันว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้คำเรียกผู้อพยพจากแอฟริกาว่ามาจากหลุมโสโครก ทำให้มีกระแสต่อต้านสหรัฐฯอย่างหนัก รวมถึงเวลานี้ทางด้านสหรัฐฯ เองก็เสียท่าให้กับจีนในเรื่องของการค้าการขายในทวีปแอฟริกา เนื่องจากปัจจุบันจีน กลายเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในหลายประเทศของแอฟริกา 


ขณะเดียวกัน ทิลเลอร์สันกล่าวถึงแผนการจัดสรรงบประมาณความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการพัฒนาก้อนใหม่ให้แก่ทวีปแอฟริกา มูลค่า 533 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมทั้งกล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับแอฟริกาทั้งในด้านการต่อต้านการก่อการร้าย การส่งเสริมประชาธิปไตย การค้าและการลงทุน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาแอฟริกา

 

 

นอกจากนั้นแล้ว เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ยังได้ออกปากวิจารณ์จีน กรณีที่จีนเดินหน้าลงทุนในแอฟริกาอย่างต่อเนื่อง ว่าการที่จีนเพิ่มการลงทุนสามารถพัฒนาศักยภาพให้แก่แอฟริกาในหลากหลายด้าน แต่นโยบายของรัฐบาลจีนคือการส่งเสริมให้เกิดการพึ่งพิงมากจนเกินไป ที่มีแต่จะนำไปสู่การเพิ่มภาระหนี้สิน อัตราการคอร์รัปชั่นที่จะสูงขึ้น และเป็นการชะลอการขยายตัวของตลาดแรงงานในระยะยาว โดยความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับหลายประเทศในแอฟริกาพัฒนาขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามอุปสงค์ของจีนที่มีต่อแร่ธาตุนานาชนิดที่เป็นทรัพยากรสำคัญในแอฟริกา


การวิจารณ์ของทางด้านเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ครั้งนี้ที่มีต่อจีน ก็ทำให้ทางด้านนายเกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ก็ออกมาสวนกลับทันที โดยยกประเด็นเรื่องภาระหนี้สินของแต่ละประเทศในแอฟริกาเป็นผลจากความผิดพลาดด้านนโยบายการพัฒนาของประเทศนั้นที่ส่งผลให้ปริมาณหนี้สินพอกพูนขึ้น ซึ่งจีนก็ได้ดำเนินการช่วยเหลือผ่านโครงการลงทุนและการพัฒนา เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการพัฒนาของแอฟริกาในระยะยาว

 

 

แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า การเดินทางเยือนทวีปแอฟริกาของทางด้าน รมว.กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯนั้น เกิดขึ้นตรงกับช่วงเวลาของการเดินทางเยือน แองโกลา เอธิโอเปีย โมซัมบิก นามิเบีย และซิมบับเว ของนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเช่นกัน


ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเวลานี้ มหาอำนาจไม่ว่าจะเป็นจีน สหรัฐฯ หรือแม้แต่รัสเซีย ก็กำลังมุ่งหน้าสู่แอฟริกา เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ ในภูมิภาคแห่งนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเป็นอีกพื้นที่น่าจับตามองหลังจากนี้ว่า ท้ายที่สุดแล้วใครจะสามารถปักหลักสร้างศักยภาพที่แข็งแกร่งได้ในทวีปแอฟริกา

 

บทความโดย : สถาพร เกื้อสกุล

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย