สัญญาณสงครามโลกมาแล้ว!! เมื่ออังกฤษ รวมหัวสหรัฐฯ และยุโรป จัดหนักรัสเซีย

Publish 2018-03-28 07:02:18

กลายเป็นข่าวใหญ่ในสื่อต่างประเทศเมื่อ ทางด้านนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ได้ทำการแถลงต่อสภาสมัยสามัญ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมาว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับนายเซอร์เก สกรีพัล อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย ซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศตั้งแต่ปี 2553 และน.ส.ยูเลีย สกรีพัล บุตรสาว ซึ่งทั้งสองคนนั้นถูกทำร้ายด้วยการใช้สารเคมีออกฤทธิ์ร้ายแรงต่อระบบประสาท เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2561  ซึ่งทางอังกฤษคาดว่าเป็นการกระทำของทางด้านรัฐบาลรัสเซีย ดังนั้นทางรัฐบาลอังกฤษ จำเป็นที่จะต้องตอบโต้ในกรณีดังกล่าวด้วยการขับเจ้าหน้าที่การทูตของรัสเซีย 23 คนออกจากราชอาณาจักร โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ถือเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่ไม่ประกาศตัวต้องเดินทางออกนอกประเทศภายใน 7 วัน ถือเป็นการขับนักการทูตต่างชาติจำนวนมากที่สุดของสหราชอาณาจักร นับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

 

นายเซอร์เก สกรีพัล อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหาร และน.ส.ยูเลีย สกรีพัล บุตรสาว

 

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2561 กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ ประกาศให้เจ้าหน้าที่การทูตของสหราชอาณาจักร 23 คน ถือเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาและต้องเดินทางออกนอกประเทศภายในระยะเวลา 7 วัน ขณะเดียวกัน นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย สั่งเพิกถอนใบอนุญาตของสหราชอาณาจักร ในการเปิดดำเนินการสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และสั่งปิดสถาบันบริติช เคาน์ซิลทุกแห่งในรัสเซีย ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมของสหราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นสถาบันที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการตามกฎหมาย 

 



นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการระบุว่าทางด้านรัสเซีย พร้อมจะดำเนินมาตรการอื่นใดนอกเหนือจากนี้ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัสเซีย และเพื่อเป็นการตอบโต้หากสหราชอาณาจักรแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ที่มีแต่จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี แต่ทว่าเรื่องราวดังกล่าวไม่ได้หยุดนิ่งเพียงแค่ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย กับทางด้านสหราชอาณาจักร ล่าสุด สหรัฐฯ แคนาดาและประเทศในยุโรป จำนวนหนึ่งได้พร้อมใจขับไล่นักการทูตรัสเซียรวมกันกว่า 100 คน 


โดยทางด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเปิดเผยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งขับไล่นักการทูตรัสเซีย 60 คนออกจากสหรัฐฯ และปิดสถานกงสุลในซีแอตเทิล ในมาตรการตอบโต้เหตุลอบวางยาพิษด้วยสารทำลายระบบประสาทสายลับสองหน้าชาวรัสเซียในอังกฤษ

 

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นมาตรการหนักหน่วงที่สุดที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้เล่นงาน รัสเซีย ในเวลาไล่เลี่ยกันเหล่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโปร อย่างน้อย 15 ประเทศและแคนาดา ก็เคลื่อนไหวขับไล่นักการทูตรัสเซียออกนอกดินแดนเช่นกัน หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางกลุ่มบอกว่าพวกเขายืนหยัดอยู่เคียงข้างอังกฤษ ในการกล่าวโทษรัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลังวางยาพิษสายลับสองหน้า


14 ประเทศสมาชิกอียูที่ดำเนินการขับทูตรัสเซีย ประกอบไปด้วย เยอรมนี(4คน), ฝรั่งเศส(4คน), ฟินแลนด์(1คน), อิตาลี(2คน), โรมาเนีย(1คน), เอสโตเนีย(ไม่ระบุ), เดนมาร์ก(2คน), เนเธอร์แลนด์(2คน), ลิทัวเนีย(3คน), สาธารณรัฐเช็ก(3คน), ลัตเวีย(1คน), โปแลนด์(4คน), โครเอเชีย(1คน) และสวีเดน(1คน) ขณะที่ ยูเครน ซึ่งยังไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปดำเนินการขับไล่ทูตรัสเซีย13คน 

 


ขณะที่ทางด้านนายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ เขียนบนทวิตเตอร์ยกย่องความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรป สหรัฐฯและพันธมิตรอย่างแคนาดา ว่านี่คือมาตรการตอบโต้อันพิเศษโดยพันธมิตรของเราที่ยืนหยัดเคียงข้างกันมาตั้งแต่อดีต ในขณะที่มันเป็นการร่วมกันขับไล่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซียครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาและจะช่วยปกป้องความมั่นคงของเรา

 

นายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ

 

ขณะที่ทางด้านทางกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ต่อสถานการณ์ดังกล่าทันที เพื่อประท้วงต่อการตัดสินใจขับไล่นักการทูตรัสเซียของสหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกนาโต้ โดยทางด้านรัสเซียบอกว่าสถานการณ์แบบนี้เป็นการยั่วยุ และทางด้านรัสเซีย จะดำเนินการตอบโต้กลับประเทศเหล่านั้นทันที


สถานการณ์เรื่องดังกล่าวกำลังระอุเลยทีเดียว ขณะนี้ประเทศแถบยุโรป กำลังลอยแพรัสเซีย สิ่งที่จะต้องดูว่ารัสเซียจะมีมาตรการตอบโต้กับเรื่องนี้อย่างไร และที่สำคัญรัสเซียจะแก้ข้อกล่าวหาของอังกฤษ ให้สังคมโลกเกิดความกระจ่างชัดได้อย่างไร???

 

 

บทความโดย : สถาพร เกื้อสกุล

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน