เมื่อคิม จอง อึน ประกาศเลิกทดสอบขีปนาวุธ สหรัฐฯ จะเบนเข็มป่วนทะเลจีนใต้เต็มรูปแบบ

Publish 2018-04-21 08:45:34

ซึ่งหลังจากนี้ถ้าสิ่งที่ผู้นำหนุ่มของเกาเหนือประกาศนั้น เหมือนเป็นสัญญาประชาคมกับชาวโลกไปแล้วนั้น ก็คงทำให้สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีคลี่คลายไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากนี้สิ่งที่จะต้องไปโฟกัสต่อว่า แล้วสหรัฐฯ จะไปปั่นป่วนพื้นที่ใดต่อไป

 



ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พูดถึงเรื่องของสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีว่าจะเป็นอย่างไรหลังจากที่ทางผู้นำของเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ได้มีการนัดหมายที่จะมีการพูดคุยกันที่ หมู่บ้านปันมุนจอม ในวันศุกร์ที่ 27 เมษายน นี้  ซึ่งหลังจากนั้นราว 1 เดือน น่าจะตามด้วยการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำกลุ่มของเกาหลีเหนือ กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยที่ก็มีข่าวเช่นเดียวกันว่า ที่ผ่านมาทางด้านนายไมเคิล ปอมเปโอ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือซีไอเอ  และว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงเปียงยาง  เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ และเข้าพบนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อหารือเกี่ยวกับการพบปะอย่างเป็นทางการระหว่างผู้นำหนุ่มของเกาหลีเหนือ กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบัน

 

 

 

ขณะที่ทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ระหว่างการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ที่รีสอร์ตมาร์อาลาโก ในรัฐฟลอริดา ว่ามีการหารือระดับสูงสุด ระหว่างเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นนิมิตหมายเริ่มต้นอันยอดเยี่ยมที่จะนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลี และเขากับทีมงานกำลังพิจารณาสถานที่อย่างน้อย 5 แห่ง

 

 


สำหรับจัดการพบหารือครั้งนี้ โดยจะเป็นครั้งแรกและครั้งประวัติศาสตร์ ที่ผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำเกาหลีเหนือจะประชุมร่วมกัน ซึ่งคำกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ ทำให้แทบทุกฝ่ายตีความไปในทางเดียวกันทันทีว่า หมายถึงตัวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เอง จากคำสำคัญคือการหารือระดับสูงสุด

 

 

ขณะที่นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกหญิงทำเนียบขาว กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า มีการติดต่อระดับสูงสุด ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศจริง แต่ผู้นำของสองประเทศยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันโดยตรง แต่ทรัมป์และผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังไม่ได้พูดคุยกันโดยตรง

 

 

 


แต่ทว่าเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2561 ที่ผ่านมานั้น ก็มีข่าว ที่อาจจะเป็นการสร้างความแปลกใจให้กับผู้ที่กำลังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลีเมื่อ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ประกาศว่าเกาหลีเหนือจะไม่ทำการทดสอบนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธข้ามทวีปอีก โดยที่คำประกาศดังกล่าวซึ่งตรงกับเป้าหมายที่สหรัฐฯแสวงหามานาน ดูเหมือนจะเป็นก้าวย่างสำคัญในความคืบหน้าทางการทูตอันรวดเร็วทั้งในและรอบๆคาบสมุทรเกาหลี

 

 

ขณะเดียวกันมันยังมีขึ้นไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก่อนหน้าที่ผู้นำของสองเกาหลีจะพบปะกัน นั่นก็คือ ทางด้านคิมจอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และ มุน แจอิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เพื่อประชุมซัมมิตในเขตปลอดทหารที่กั้นระหว่างสองชาติ และจะตามด้วยการประชุมระหว่าง ผู้นำเกาหลีเหนือกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

 

โดยคำประกาศของคิม จอง อึน บอกว่าในขณะที่อาวุธนิวเคลียร์ผ่านการตรวจสอบแล้ว มันจึงไม่มีความจำเป็นสำหรับเราที่จะทดสอบนิวเคลียร์เพิ่มเติม หรือยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางและพิสัยไกลหรือICBMอีก

 

 

นักวิเคราะห์ต่างก็มองกันว่าที่ผ่านมานั้นเกาหลีเหนืมีความคืบหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วในโครงการอาวุธต่างๆของพวกเขาภายใต้การนำของคิม จองอึน แม้ว่าจะถูกคว่ำบาตรหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ, สหรัฐฯ, อียู, เกาหลีใต้และประเทศอื่นๆ

 

 

ปี 2560 ทางด้านเกาหลีเหนือได้ทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นครั้งทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา และยิงทดสอบขีปนาวุธหลายครั้ง ซึ่งมีแสนยาภาพสามารถโจมตีได้ไกลถึงแผ่นดินใหญ่ของอเมริกา

 

 

 

ซึ่งหลังจากนี้ถ้าสิ่งที่ผู้นำหนุ่มของเกาเหนือประกาศนั้น เหมือนเป็นสัญญาประชาคมกับชาวโลกไปแล้วนั้น ก็คงทำให้สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีคลี่คลายไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากนี้สิ่งที่จะต้องไปโฟกัสต่อว่า แล้วสหรัฐฯ จะไปปั่นป่วนพื้นที่ใดต่อไป เพื่อให้เกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง และเข้าไปแสวงหาประโยชน์จากความขัดแย้งเหล่านั้น  ก็คงต้องตามกันต่อไป แต่ที่น่าสนใจสหรัฐฯ อาจจะเบนเข็มไปป่วนที่ทะเลจีนใต้ แบบเต็มที่ก็อาจเป็นได้ เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่เป้าหมายของสหรัฐฯ นั่นเอง

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล