อิหร่านชักธงแดงเหนือ ยอดสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์ ประกาศพร้อมสู่ภาวะสงคราม เริ่มยิงขีปนาวุธถล่มเขตทหาร สถานทูตมะกัน

Publish 2020-01-05 09:43:16


กลายเป็นสถานการณ์โลกที่ต้องเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน  อิรัก  และสหรัฐ หลังชาติมหาอำนาจปฏิบัติการทางทหาร และทำให้บุคคลสำคัญของอิหร่าน  อิรัก   2 ราย เสียชีวิต  สร้างความโกรธแค้นให้กับอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก



อิหร่านชักธงแดงเหนือ ยอดสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์ ประกาศพร้อมสู่ภาวะสงคราม เริ่มยิงขีปนาวุธถล่มเขตทหาร สถานทูตมะกัน

กรณีดังกล่าวเริ่มต้นจาก   กองทัพสหรัฐได้เข้าโจมตีฐานที่มั่น 5 แห่งของกลุ่มติดอาวุธกาตาอิบ ฮิซบอลเลาะห์ (Kata'ib Hezbollah - KH) ในอิรักและซีเรีย  โดยอ้างว่าเพื่อตอบโต้จากการที่กลุ่มติดอาวุธ  เข้าปะทะกองกำลังพันธมิตรในอิรักภายใต้การนำโดยสหรัฐ ทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก  รวมถึงมีการกล่าวหาว่า  กองกำลังดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน

 

ตามมาด้วยการโจมตีทางอากาศ ด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐ  ที่สนามบินในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก  ทำให้  พลตรี กาเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง “คัดส์” ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน  และ  อาบู มาห์ดี อัล-มูฮานดิส ผู้นำกองกำลังติดอาวุธในอิรัก  เสียชีวิต จากปฏิบัติการดังกล่าว  โดยสหรัฐอ้างว่าเป็นการตัดสินใจเพื่อหยุดยั้งสงคราม และปกป้องความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กับชีวิตพลเมือง ทรัพย์สินของสหรัฐ


ไม่นานนัก สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่าน อ่านแถลงการณ์ของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน  ระบุว่า สหรัฐฯ จะถูกอิหร่านตอบโต้อย่างรุนแรง  "ผู้ใดก็ตามที่ปลิดชีวิตของนายพลโซเลมานีและพรรคพวก จงรอคอยการแก้แค้นอย่างสาสม"     เนื่องด้วย พลตรี กาเซ็ม โซเลมานี  ถือเป็นผู้นำทางทหารที่สำคัญของอิหร่าน    และมีบทบาททางการเมืองเป็นอันดับ 2 เคียงคู่กับ  อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี   มาโดยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา  



ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า  อิหร่านได้ชักธงสีแดงบนยอดสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์จามคาราน ( Jamkaran Mosqu)  เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าพร้อมเข้าสู่ภาวะสงครามแล้ว  และพลตรี จัตวา เอสมาอิล คารี  ผู้บัญชาการของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน คนใหม่  ได้ประกาศกร้าว ว่า  อิหร่านจะปฏิบัติการลงโทษชาวอเมริกันไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน!!  

 


ก่อนสำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลก จะรายงานข้อมูลตรงกันในวันนี้ ( 5 ธ.ค.) ว่าเกิดเหตุการยิงขีปนาวุธ 2-3  ลูกโจมตีใส่เขต Green Zone ในกรุงแบกแดดของอิรัก  และบริเวณใกล้เคียง   สถานทูตสหรัฐ ฯ และแหล่งการทูตจากนานาชาติตั้งอยู่ ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก   Oil Trading - ทันตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลกกับ KP  อ้างอิงรายงานข่าวของรอยเตอร์  ระบุรายละเอียเหตุการณ์ว่า

 


เวลา 00.11 น. หรือเลยเที่ยงคืนของบ้านเรามาเล็กน้อย มีรายงานว่ามีจรวด 2 ลูกโดนยิงเข้ามาในโซน Green Zone ที่กรุงแบกแดด ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานกำลังทหารสหรัฐ และสถานทูตสหรัฐอยู่ในบริเวณนั้นด้วย

 

และเวลา 00.25น   มีรายงานจรวด 3 ลูกยิงเข้าไปที่ Air Base ของ US Force หรือฐานทัพของกองทัพอากาศสหรัฐอยู่เหนือกรุงแบกแดดไป 80 กิโลเมตร  (Al-Balad Military airbase

 

 


ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก  Pat Hemasuk  ภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า  " หลังจากที่โดนโจมตีฐานทัพและสถานทูตที่ใกล้กรุงแบกแดกเมื่อคืนที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้ทวีตเตอร์รัวๆ อีกแล้ว

 

ปธน.ทรัมป์เพิ่งทวีตเตอร์ว่าจะถล่มฐานของอิหร่าน 52 ฐานเท่ากับที่อิหร่านจับตัวประกันไป 52 คนเมื่อหลายปีก่อน บางฐานนั้นมีความสำคัญสูงกับกองกำลังอิหร่าน จะทำลายแบบรวดเร็วและรุนแรง สหรัฐไม่ต้องการภัยคุกคาม


และอีกทวิตหนึ่งก่อนหน้า ผู้ต่อต้านชาวอิหร่านหลายร้อยคนพร้อมที่จะบุกสถานทูตของเราและเตรียมการที่จะบุกอีกหลายที่ อิหร่านไม่มีน้ำยาอะไรแต่เป็นปัญหามาหลายปี นี่คือการเตือน ถ้าอิหร่านทำร้ายอเมริกันหรือทรัพย์สินของอเมริกัน เราจะ....


อีกหนึ่งทวิตเตอร์ อิหร่านพูดแบบเหี้ยมหาญว่าเป้าหมายคือทรัพย์สินของสหรัฐเพื่อแก้แค้นกับการที่เราขจัดหัวหน้าการก่อการร้ายไปจากโลก ผู้ที่เพิ่งฆ่าอเมริกันและทำร้ายคนอื่นๆ มากมายมาตลอดชีวิต จนไม่สามารเล่าได้หมด รวมถึงเมื่อเร็วๆ นี้ด้วย


ทวีตเตอร์ทั้งสามนี้เหมือนต้องการรักษาหน้าของตัวเองเอาไว้จากเหตุกรณ์เมื่อคืน ไม่ใช่ว่าคนทั้งโลกจะไม่เคยอ่านอะไรแบบนี้จากทรัมป์ เมื่อคราวที่ขู่คุกคามตี๋คิมรุนแรงกว่านี้อีก ถึงกับจะส่งเรื่องบรรทุกเครื่องบินและเรือดำน้ำนิวเคลียร์เข้าไปถล่มเกาหลีเหนือ แล้วก็แห้วไม่กล้าเข้าไปจริง เพราะไม่พร้อมจะเล่นกับจีนและรัสเซียที่ยืนอยู่ข้างหลังเกาหลีเหนือ


ครั้งนี้ก็เช่นกัน ฐานทัพรัสเซียในซีเรียนั้นก็ยังอยู่และอยู่ในเขตติดต่อกันกับฐานกำลังของ อิหร่าน-ซีเรีย ที่ถ้าเข้าไปแบบไม่แจ้งกันก่อนรัสเซียไม่ยอมให้เข้าไปแน่ เพราะอาจจะโดนยิงร่วงเอาง่ายๆ และในเขตของอิรักนั้นยังมีทหารของรัฐบาลอิรัก และนักรบปลดปล่อย คาเต็บ ฮิซบัลเลาะห์ อยู่รวมกันแบบแยกกันไม่ขาด ถ้าสหรัฐลุยลงไปสงครามกองโจรแบบยืดเยื้อคงใหญ่ยาว และมีถุงศพรายวันแน่นอน


ซึ่งทรัมป์คงไม่กล้าเสี่ยงกับคะแนนเสียงของตัวเอง และเสี่ยงกับการที่โดนรัฐสภาจวกเอาอย่างแน่นอน




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;