กสิกรยักยอกทรัพย์???...ทนายคู่ใจ ส่งซิก สคบ.ออกโรงแทนประชาชน จัดหนักธนาคาร อ้างระบบหักเงินแล้วคืน มันไม่แฟร์

Publish 2016-06-14 08:16:54

จากกรณี เมื่อวันที่ (12 มิ.ย.) ในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. มีลูกค้าบัตรเดบิตชิปการ์ดของธนาคารกสิกรไทยจำนวนหลายราย ถูกตัดเงินออกจากบัญชีตั้งแต่ 200 - 850 บาท โดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า และเป็นการหักค่าธรรมเนียมรายปีซ้ำซ้อน ทั้งที่เก็บเงินจากผู้ใช้บัตรไปแล้วตั้งแต่วันทำบัตร

ซึ่งภายหลังทางธนาคารกสิกรได้ตอบกระทู้ทางเว็บไซต์พันทิป ว่า ระบบขัดข้องเกี่ยวกับการหักค่าธรรมเนียมรายปีซ้ำซ้อน ธนาคารจะคืนเงินเข้าบัญชีลูกค้าทุกรายภายในวันที่ 12 มิ.ย.

ทางด้านแฟนเพจเฟซบุ๊ก "ทนายคู่ใจ" ซึ่งได้เกาะติดกรณีนี้ได้โพสต์ว่า การหักเงินโดยอำเภอใจเป็นข้อหายักยอกทรัพย์ ถึงจะโอนเงินคืนภายหลังแต่ทางคดีอาญาเมื่อเบียดบังเอาไปโดยทุจริตก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 พัน หรือทั้งจำทั้งปรับ

"หักโดยอำเภอใจ...เดี๋ยวนะข้อหายักยอกทรัพย์ (เงินฝาก) ลูกค้าหรือเปล่า ถึงจะโอนคืนลูกค้าแต่ทางคดีอาญาเมื่อเบียดบังเอาไปโดยทุจริตก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว คดียักยอกทรัพย์โทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 พัน หรือทั้งจำทั้งปรับ เรื่องนี้ต้องมีคำตอบให้ลูกค้าตาดำ ๆ" เพจทนายคู่ใจระบุ

 



จากนั้นเพจทนายคู่ใจยังโพสต์อีกว่า ดูดเงินไปแล้ว โดยไม่มีสิทธิใดๆหรือพันธสัญญาใดๆให้หักเงิน ตอนหลังจะมาอ้างเข้าใจผิดมันไม่ใช่นะ ก็ทรัพย์ (เงินฝาก) เอาไปแล้วนี่ สคบ.โปรดนำเรื่องนี้ฟ้องคดียักยอกทรัพย์เอาผิดกับธนาคารแทนประชาชนตาดำ ๆ ด้วย ส่วนธนาคารจะอ้างอะไรให้ไปอ้างที่ศาลเอาเถอะ คุณคิดดูวันหนึ่งตื่นมาเงินหาย จะบอกโอนกลับมาคืนแล้วๆกันไปมันไม่ได้เว้ย ความผิดมันสำเร็จแล้ว อายุความนับจากนี้ไปอีก 3 เดือนต้องไปแจ้งความ เรื่องนี้ต้องมีมาตรฐานของสังคมว่าธนาคารถ้าหักเงินลูกค้าไม่ถูกกฎหมาย ตัวธนาคารหรือกรรมการธนาคารต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญา

 


ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โทษจำคุก 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การคืนเงินให้ลูกค้าเป็นแค่เหตุบรรเทาโทษไม่ต้องติดคุกเท่านั้นเองเวลาพิจารณาคดีในศาล 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วรรณนิศา วิเชียรชม