กระตุกต่อมสำนึก!?!พระพุทธะอิสระส่งสัญญาณ ยังบรรดานักการเมืองที่ไม่รับร่างรธน.อย่าเข้าตำราเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกงแล้วกัน???

กระตุกต่อมสำนึก!?!"พระพุทธะอิสระ"ส่งสัญญาณ ยังบรรดานักการเมืองที่ไม่รับร่างรธน.อย่าเข้าตำรา"เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง"แล้วกัน???

Publish 2016-08-09 07:49:10

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังผลการลงประชามติออกมาเป็นที่แน่ชัด พระพุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊ค ระบุว่า...

ธรรมะ ย่อมชนะ อธรรม
๘ สิงหาคม ๒๕๕๙
ประชาธิปไตยของไทยที่ผ่านมา
คนไทยเอือมระอาต่อพฤติกรรมของนักการเมืองอย่างเหลือทน
จนนำมาซึ่งผู้คนออกไปเดินกันเต็มถนนเพื่อขับไล่รัฐบาลประชาธิปไตย นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงขึ้นในบ้านเมือง ด้วยการมีรัฐบาล คสช. เข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมืองและจัดระเบียบนักการเมืองด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญที่พึ่งผ่านกระบวนการประชามติ
ฉะนั้นผลคะแนนจึงออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๙ ทั้งฉบับ ณ เวลา ๑๙:๓๓ น. (ร้อยละ ๙๔) ปรากฏว่ามีผู้เห็นชอบถึง ๑๕,๕๖๒,๐๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๑.๔๑ ไม่เห็นชอบ ๙,๗๘๔,๖๘๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๘.๕๙
และมีการรับคำถามพ่วงด้วย ซึ่งมีคะแนนการรับคำถามพ่วง คือ ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง ๕ ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่ามีผู้เห็นชอบถึง ๑๓,๙๖๙,๕๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๘.๑๑ ไม่เห็นชอบ ๑๐,๐๗๐,๕๙๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๘๙
ส่วนผู้ที่ไม่เห็นชอบก็มิได้หมายความว่า ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่เพราะเขาต้องการให้รัฐบาล คสช. อยู่ต่อ จึงไม่ออกมารับร่าง เช่นนี้ก็มี
ผลการลงประชามติครั้งนี้ มันบอกอะไรให้กับรัฐบาลและบรรดานักการเมืองได้หลายอย่าง
จึงสมควรที่บรรดานักการเมืองทั้งหลาย รวมทั้งรัฐบาล คสช. ด้วย ต้องกลับมาคิดทบทวนบทบาทตนเองว่า จะปฏิรูปตน ปฏิรูปพรรคอย่างไร ปฏิรูปการทำงานของ คสช. เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของภาคประชาชนทั้งประเทศได้อย่างไร
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ คุณมีชัยและคณะเขาเขียนขึ้นมา สำหรับปราบนักการเมืองขี้ฉ้อ สกัดกั้นคนไม่ดี ไม่ให้เข้ามาปกครองบ้านเมืองโดยเฉพาะ
หวังว่าเมื่อมีการเลือกตั้งในคราวหน้าคงจะไม่มีนักการเมืองขี้ฉ้อคนใดหลุดเข้ามาในสภาได้นะ
ส่วนนักการเมืองที่ดี ที่ซื่อตรง น่าจะไม่ต้องหวาดกลัวใด ๆ เพราะยังไงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาเปิดโอกาสให้คนดีเข้ามาปกครองบ้านเมืองอยู่แล้ว
ฉะนั้นใครที่พยายามจะอธิบายว่า เพราะประชาชนเขาต้องการเลือกตั้ง จึงได้พากันออกไปรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นก็เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้น
แต่ยังมีสาระสำคัญ คือ คำถามพ่วงที่ให้ ส.ว. เลือกนายกคนนอกได้ นี้ตะหากเล่า ที่เป็นตัวชี้วัดความนิยมในรัฐบาล คสช. และตัวนายกรัฐมนตรี
เมื่อผลการทำประชามติออกมาเช่นนี้
ก็เท่ากับว่า ๒ ปี ที่ผ่านมารัฐบาล คสช. ทำงานเข้าตากรรมการ จึงทำให้ประชาชนทุ่มเทคะแนนให้อย่างท่วมท้น
แต่รัฐบาลก็ไม่ควรประมาท
รัฐบาลควรจะต้องตรวจสอบดูว่ามีภาคไหน จังหวัดไหน เขตไหนที่คะแนนรับร่างอ่อนด้อยไป
ต้องถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาล คสช. จะต้องเข้าไปแสดงความจริงใจ ในการทำงานรับใช้บ้านเมืองและช่วยเหลือ ชี้แจงให้พวกเขาเหล่านั้นได้รับรู้ถึงความซื่อตรงจริงใจของรัฐบาล
อีกทั้งผลการทำประชามติออกมาหาได้แค่รับร่างอย่างเดียว แต่มีการรับคำถามพ่วงด้วย ซึ่งมีคะแนนการรับคำถามพ่วงที่มีผู้เห็นชอบถึง ๑๓,๙๖๙,๕๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๘.๑๑ ไม่เห็นชอบ ๑๐,๐๗๐,๕๙๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๘๙
นี่ย่อมแสดงว่าความนิยมชื่นชอบของประชาชนที่มีในรัฐบาล คสช. และตัวท่านนายกฯ คะแนนเหล่านี้คือ ดัชนีชี้วัดว่าการทำงานอย่างทุ่มเท ซื่อตรง จริงใจ จนประชาชนสัมผัสจับต้องได้ของ คสช. ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ชาวบ้านเขารับรู้อยู่แก่ใจ เขาจึงให้รางวัล ให้กำลังใจ โดยการเทคะแนนนิยมเลือกคำถามพ่วง ที่พวกนักการเมืองอ้างว่าไม่เป็นประชาธิปไตย
ซึ่งบรรดานักการเมืองทั้งหลายก็สมควรจักดูไว้เป็นเยี่ยงอย่างว่า ทำดี ซื่อสัตย์ สุจริต ย่อมมีผลดีตอบแทน
หากวันนี้บรรดานักการเมืองทั้งหลายยังมืดบอด ดูไม่ออก มั่วแต่โทษนั่นโทษนี่ แต่ไม่เคยโทษตัวเองเลย เช่นนี้ก็อยู่รอให้สูญพันธุ์ไปเถอะ อย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย
ต้องขอขอบคุณทุกเสียง ทุกสิทธิ ทุกกำลังใจ ที่ทุ่มเทให้กับรัฐบาล คสช. และท่านนายกประยุทธ์ ที่พวกเขายอมเสียสละเพื่อบ้านเพื่อเมือง และออกมาปกป้องสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง