งามไส้!?!...ถึงขั้นใช้วัดดังระดับประเทศเป็นรังโจร?!?...หลวงปู่พุทธะอิสระแฉไม่เลี้ยง ขบวนการปลอมรธน.ใครเป็นใคร?

งามไส้!?!...ถึงขั้นใช้วัดดังระดับประเทศเป็นรังโจร?!?..."หลวงปู่พุทธะอิสระ"แฉไม่เลี้ยง ขบวนการปลอมรธน.ใครเป็นใคร?

Publish 2016-08-10 07:58:32

สืบเนื่องจากการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (7 ส.ค.) ซึ่งก่อนหน้านี้มีประเด็นของการกระทำความผิด พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ จนท. กำลังเรียกเข้ามาสวบสวน แต่กลับเงียบ และล่าสุด เฟสบุ๊ค หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ก็ได้มีการออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าว ข้อความระบุว่า
และแล้วหางเขาก็โผล่ออกมาจนได้
๙ สิงหาคม ๒๕๕๙
พ.ต.อ.อรรคเดช เตจ๊ะราษฎร์ ผกก. (กลุ่มงานสอบสวน) บก.ภ.จว.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ให้ดำเนินคดีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยาของนายจาตุรนต์ เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคมที่ผ่านมา ข้อหาช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือช่วยผู้นั้นเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวเนื่องกับผู้กระทำความผิด พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า นางจิราภรณ์มีส่วนร่วมในการช่วยซ่อนเร้นนายวิศรุต โดยพาไปฝากเจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. บช.ภ.๕ จึงมีหนังสือคำสั่งที่ ๐๐๒๐.๒๕/๙๒๔๕ ลงวันที่ ๓ สิงหาคม มอบหมายให้พนักงานสอบสวนเข้าแจ้งความดังกล่าว
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ ในข้อหาช่วยเหลือผู้ต้องหาในการให้ที่พักพิงแล้ว โดยอยู่ระหว่างการประสานข้อมูลกับตำรวจภูธรภาค ๕ ในการรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าวันจันทร์นี้จะทราบความชัดเจน.
…………………………………………….
อ้าว แล้วไหนว่า พระไม่ยุ่งการเมืองไงหละ แล้วทำไมถึงให้ที่หลบซ่อนของผู้ต้องหาหนีหมายจับกรณีคดีผิด พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
ถ้าจะว่าด้วยความเป็นธรรม วัดก็เป็นสถานที่ที่ใคร ๆ จะเข้าอยู่อาศัยภายในวัดก็ได้ หากได้รับความเห็นชอบของเจ้าอาวาส
อีกทั้งพระระดับเจ้าอาวาสท่านย่อมมีเมตตา เห็นคนหนีร้อนมาพึ่งเย็น เป็นพระคงจะไม่ใจไม้ไส้ระกำ ผลักไส คงจะไร้เมตตาเกินไป
แต่ถ้าจะมาย้อนดูความสัมพันธ์ของพลพรรคเพื่อไทยกับวัดสระเกศที่มีมาแล้วแต่อดีต
เมื่อพิเคราะห์จากภาพปฏิสัมพันธ์ของวัดสระเกศกับนักการเมืองเพื่อไทยแล้ว ใครก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า
การที่เจ้าอาวาสวัดสระเกศรูปปัจจุบันให้ที่หลบซ่อนผู้ต้องหาคดีผิด พ.ร.บ.ประชามติ
ก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลก เพราะสนิทสนมกันเสียขนาดนี้
ใครเห็นรูปพวกนี้แล้วก็ไม่ต้องคิดมากแล้วหละ

 

 

 

 



เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ให้ที่ซ่อนเร้นผู้กระทำความผิด พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กรณีนำจดหมายใบปลิวต้านร่างรัฐธรรมนูญแจกจ่ายทางไปรษณีย์จำนวนมาก ส่งไปยังประชาชนในเขตพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ว่า วัดทุกแห่งในพระพุทธศาสนา เป็นพุทธสถาน เพื่อการปฏิบัติธรรม เจริญจิตตภาวนา ไหว้พระสวดมนต์ และเพื่อบำเพ็ญกุศล ในโอกาสต่างๆ ประชาชนทุกคนสามารถเข้าออกวัดได้ตามปกติ โดยเฉพาะวัดสระเกศฯ เป็นวัดเปิด มีกิจกรรมทางศาสนาตลอดทั้งวัน และมีกิจกรรมทางศาสนาตลอดทั้งวันตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๒๒.๐๐น. ทั้งนี้ ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมที่วัด บางท่านเห็นว่าดึกมาก อยากค้างคืนที่วัด ทางวัดก็มีอาคารกลางสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรม เรียกว่า “อาคารตั้งสิน” ประชาชนเข้าออกพระอารามวันหนึ่งๆ หลายพันคน ซึ่งทางวัดสระเกศฯ ไม่สามารถรู้ได้ว่า คนที่เข้ามาภายในพระอาราม ไปทำผิดหรือถูกกฎหมายสิ่งใดมา ทางวัดมีหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาบำเพ็ญกุศล เท่านั้น
พระวิจิตรธรรมาภรณ์กล่าวด้วยว่า อีกอย่างหนึ่ง วัดสระเกศฯ เป็นวัดท่องเที่ยว มีพระเจดีย์ภูเขาทองซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นเหมือนมงกุฎทองของพระนคร มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาภูเขาทองเป็นจำนวนมาก ดังนั้น บุคคลที่ระบุตามกระแสข่าวทางวัดไม่รู้จัก
อาตมาจึงขอฝากไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ถึงการให้ข่าว มุ่งให้ดูเหมือนว่า วัดเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำความผิด จะเป็นผลกระทบต่อศรัทธาของประชาชนผู้มาปฏิบัติกิจทางศาสนา และเป็นการทำลายพระศาสนาทางหนึ่งด้วย จึงควรใช้วิจารณญาณโดยชอบให้มาก
…………………………………………….
ที่ท่านเจ้าคุณผู้ช่วยเจ้าอาวาสพูดนะนั่นมันก็ถูก
แต่ผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเขารู้มาว่า เจ้าอาวาสเป็นผู้รับฝากผู้ต้องหาจากนางจิราภรณ์ นี่ซิจะอธิบายอย่างไร
หรือจะบอกว่า เจ้าอาวาสไม่รับรู้
ช่วยอธิบายหน่อยชาวบ้านเขาสงสัย
อีกทั้งตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาสจะต้องเป็นผู้อนุญาตหรือไม่อนุญาต ให้หรือไม่ให้ ผู้หนึ่งผู้ใดอยู่ในอาวาสที่ตนปกครองอยู่ก็ได้
ยิ่งหลักฐานบ่งชี้ว่ามีคนนำตัวผู้ต้องหาไปฝากกับเจ้าอาวาสเอง จะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นคงจะไม่ได้
สิ่งที่สมควรทำก็คือแสดงความบริสุทธิ์ใจ เข้าไปแสดงตัวต่อเจ้าพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลนั่นแหละ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง
หวังว่า ท่านเจ้าอาวาสคงจะกล้ายอมรับความจริง
แค่นี้ก็จบ
พุทธะอิสระ

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน