ไม่มาเจอจับ!!เบี้ยวนัดตามเคย"หมอเปรม"ตร.ลั่นเรียก2รอบเท่านั้น หากนิ่งเฉยก็รอรับหมายจับได้เลย(รายละเอียด)

Publish 2016-08-21 17:45:28

วันที่ 21 ส.ค. พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ครบกำหนดตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ที่ได้มีการออกหมายเรียก นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นประมาทเพื่อการโฆษณาและความผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมาแต่ก็พบว่า นพ.เปรมศักดิ์ไม่มาพบกับพนักงานสอบสวนและไม่มีการติดต่อใดๆ ดังนั้นในขั้นตอนของกฎหมายก็จะมีการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 เพื่อให้ นพ.เปรมศักดิ์ มารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองขอนแก่น ภายใน 7 วัน โดยหมายเรียกครั้งที่ 2 จะมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.เป็นต้นไปคดีความดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น โดย พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ นายกสมาคมสื่อมวลชนขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับ นพ.เปรมศักดิ์ในข้อกล่าวหาหมิ่นประมาท และ ความผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ด้วยการนำเอกสารหลักฐานและภาพถ่ายกรณีที่ นพ.เปรมศักดิ์ โพสต์ข้อความในเฟชบุ๊กส่วนตัวกล่าวว่าว่า สมาคมสื่อมวลชนขอนแก่น และผู้สื่อข่าวที่ปรากฏในภาพรวมไปถึงอดีตข้าราชการระดับสูงที่ปรากฏในภาพนั้นมีการรับเงินจากนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช อดีตสว.ขอนแก่น เพื่อหวังทำลายชื่อเสียงของ นพ.เปรมศักดิ์ และทำกันเป็นกระบวนการจากกรณีการมีภาพหลุดของ นพ.เปรมศักดิ์ ในลักษณะเหมือนกับการแต่งงานกับนักเรียนระดับชั้น ม.5 และการก่อเหตุถอดกางเกงผู้สื่อข่าว โดยคดีดังกล่าวมีการสอบสวนฝ่ายโจทย์คือผู้สื่อข่าวที่อยู่ในภาพทั้งหมด 5 คน และ พยานแวดล้อม ประกอบด้วย นางระเบียบรัตน์,นางดารุณี พาลุสุข อดีตนายกเหล่ากาชาด จ.พังงา รวมไปถึงพยานแวดล้อมต่างๆแล้วเหลือเพียง นพ.เปรมศักดิ์ในฐานะผู้ต้องหาในคดีนี้เท่านั้น



ด้าน พ.ต.อ.นพดล กล่าวต่ออีกว่า ในระยะเวลา 7 วันตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 29 ส.ค.โดยหาก นพ.เปรมศักดิ์ ยังคงเพิกเฉยไม่มาติดต่อพบกับพนักงานสอบสวนก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการออกหมายจับต่อไป อย่างไรก็ตามยังคงยืนยันในการให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมาว่ากันตามพยานหลักฐานซึ่งฝ่ายผู้เสียหายได้ประสานการทำงานร่วมกับตำรวจตลอดและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและตามที่พนักงานสอบสวนต้องการในเรื่องของข้อมูลและพยานหลักฐานซึ่งเรียบร้อยครบถ้วนเหลือเพียงฝ่ายผู้ต้องหาเท่านั้น ทั้งนี้หากการสอบปกคำแล้วเสร็จตำรวจก็จะสามารถสรุปสำนวนและทำการส่งฟ้องให้กับอัยการจังหวัดขอนแก่นได้