รับมือดวงเมือง???"โหรฟองสนาน"ทัก ไม่น่าจะใช่โรคระบาดใหญ่ แต่อาจเป็นอุบัติเหตุมหึมา ที่ใครก็คาดไม่ถึง!!!(รายละเอียด)

Publish 2016-09-04 15:49:17

วันที่ 4ก.ย.59 ในเว็ปไซต์ไทยโพสต์ ได้มีการนำเสนอข้อมูลการทพนายดวงเมืองจากโหรชื่อดัง โดยระบุว่า...

ดวงเมืองและดาวจรตั้งแต่ 12 กันยายน 2559 เป็นต้นไปสื่ออุบัติภัยใหญ่
มฤตยูจร (0) ทับลัคนาดวงเมืองที่ราศีเมษ
พฤหัสบดีจร (5) เดินอยู่ในราศีกันย์ถึงพระอังคารดวงเดิม (๓) ที่สถิตราศีพฤษภ
พระเสาร์จร (7) เดินอยู่ในราศีพิจิก เล็งพระอังคารดวงเดิม (๓) ที่สถิตราศีพฤษภ
พระอังคารจร (3) เดินอยู่ในราศีธนูทับพระพฤหัสบดีดวงเดิม (๕) และพระเสาร์ดวงเดิมดวงเมือง (๗)

มฤตยูเจ้าของภัยอาเพศ หรือเหตุที่เกิดขึ้นอย่างผิดปรกติวิสัย ถือว่าเป็นลางไม่ดีที่เดินเข้าราศีเมษทับลัคนาดวงเมืองรัตนโกสินทร์มาตั้งแต่ต้นเดือนต้นเดือนมีนาคม 2559 และจะอยู่ที่นี่ยาวนานไปถึงประมาณกรกฎาคม 2565 ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นลางร้ายเหตุการณ์รุนแรงและโรคระบาดที่อาจจะเกิดแบบแปลกผิดปกติ

ทั้งนี้เพราะในอดีตมฤตยูเดินมาทับลัคนาดวงเมืองรัตนโกสินทร์ครั้งแรกเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็เกิดห่าลงปีระกาเมื่อปลายรัชกาลที่สามพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวคือในหน้าแล้งปี 2392 อหิวาตกโรค หรือ ห่า หรือไข้ป่วง ได้แพร่จากปีนังมาทางเรือเข้ากรุงเทพฯ เดือนแรกคนตายไปประมาณหนึ่งหมื่นห้าพัน-สองหมื่นคน รวมแล้วหน้าแล้งปีนั้นคนตายเพราะห่าลงทั้งหมดประมาณสี่หมื่นคน ทั้งนี้รวมทั้งเจ้าพระยาบดินทรเดชา สิงห์ สิงหเสนีด้วย

ข้อมูลที่บันทึกไว้บอกว่าเจ้าฟ้ามงกฎ ซึ่งขณะนั้นทรงบวชอยู่ได้ให้วัดสระเกศ วัดบางลำพู (สังเวชวิศยาราม) และวัดตีนเลนหรือวัดเชิงเลน (บพิตรพิมุข) เป็นที่เผาศพ โดยเผาสูงสุดถึง 696 ศพต่อวัน

แต่แม้จะเผาขนาดนั้น ก็ยังไม่ทันศพถูกทิ้งระเกะระกะเป็นเหยื่อของแร้ง-กาจนเกิดทำนานไก่งวงวัดสระเกศขึ้น

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น เมื่อมฤตยูจรได้เดินเข้าราศีพิจิกเล็งใส่พระอังคารดวงเดิมดวงเมือง (๓) ในสมัยรัชกาลที่สองพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยปี 2363 เกิดห่าลงครั้งใหญ่ที่เชื้อแพร่จากอินเดียมาทางเรือ คนตายประมาณสามหมื่นคนในสิบห้าวันกรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองแห่งคนตาย ศพถูกทิ้งไปทั่วจนเกิดตำนานแร้งวัดสระเกศ

ในเมื่อมฤตยูจรทับลัคนาและเล็งพระอังคารตัวแทนลัคนาเมืองสร้างประวัติโรคระบาดร้ายแรงขนานนั้น คำถามคือเมื่อพระมฤตยูมาทับลัคนาเมืองรอบนี้ จะไม่เกิดเหตุการณ์โรคระบาดขนาดใหญ่ซ้ำรอยหรือ

ผู้เขียนได้พยายามหาคำตอบทางโหรพบว่า คือมฤตยูคือเจ้าของความลึกลับ โดยสองครั้งที่โรคระบาดใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์นั้น เพราะคนยังไม่รู้ว่าห่าหรือไข้ป่วงเกิดจากอะไรและจะรับมืออย่างไร โดยรัชกาลที่สองทรงให้ทำพิธีอาพาธพินาศ มีการยิงปืนใหญ่รอบพระนคร ทรงให้อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบรมสารีริกธาตุออกมาแห่รอบเมืองให้พระราชาคณะโปรยน้ำพระพุทธมนต์ ทรงให้ทำบุญปล่อยนกปลาห้ามฆ่าสัตว์

แต่ครั้นพอถึงสมัยรัชกาลที่ห้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่โรคนี้ก็ไม่ใช่เรื่องลึกลับอีกต่อไป เมื่อเริ่มระบาดปี 2423 ก็มีใบปลิวให้ดื่มน้ำต้ม กินอาหารที่ไม่มีแมลงวันตอม ห้างโอสถสภาก็ทำยาแก้อหิวาตกโรคออกมาขาย เช่นเดียวกับห้างฝรั่งบีกริมก็ทำยาขวดแตกขาย และต่อมาแม้จะเกิดอหิวาต์เป็นระยะๆ แต่เมื่อความจริงถูกเปิดเผยก็ลดความร้ายแรงลง

มายุคปัจจุบันเมื่อตรวจดูทางโหรแล้ว แม้มฤตยูจรจะทับลัคนาเมืองอยู่แต่ระยะอันใกล้นี้อย่างน้อยภายในสิ้นปีนี้ไม่มีเกณฑ์ทางโหรอื่นมาซ้ำที่บ่งบอกว่าจะเกิดโรคระบาดร้ายแรงขนหัวลุก (เช่นพฤหัสบดีจรไม่กุมหรือถึงพระราหูจรซึ่งเป็นคู่โรคระบาด หรือพระอังคารตัวแทนดวงเมืองก็ไม่ได้เป็นกาลกิณีจร )

อีกทั้งราศีกันย์เรือนอริ หรือขอบเขตของการเจ็บไข้ได้ป่วยในเมืองก็ไม่ได้เป็นกาลิกณีจรที่จะช่วยมฤตยูจรซ้ำเติมดวงเมืองได้ แถมเป็นศรี-สิริมงคล ความสำเร็จจรไปถึงวันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2560 อีกด้วย

ฉะนั้นผู้เขียนอ่านว่าโรคระบาดที่เรี่ยๆ อยู่เช่นซิก้า ไข้เลือดออก ฯลฯ แม้จะมีบ้างในระยะอันใกล้นี้ระบบของเราก็รับได้สบายมาก

อย่างไรก็ตาม หากจะยังจำกันได้ว่าผู้เขียนเคยขอให้คนไทยช่วยกันฟันฝ่าพาดวงเมืองให้รอดปลอดภัยในช่วงเทวดาประจำเมืองอ่อนแอคือระหว่าง 7 สิงหาคม 2559-6 กันยายน 2560 นั้นบัดนี้นาทีระทึกกำลังมาท้าทายคือ

ตั้งแต่ประมาณ 12 กันยายน 2559 เป็นต้นไป มีเกณฑ์พายุระดับดีเปรสชันขึ้นไปจะเข้ามา พร้อมกับสภาพอากาศที่อาจเป็นสื่อให้เกิดอุบัติเหตุทางอากาศ-บก-น้ำขนาดใหญ่ไฟควัน การระเบิดเสียเลือดเนื้อจำนวนมาก โดยให้ระวังไปถึงประมาณ 1 พฤศจิกายน 2559 ถ้าจะให้ดีอย่าประมาทไปถึงสิ้นปี 2559

อีกทั้งระหว่าง 21 กันยายน 2559-16 ตุลาคม 2559 (ก่อน-หลังประมาณเจ็ดวัน) เป็นช่วงน่าหวาดเสียวสุดๆ ขอให้บุคคลสำคัญของชาติทั้งหลายพากันระวังตัวเพราะเกณฑ์ร้ายปรากฏชัดในดวงเมืองว่าอาจมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับคนที่ดวงชะตาตก



ที่มา ตามลิ้งค์

tp://www.thaipost.net/?q=ไม่น่าจะใช่โรคระบาดใหญ่-แต่อาจเป็นอุบัติเหตุมหึมา