หมัดแลกหมัด!!!...โฆษกรัสเชียตอกหน้าสื่อตะวันตกหัดหันมองมะกันสังหารไปนับแสนชีวิต...ใครคือก่อการร้าย?(รายละเอียด)

หมัดแลกหมัด!!!...โฆษกรัสเชียตอกหน้าสื่อตะวันตกหัดหันมองมะกันสังหารไปนับแสนชีวิต...ใครคือก่อการร้าย?(รายละเอียด)

Publish 2016-10-11 07:35:04

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา  Russia Insider รายงานการแถลงการณ์ของนางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซียตอบโต้กรณีสหรัฐและตะวันตกกล่าวหารัสเซียดังต่อไปนี้...
พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับปฏิบัติการข่าวสารข้อมูลต่อต้านรัสเซียอีกรอบในส่วนที่เกี่ยวกับวิกฤตซีเรีย และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อหลายปีก่อน ในช่วงที่มีการสรุปวลีเกี่ยวกับอาหรับสปริง นโยบายและจุดยืนของพวกเราเกี่ยวกับซีเรียก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน
นับตั้แต่นั้นมา พวกเราได้พบเห็นวาทกรรมจำนวนมากเมื่อการดำเนินการของรัสเซียถูกวิพากษ์วิจารณ์และแคมเปญจ์เชิงข่าวสารข้อมูลที่เป็นลบได้ถูกนำมาใช้โจมตีพวกเรา ปัจจุบันนี้พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับพวกสุดโต่ง และพวกสุดโต่งเหล่านี้ก็อยู่รอบๆแคมเปญจ์ นี้ด้วย มันไม่ใช่เพียงแค่แคมเปญจ์ มันยังเป็นอาการป่วยทางจิตที่ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ทั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การแถลงข่าวโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างๆ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ บทความ รมว.ต่างประเทศ องค์กรต่างๆ ผู้สังเกตการณ์ และอีกหลายคน ครั้งนี้พวกเขาพยายามทำให้พวกเราดูราวกับว่าเป็นพวกก้าวร้าวบ้าเลือดและเป็นพวกป่าเถื่อน (นอกกฎหมาย)




เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ The New York Times ได้เผยแพร่บทความที่ตราหน้าว่ารัสเซียเป็น "รัฐที่ป่าเถื่อน" (an outlaw state) และกล่าวว่ารัสเซียได้สังหารเด็กๆและผู้หญิงผู้บริสุทธิ์หลายร้อยคนในซีเรีย
ช่างน่าประหลาดใจแท้ที่แถลงการณ์เช่นนั้นได้รับการประสานเสียงโดยประเทศต่างๆและโดยผู้คนที่มีประวัติที่แท้จริงขนาดมหึมา ไม่ใช่แต่งขึ้นมาเอง เกี่ยวกับอาชญากรรมที่กระทำต่อพลเรือนทั่วโลก
มาทบทวนความจำเกี่ยวกับพลเรือนหลายแสนคนที่ถูกสังหารในการทิ้งระเบิดในยูโกสลาเวีย อัฟกานิสถาน เยเมน ปากีสถาน ลิเบีย อิรัค และซีเรีย ซึ่งเกิดขึ้นโดยทั้งความผิดพลาดและตั้งใจ
เราพบว่ายุทโธปกรณ์ทางทหารของประเทศเหล่านั้น ซึ่งมีความแม่นยำสูงเนื่องจากมีการสำรองเงินงบประมาณจำนวนมากเพื่อใช้จ่ายในด้านนั้น กล่าวคือการทิ้งระเบิดอย่างโหดเหี้ยมใส่งานแต่ง ตลาด สถานสูติเวช โรงพยาบาล และคลีนิก
และหลังจากนั้นพวกเขาก็พูดกันว่า นั่นคือสหพันธรัฐรัสเซียที่เข่นฆ่าพลเรือน ในขณะที่การทิ้งระเบิดของพวกเขาใส่เป้าหมายพลเรือนไม่ใช่อะไรอื่น นอกจาก "ความผิดพลาดทางเทคนิค" เท่านั้น (ตายไปหลายแสนเลย)
ทำไมประเทศเหล่านั้นถึงได้หลับหูหลับตาต่อการทิ้งระเบิดใส่ยโกสลาเวียโดยสหรัฐที่ใช้เครื่องกระสุนวัตถุระเบิดชนิดต่างๆ (คุณสามารถหาอ่านเกี่ยวกับชนิดของเครื่องกระสุนและวัตถุระเบิดที่พวกเขาใช้ได้จากออนไลน์)
บางที คนเหล่านี้ ผู้ที่ปัจจุบันนี้เป็นพวกนักกิจกรรมด้านมนุษยธรรม ก็ไม่ได้บอกความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอิรัค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการสู้รบรอบที่สองในเมืองฟอลลูจาห์เลย
ฉันกำลังบอกว่า พวกเขาเหล่านั้นที่โต้เถียงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในซีเรีย: พวกคุณสามารถเริ่มมองดูที่ตัวคุณเองอย่างจริงจังได้แล้ว ลองคุยกับคนอื่นๆเกี่ยวกับเมืองฟอลลูจาห์ดูสิ และฉันก็เชื่อว่าคุณจะจดจำสิ่งต่างๆได้บ้าง
นี่ไม่ใช่ตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ไม่มีเวลามากพอที่จะเอ่ยชื่อเหตุการณ์เหล่านั้นทั้งหมด ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่พิสูจน์ได้ว่า สิ่งที่พวกเรากำลังประจักษ์พยานอยู่นี้ก็คือแคมเปญจ์ข่าวสารข้อมูล (information campaign ปฏิบัติการข่าวสารข้อมูล)
เมื่อเร็วๆนี้ ประมาณหกเดือนที่แล้ว กลุ่มประเทศเดียวกันนี่แหละที่เรียกรัสเซีวว่าเป็นหุ้นส่วนที่สร้างสรรค์ (constructive partner) ในซีเรีย และการแสดงท่าทีเพื่อต่อต้านขบวนการก่อการร้ายทั่วโลกก็ได้รับการยกย่องด้วย
แล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลง? ทัศนคติของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก
พวกเราทุกคนต่างก็จำรายงานของนาโต้ที่รั่วไหลออกมาเมื่อเดือนมีนาคมนี้ได้ ซึ่งได้ยกย่องกองทัพอากาศของรัสเซียว่าเป็นมืออาชีพ (professionalism)
นั่นไง ในเดือนมีนาคมพวกเขาเรียกปฏิบัติการ (ของรัสเซีย) ว่ามีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพ และคราวนี้พวกเรากลายเป็นนักฆ่าบ้าเลือด
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดถึงท่าทีที่เหมาะสมและไม่ลำเอียงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าใจหายขนาดนี้ภายในไม่กี่ปี (ไม่กี่เดือน?)
และแน่นอนว่า พวกสื่อฯต่างๆก็ถูกใช้งานในลักษณะให้การสนับสนุนผลประโยชน์ของเจ้าของพวกเขาอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อปลุกเร้าความรู้สึกต่อต้านรัสเซีย สร้างภาพพจน์ให้ประเทศเราเป็นปีศาจร้าย และโปรโมทผลประโยชน์ทางการเมืองของบุคคลหรือฝ่ายอื่นแทน
องค์กรนักข่าวฝ่ายสืบสวนสอบสวนซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอนได้พบว่า เพนตากอนได้จ่ายให้กับบริษัทำ PR ถึง 500 กว่าล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างคลิปวีดีโอโฆษณาชวนเชื่อของพวกผู้ก่อการร้ายทันทีหลังจากที่ได้มีการรุกรานประเทศอิรัค
[ก้าวแรกนาโต้นำโดยสหรัฐก่อสงครามในอิรัคในปี 2003 อ้างว่าเพื่อโค่นล้มปธน.ซัดดัม ฮุสเซน โดยใส่ร้ายซัดดัมว่ามีอาวุธร้ายแรง หลังจากที่สหรับแขวนคอซัดดัมแล้ว นายโทนีแบร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษที่ร่วมมือกับนายจอร์จ ดับเบิลยู บุช (ผู้ลูก) ถล่มซัดดัมและอิรัค ก็ออกมายอมรับภายหลังว่าได้รับข้อมูลผิดพลาด
จริงๆแล้วซัดดัมและอิรัคไม่มีอาวุธร้ายแรงเลย แต่ในสงครามอิรัคนั้น ฝ่ายที่ใช้อาวุธร้ายแรงและอาวุธเคมีเช่นฟอสฟอรัสขาวกับทหารอิรัคและพลเรือนชาวอิรัคก็คือนาโต้ อันนี้จริง สหรัฐยอมรับเองเคยรายงานข่าวนี้มาแล้ว
ก้าวที่สองก็สร้างไอซิสขึ้นมา และทุ่มเงินให้กับสื่อฯให้ทั่วโลกเห็นความโหมร้ายของขบวนการก่อการร้ายไอซิส เป็นข้ออ้างให้สหรัฐและพันธมิตรไม่ต้องถอนทหารของตนเองออกจากอิรัคอย่างถาวร ดังนั้นสงครามอิรัคจึงยาวนานมาจึงถึงทุกวันนี้ และวิธีการนี้ก็ได้ผลดีซะด้วย ดังนั้นตะวันตกนำโดยสหรัฐจึงนำไปใช้กับลิเบีย ซีเรีย และเยเมนบ้าง ทุกวันนี้ลิเบียก็ยังไม่สงบแม้ว่าสหรัฐและนาโต้จะโค่นกัดดาฟี่ได้แล้วก็ตาม โมเดลเดียวกันนี้กำลังจะถูกนำมาใช้กับซีเรีย อ้างว่าปธน.อัสซาดเป็นจอมเผด็จการเข่นฆ่าพลเรือนชาวซีเรีย แต่รัสเซีย จีน และอิหร่านรู้ทันเล่ห์พวกนักล่าจึงพากันเข้าไปสะกัดแผ่นชั่วของสหรัฐและตะวันตกเอาไว้ซะก่อนที่อัสซาดจะถูกล้ม ดังนั้นพวกนักล่าจึงหันปลายกระบอกปืนละปากกามาที่รัสเซีย - ผู้แปล]
อ่านข่าวต่อนะครับ... ฉันต้องการจะค้นหาว่าอะไรคือจุดยืนของพวกเจ้าหน้าที่ของกรุงวอชิงตันในจุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ the Conflicts Forum ได้เผยแพร่เนื้อหาบางส่วนจากรายงานฉบับหนึ่งเกี่ยวกับหน่วยรบพิเศษของสหรัฐโดย Jack Murphy อดีตหน่วย Green Beret (ของสหรัฐ) ซึ่งกล่าวว่า ซีไอเอและเพนตากอนได้ติดอาวุธและฝึกกำลังพลให้กับกลุ่มต่างๆที่เป็นผู้ก่อการร้ายอย่างชัดเจน
เมื่อเราถามเพื่อนของพวกเราเกี่ยวกับว่า พวกเขาได้ข้อมูลเหล่านี้ที่เกี่ยวกับรัสเซียสังหารเด็กๆหลายพันคนนั้นมาจากไหน พวกเขาก็บอกว่าเอามาจากเครือข่ายสังคมออนไลน์
ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกพวกผู้ก่อการร้ายในอินเทอร์เน็ทเช่นกัน พวกคุณสามารถหาอ่านได้ มันน่าทึ่งมาก




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย