ทนายสงกานต์ ซัดกลับ เน็ตไอดอล วิกลจริตมีใบขับขี่ได้ด้วยหรอ? ส่วนมากมักอ้างจิตไม่ปกติ..จะได้พ้นผิด!?!(รายละเอียด)

"ทนายสงกานต์" ซัดกลับ "เน็ตไอดอล" วิกลจริตมีใบขับขี่ได้ด้วยหรอ? ส่วนมากมักอ้างจิตไม่ปกติ..จะได้พ้นผิด!?!(รายละเอียด)

Publish 2016-11-02 15:50:07

จากกรณีพริตตี้สาว-เน็ตไอดอลชื่อดัง น้ำส้ม โซมี่ หรือ น.ส.กฤตรฎ โซมี่ ทับทิมผล วัย 28 ปี ขับรถเก๋งBMW สีขาว เลขทะเบียน กบ 42 กรุงเทพมหานคร ขับรถพุ่งชน 9 คันรวด หน้าห้างสรรพสินค้าเอสพลานาด

วันที่ 2 พ.ย.59 นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความชื่อดัง ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ไขข้อข้องใจในประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า อย่างแรกต้องพิจารณาว่าขณะที่ผู้ขับขี่ขับรถนั้น มีสติสัมปชัญญะด้วยหรือไม่ เพราะในกรณีเหตุรถชนส่วนใหญ่ ผู้ขับขี่มักจะอ้างว่ามีอาการทางจิตในการดำเนินคดีทางอาญา เนื่องจากหากพิสูจน์ว่าเป็นบุคคลวิกลจริตแล้ว จะสามารถลดโทษลงได้ ซึ่งศาลท่านก็จะพิจารณาสืบความไปถึงประวัติการรักษาก่อนหน้านี้ โดยต้องมีแพทย์มายืนยันอีกครั้งว่าผู้ก่อเหตุมีอาการจริง และยังต้องพิจารณาในส่วนของใบอนุญาตขับขี่ เนื่องจากก่อนการขอใบอนุญาตต้องมีการยื่นใบรับรองแพทย์ ยืนยันว่าเป็นบุคคลปกติ แต่หากมีประวัติการรักษาอาการทางจิตแล้ว จะสามารถมีใบอนุญาตขับขี่ไว้ในครอบครองได้อย่างไร แต่ตนก็เชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะสามารถสืบหาข้อมูลได้อย่างครบถ้วน แต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าเน็ตไอดอลสาวซิ่งชน 9 คันจะเข้าข่ายความผิดในข้อกฎหมายใดบ้าง





“การที่คนเราจะมียาคลายเครียดไว้กับตัว ใครๆก็สามารถซื้อหามารับประทานกันได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นบุคคลวิกลจริตเสมอไป แต่ในมุมมองของคนทั่วไปแล้ว การที่เป็นเน็ตไอดอลควรจะทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี แต่หากเป็นคนจิตไม่ปกติหรือวิกลจริตจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือในการขายครีม ยาลดความอ้วนได้อย่างไร?” ทนายสงกานต์กล่าว


อย่างไรก็ตาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 ระบุไว้ว่าผู้ใดกระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ถ้าผู้กระทำความผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้ ผู้นั้นต้องรับโทษแต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

นอกจากนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา420 ได้ระบุไว้ว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และมาตรา 437  บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใดๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง

 

เรียบเรียงโดย ธิดารัตน์

ขอบคุณที่มา เดลินิวส์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธิดารัตน์ พูลศิริ