กำลังใจสร้างปาฏิหาริย์!!...เมื่อครั้งพ่อหลวง"ทรงรับสั่งให้ราชเลขาฯ โทรศัพท์มาให้กำลังใจนักเตะไทย"...ทำให้ทีมชาติไทยพลิกกลับมาคว้าแชมป์ได้อย่

Publish 2016-11-16 12:27:47

นับว่าเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและคนไทยทุกคนต้องจำเรื่องนี้ไปอีกนาน...โดยในวันที่ 20 ธันวาคม 2557  นัดชิงแชมป์ AFF Suzuki Cup ที่นักเตะทีมชาติไทยสร้าง ปาฏิหาริย์ กลับมาคว้าแชมป์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ...

"นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ท่านทรงรับสั่งให้ราชเลขาฯ ส่วนพระองค์ โทรศัพท์มาให้กำลังใจนักเตะในช่วงพักครึ่ง"



นับเป็นข่าวที่ทำให้พสกนิกรชาวไทย ปลื้มปีติไปทั่วประเทศ เมื่อ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้เปิดเผยถึงข่าวที่สร้างความสุขให้ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังเกมว่า"นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ท่านทรงรับสั่งให้ราชเลขาฯ ส่วนพระองค์ โทรศัพท์มาให้กำลังใจนักเตะในช่วงพักครึ่ง" โดยทำให้ลูกทีมทุกคน มีกำลังใจอย่างเต็มที่ในการลงเล่นครึ่งหลัง ก่อนกลับมาพลิกสถานการณ์จากตาม 0-3 ซัดสองประตูไล่มาเป็น 2-3 ที่แม้จะแพ้ในเกมนี้ แต่ก็เพียงพอที่จะคว้าแชมป์ไปด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-3 ได้ชูถ้วยในรอบ 12 ปี

ศ.นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทย ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามการแข่งขันฟุตบอลของทีมชาติไทยมาโดย ตลอด ในรอบชิงชนะเลิศนัดแรก ที่แข่งที่สนามราชมังคลากีฬาสถานกับมาเลเซีย พระองค์ทรงตื่นมา ทอดพระเนตรเกมครึ่งหลัง จากนั้นรอบชิงชนะเลิศนัดที่สองที่ประเทศมาเลเซีย พระองค์มีความตั้งพระทัยทอดพระเนตรการแข่งขัน จึงรับสั่งให้ราชเลขาธิการปลุกในเวลา 19.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเริ่มการแข่งขัน 


"ระหว่างที่ทอดพระเนตร พอจบครึ่งแรกทีมเราถูกนำไป 2-0 พระองค์ท่านทรงรับสั่งให้ไปตามรองราชเลขาธิการ ซึ่งอยู่ที่ตึกเฉลิมพระเกียรติมาเข้าเฝ้าฯ แล้วมีรับสั่งให้โทร.ไปที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลที่มาเลเซีย และรับสั่งว่า "เราติดตามฟุตบอลอยู่ ขอส่งกำลังใจไปให้" พระองค์ท่านรับสั่งแบบนี้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยว่าเราเหมือนจะเพลี่ยงพล้ำ ทางรองราชเลขาธิการจึงได้โทร.ไปหาคุณเกษม (จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีม) ว่า ในหลวงทรงมีรับสั่งทรงมีความห่วงใย และพระราชทานกำลังใจ พอครึ่งหลังแม้เราจะถูกนำไป 3-0 แต่พวกเราก็ฟอร์มดีขึ้น จนกระทั่งตามมาที่ 2-3 กระทั่งเป็นแชมป์อาเซียน และเมื่อทีมฟุตบอลไทยคว้าแชมป์ได้สำเร็จ พระองค์ทรงปลาบปลื้มพระทัยเป็นอย่างมาก ทำให้คนไทยมีความสุข เป็นความปีติยินดีของคนทั้งประเทศ รวมทั้งพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานกำลังใจ จนกระทั่งทำสำเร็จ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่มีกีฬาทีมชาติ พระองค์ท่านจะทรงติดตามเสมอ ในครั้งนี้ก็เช่นกัน" คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าว

"ซิ โก้" กล่าวต่อว่า "ตลอด 2 ปีที่ผ่านมานักเตะชุดนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเราสู้กันทุกคน สู้จนนาทีสุดท้าย ตั้งแต่ซีเกมส์ที่พม่า ต่อเนื่องไปเอเชี่ยนเกมส์ที่เกาหลีใต้ และซูซูกิคัพครั้งนี้ เราต้องการประกาศให้รู้ว่าไทยคือเบอร์หนึ่งอาเซียน และชนะด้วยเกมที่สวยงาม จะเห็นได้ว่านักเตะไทยไม่เคยเล่นนอกเกมเลย ผมย้ำกับทุกคนเสมอว่าเมื่อลงสนามทั้งสองทีมมี 11 คนเท่ากัน แต่ถ้านักเตะไทยคนใดคนหนึ่งโดนใบแดงไล่ออก นั่นคือความเห็นแก่ตัวที่ปล่อยให้เพื่อนอีก 10 คนต้องวิ่งกันเหนื่อย ขณะที่ตัวเองได้อาบน้ำพักผ่อนสบายรอเพื่อนในห้องแต่งตัว"

กุน ซือหนุ่มจากน้ำพอง ขอนแก่น กล่าวอีกว่า "ชื่อที่ขึ้นบนสกอร์บอร์ดนั้นชื่อว่าไทยแลนด์ ไม่ใช่ชื่อนักเตะหรือโค้ชคนใดคนหนึ่ง ความพ่ายแพ้หรือความเสียหายเกิดต่อภาพลักษณ์ของชาติไม่ได้เกิดกับนักเตะคนใด และนักเตะทุกคนเข้าใจ ซึ่งผมยินดีมากที่ได้เห็นปฏิกิริยาเหล่านี้จากนักเตะไทย เมื่อก่อนคงเคยได้ยินประโยค บอลไทยจะไปมวยโลก ผมเองเมื่อได้ยินคำนี้จะโกรธมาก จึงตั้งใจกับตัวเองว่าต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด"

โดย จิรศักดิ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ข้อมูลจาก khaosod / และอื่นๆ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์