นักข่าว-นักการเมือง=ดาบเล่มหนึ่ง!!!เปลวสีเงินเปิดนิทานสอนใจ ในหมู่คนขลาด เพียงคนไหนหน้าด้าน ตดดัง คนนั้น ก็เป็น ฮีโร่??(รายละเอียด)

นักข่าว-นักการเมือง="ดาบ"เล่มหนึ่ง!!!"เปลวสีเงิน"เปิดนิทานสอนใจ ในหมู่คนขลาด เพียงคนไหนหน้าด้าน "ตดดัง" คนนั้น ก็เป็น "ฮีโร่"??(รายละเอียด)

Publish 2016-12-19 12:13:26

นที่ 19 ธ.ค.59 เปลว สีเงิน หรือโรจน์ งามแม้นนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ผู้เขียนบทความวิเคราะห์การเมืองและสังคม ตีพิมพ์ในหน้า 5 ของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ชื่อคอลัมน์ "คนปลายซอย"ได้เขียนวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในการเข้าจับกุมตัวพระธัมมชโย โดยระบุว่า...


"นักข่าว" กับ "นักการเมือง" เปรียบก็เหมือน "ดาบ" เล่มหนึ่ง

ดาบมี ๒ ด้าน........

คือด้าน "สันดาบ" กับด้าน "คมดาบ"!

ส่วนฝ่ายไหนจะเป็นสัน-เป็นคม นิยามตายตัวไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่ปรากฏของแต่ละคน

"ร้อยพูด" ไม่เห็นภาพเท่า "หนึ่งตัวอย่าง" เอางี้...ผมจะยกกรณี "นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์" มาให้ดูกัน

ตอนนายชูวิทย์ออกจากคุกลาดยาว เมื่อ ๑๖ ธ.ค.๕๙ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

ก่อนรู้ว่า "ออกจากคุก" ควรรู้ว่า นายชูวิทย์ "เข้าคุก" จากคดีและข้อหาอะไร?

คือเมื่อ ๒๖ ม.ค.๔๖ มีชายฉกรรจ์หลายร้อยคน พร้อมรถแบ็กโฮ บุกพังร้านบาร์เบียร์ บริเวณสุขุมวิท สแควร์ ซอยสุขุมวิท ๑๐ ในที่ดินนายชูวิทย์

กลุ่มผู้ค้า ๔๔ ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ ฟ้อง จ.ส.อ.อภิชาติ ริมมสาร, นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย อดีตผู้บริหารบริษัท สุขุมวิท ซิลเวอร์สตาร์,

พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ อดีตนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บก.สส.

พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร อดีตนายทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ และพวกรวม ๑๓๐ คน

เป็นจำเลย........

ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ

คดีผ่านศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์




จนเมื่อ ๒๘ ม.ค.๕๙ ศาลฎีกาก็ได้ตัดสินจำคุกนายชูวิทย์ ๒ ปี ไม่รอลงอาญา ส่งตัวเข้าคุกทันที!

เอาล่ะ...เมื่อทราบต้น-ทราบปลายคร่าวๆ กันแล้ว ทีนี้ก็มาดูระหว่างนายชูวิทย์ กับนักข่าว

ว่าใครเป็น "สันดาบ-คมดาบ"?

ตอนเย็น ๑๖ ธ.ค. นายชูวิทย์ถูกปล่อยตัวจากคุก นอกจากครอบครัวนายชูวิทย์ที่ไปรอรับแล้ว ที่ขาดไม่ได้แน่นอน คือ...

"กองทัพนักข่าว" ทุกแขนง!

ในคำถามร้อยแปดที่รุมถาม มีอยู่คำถามหนึ่งที่ทุกคนสนใจ

"หลังจากนี้ คุณชูวิทย์จะลงเล่นการเมืองหรือไม่?"

ชูวิทย์ตอบทันที.......

"สาธุ....ไม่อยากกลับไปอีก เพราะทำให้ติดคุก อยากเป็นผู้ประกาศข่าว เชื่อว่าผมเองยังเรียกเรตติงได้ อยากเจอสรยุทธ ช่อง ๓

อยากนั่งคุยกับ 'คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา' แต่ไม่รู้ว่าคุณสรยุทธยังอยู่ไหม... อ้าวไม่อยู่แล้วเหรอ งั้นผู้ประกาศคนอื่นก็ได้ หรือไม่ก็ ผมอาจจะเขียนชีวิตในเรือนจำสักเล่ม........."

นักข่าวถามอีก

"จะขายที่ดินบาร์เบียร์หรือไม่?"

ชูวิทย์ตอบ........

"เมื่อผมเองติดคุกรับโทษที่ทำไปแล้ว สิทธิ์ทุกอย่างย่อมกลับคืนมาเป็นของผมเอง ส่วนจะขายหรือไม่ ขอคิดดูก่อน เพิ่งออกจากคุกมา ....."

ครับ...เอาล่ะ ผมถามทุกคนก่อน ............


เมื่อฟังนายชูวิทย์ให้สัมภาษณ์ ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ ตามหน้าจอโทรทัศน์ ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง?

ถึงไม่รัก-ไม่ชอบ แต่ก็ไม่เกลียด ...........

ซ้ำนึกนิยมความเป็นคนพูดจาตรงไป-ตรงมา กล้าทำ-กล้ารับ ของนายชูวิทย์อยู่ในใจลึกๆ ใช่มั้ย?

นี่คือ ความฉลาดของนายชูวิทย์ รู้ธรรมชาติจิตใจคนสังคมไทย ชอบให้อภัย เมตตาสงสารคนตกทุกข์ได้ยาก

ที่สำคัญ คนไทยนิยมและซูฮก "คนเก่ง-คนกล้า" โดยไม่เลือกว่า ที่ "เก่งและกล้า" นั้น

เป็น "เก่ง-กล้า" แบบพระเอก หรือ "เก่ง-กล้า" แบบผู้ร้าย!?

ตรงนี้เป็น "เคล็ดไม่ลับ" ในตลาดนักการเมือง-นักเลือกตั้งอย่างหนึ่ง คือในรัฐสภา ทั้ง ส.ส.-ส.ว.มีเกือบพันคน

แล้วมีวิธีไหน ที่จะทำให้ตัวเอง เป็น ๑ ในพัน ที่คนทั้งประเทศ ต้องหันมาจ้องจิกสายตาดูและตะแคงหูรอฟัง

เรียกว่าดันตัวเองจากก้นเข่ง ให้เด้งขึ้นมาปากเข่ง ว่างั้นเถอะ

ส่วนชาวบ้านจะประทับรับรู้ว่าเป็น "นักการเมืองดี-นักการเมืองเลว" ไม่สำคัญ!

ทำให้ "ดังก่อน" สำคัญกว่า ดี-เลว ไปหาบทแสดงได้ทีหลัง

เพราะสังคมไทย..........

นิยม-ชมชื่น คนเด่น-คนดัง "มันกล้าว่ะ-พูดสะใจดีว่ะ" เป็นเรื่องหลัก ส่วนเป็นคนดี-ไม่ดี, ทำดี-ทำไม่ดี เป็นเรื่องรอง!

อย่าว่าแต่ไทยเลย ขนาดสหรัฐอเมริกา ยกกันว่าศิวิเลี่ยน แล้วทรัมป์ ในลีลาการเมือง ......

มันต่างจาก สมัคร, ยิ่งลักษณ์, ชูวิทย์, เฉลิม, การุณ, จ่าประสิทธิ์ และอีกหลายๆ คนตรงไหน?

แต่ทำแล้วดัง จึงพากันซูฮกยกนิ้วให้!

ย้อนกลับไปเรื่อง "สันดาบ-คมดาบ" ต่อ เริ่มจากคำถามนักข่าวที่ว่า

"คุณชูวิทย์จะลงเล่นการเมืองหรือไม่" และคุณชูวิทย์ตอบว่า "ไม่อยากกลับไปอีก เพราะทำให้ติดคุก"

นายชูวิทย์ฉลาด หยิบยืมคำถามตื้นๆ จากนักข่าว ไปใช้ได้กำไรลึกๆ เป็นกอบเป็นกำ

รายการนี้ "หมูเข้าเล้าเอง" โดยไม่ต้องลงทุน-ลงแรง!

นักข่าวก็ฉลาด แต่ขี้เกียจทำการบ้านก่อนสอบไปนิด คำถามจึงเป็นลักษณะ...รู้สึกอย่างไรบ้าง...สบายดีมั้ย...กินข้าวแล้วยัง...อะไรทำนองนั้น

ชูวิทย์จึงบอก อยากเป็นผู้ประกาศข่าว และถามหาเพื่อนร่วมทุน "ชื่อสรยุทธ"

นั่นคือ เมื่อเป็นผู้ประกาศข่าว เขาจะเป็นผู้ประกาศที่มี "กึ๋น" สัมภาษณ์ใคร จะมีคำถามให้ผู้ถูกถามต้องคร้ามในใจ ไม่ใช่ผู้ถูกถามหัวเราะในใจ

ถ้านักข่าวทำการบ้าน .........

จะไม่ถามชูวิทย์ว่า "จะกลับไปเล่นการเมืองมั้ย?"

เพราะในร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ อยู่ในขั้นตอนประกาศใช้

มาตรา ๙๘ "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ ...........

เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

(๗) เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ"

เห็นมั้ย....ถ้านักข่าวทำการบ้าน จะรู้ว่า...........

นายชูวิทย์ทำความผิดในฐานทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ

ต้องโทษจำคุก ๒ ปี!

โทษคุก ๒ ปี ย่อมไม่ใช่ในความผิดฐานประมาทหรือความผิดลหุโทษ

นั่นคือ ไม่ใช่นายชูวิทย์ "ไม่อยาก" กลับมาเล่นการเมือง

ถึงอยาก เขาก็ไม่ให้เล่น........

เพราะนายชูวิทย์ "เป็นบุคคลต้องห้าม" ในสนามการเมือง เป็นเวลา ๑๐ ปี ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ

แต่มีข้อยกเว้นว่า....เว้นแต่ความผิดลหุโทษ

งั้นก็ดูต่อให้หายสงสัย โทษคุก ๒ ปี ถือว่า "ลหุโทษ" ใช่หรือไม่?

ตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๒) ที่ประกาศใช้เมื่อ ๙ ก.พ.๕๘

มาตรา ๑๐๒..........

"ความผิดลหุโทษ คือ ความผิดซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

กรณีชูวิทย์ "จบเลย"!

รอไปอีก ๑๐ ปี ค่อยมาตอบว่า "อยากกลับ-ไม่อยากกลับ"

แต่ตอนนี้ ไปเป็นผู้ประกาศข่าว หรือไปเป็นนักเขียน เขียนเรื่อง "ชีวิตในเรือนจำ" ไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน

นี่...สมมุตินักข่าวทราบเงื่อนไขตามกฎหมายอย่างนี้ตอนสัมภาษณ์ เมื่อชูวิทย์อ้างถึงเหตุไม่อยากกลับไปเล่นการเมืองว่า..."เพราะทำให้ติดคุก"

จะต้องแย้ง.........

ไม่ปล่อยเลย-ตามเลย ทำให้คนดูข่าวพลอย "ติดเบ็ด" ชูวิทย์ตามไปด้วย

เพราะที่ชูวิทย์ติดคุก ไม่ได้ติดเพราะการเมือง ชูวิทย์ไม่เคยมีบทบาทการเมือง ถึงขั้นทำให้ต้องติดคุก

หากแต่ ติดด้วยเหตุ "รื้อบาร์เบียร์" ย่านถนนสุขุมวิท.........

ก่อนมาเป็นนักการเมือง ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ

ด้วยนักข่าวไม่มีปูมไปถาม ไปดักคอนั่นแหละ ชูวิทย์เลยอิงบท "พระเอกการเมือง" โก้ไปเลย

และที่นักข่าวถาม "จะขายที่ดินบาร์เบียร์นั้นหรือไม่?" ความจริงนักข่าวน่าจะถามว่า

"เพราะเหตุใด จึงปล่อยที่ดินราคาตารางวาละเป็นล้านไว้เฉยๆ โดยไม่ลงทุนทำอะไร ที่ผืนนี้ใช่ของนายชูวิทย์โดยตรงหรือไม่?"

ตอนนี้ รู้แล้วกระมัง "นักข่าว" กับ "นักการเมือง" ใครเป็นสันดาบ-คมดาบ?

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า......

ค่านิยมการเมืองไทยนั้น ในหมู่คนขลาด เพียงคนไหนหน้าด้าน "ตดดัง" คนนั้น ก็เป็น "ฮีโร่" ได้

 

 

เรียบเรียง ลัทธภพ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย