ความเห็นตรงกันตลอด!!??..."พระเมธี"กับฝ่ายเสื้อแดง ทำไมความเห็นสอดคล้องกันไปหมด??...ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องการเมือง(มีคลิป)

Publish 2016-12-29 14:53:23

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 59 พระเมธีธรรมาจารย์ - เจ้าคุณประสาร ได้โพสต์ข้อความว่า

84 สนช.เข้าชื่อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์

จากการที่ น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. ได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า บัดนี้ สนช.ได้เข้าชื่อกันแล้วจำนวน 84 ท่าน เพื่อเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 ในมาตราที่ 7 ว่าด้วยการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช นั้น โดยในเรื่องนี้จะมีการประชุมกันในวันที่ 29 ธันวาคม

ในรายละเอียด โฆษกวิป สนช.อธิบายพอสรุปความได้ ดังนี้

1. ให้เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ
2. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชที่ผ่านมา
3. ตัดอำนาจของมหาเถรสมาคมออกไป

ในเรื่องดังกล่าว อาตมามีความเห็นแย้ง ดังนี้

1. พ.ร.บ. คณะสงฆ์ในปัจจุบัน ในมาตรา 7 เขียนไว้ว่า "พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง" ขอถาม ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สนช. โฆษกวิป สนช. และสมาชิก สนช.ที่ลงชื่อทั้ง 84 ท่าน ว่า ความหมายตามความใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ในปัจจุบันนี้ อำนาจการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชในปัจจุบันเป็นของพระองค์ท่านหรือไม่ เป็นหรือไม่เป็น ตามความหมายและเจตนารมณ์ในมาตรานี้ ท่านจะตอบว่าอย่างไร

2. เพื่อแก้ไขความขัดแย้งนั้น ถามท่านว่า ที่ผ่านมาใครขัดแย้งกับใคร ใครรูปไหนขัดแย้งกับใครในคณะสงฆ์หรือในฝ่ายบ้านเมือง ใครขัดแย้งกันในเรื่องนี้ บอกมาให้ชัดเจน ยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ อย่าพูดอะไรลอยๆ แล้วที่ทำแบบนี้มันจะลดความขัดแย้งได้จริงหรือไม่

ในข้อเท็จจริงความขัดแย้งเรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชนั้นไม่เคยมีปรากฎมาก่อน ไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย เพราะพระราชอำนาจนั้นเป็นของพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด ไม่มีใครก้าวล่วง แต่ขั้นตอนการเสนอตามกฎหมายนั้นให้เป็นของมหาเถรสมาคม (มส.) และรัฐบาล วันนี้ที่เห็นว่ามีความขัดแย้ง ก็เพราะมีกลุ่มคนบางกลุ่ม บางพวก และฝ่ายกุมอำนาจรัฐจับมือกันเข้ามาก้าวก่าย วุ่นวายในกิจการภายในของคณะสงฆ์จนทำให้เกิดมีความขัดแย้งกันขึ้น แล้วชี้มือให้สังคมเห็นว่า เป็นไงคณะสงฆ์มีความขัดแย้งกัน โดยเฉพาะปมการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ฉันจะเข้าไปแก้ปัญหาให้นะ ปัญหาทั้งปวงก็จะยุติ

จึงมีการเซ็ตเรื่อง เซ็ตคน เซ็ตปัญหาทั้งหลายทั้งปวงให้เกิดขึ้นแล้วก็โยนบาปมาให้คณะสงฆ์ตัวเองก็จะเป็นอัศวินม้าขาวเข้ามาแก้ปัญหา

ส่วนในเรื่องที่ว่า เพื่อลดความขัดแย้งที่ผ่านมานั้นท่านประธานคณะกรรมาธิการฯ โฆษกฯ และสมาชิก สนช.ที่ร่วมลงชื่อทั้งหลาย ท่านจะเชื่ออย่างนั้นจริงๆหรือ วันนี้ท่านทั้งหลายที่กล่าวมา ท่านจะซื่อหรือแกล้งซื่อกันแน่ เพราะวิธีที่ท่านกำลังคิดและร่วมกันทำอยู่ในขณะนี้มีแต่จะนำพาความขัดแย้งวุ่นวายสับสนมาสู่คณะสงฆ์และสังคมไทย

3. เพื่อตัดอำนาจมหาเถรสมาคมออกไป เรื่องนี้ไม่มีปัญหาใดๆ เพราะ มส. ท่านก็ไม่ได้หวงอำนาจใดๆ ของท่านอยู่แล้ว ถ้าหากว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เรียบร้อย ดีงาม ถูกต้องและชอบธรรม ในเรื่องนี้จึงขอให้ถามใจของท่านเองก็แล้วกัน ถามใจตัวเองให้ดีว่าที่ท่านทำอยู่นี้ ทำเพื่ออะไร บริสุทธิ์ใจจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าท่าน สนช.จะอ้างกันแบบนี้ ในปัจจุบันนี้ความขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีก็มีสูงมากขึ้นทุกวันๆ ซึ่งการแก้ไขปัญหาก็ไม่เห็นมีใครเสนอให้ใช้วิธีการตัดอำนาจขั้นตอนการเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีออกจากอำนาจของสภาฯ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง อย่างที่นำมาอ้างกันเลย

ท่านประธานคณะกรรมาธิการฯ โฆษกฯ และท่านสมาชิก สนช.ทั้ง 84 ท่าน ถ้าท่านคิดว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แก้ปัญหาได้ตรงจุด ท่านกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ คิดผิดจริงๆ อาตมาจึงขอเตือนท่านด้วยความปรารถนาดี แต่ถ้าท่านคิดว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจอันชอบธรรมของท่าน ท่านจะเดินหน้าในเรื่องนี้แน่นอน ถ้าเช่นนั้น อาตมา องค์กรพุทธ และพระสงฆ์ทั่วประเทศก็จะเดินหน้าในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ไม่มีทางเลือกอื่น และขอฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐมนตรี ออมสิน ชีวะพฤกษ์และคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลทุกท่านด้วย

#เจ้าคุณประสาร
28 ธันวาคม 2559

 



ซึ่งสอดคล้องกับ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 84 คน ลงชื่อเสนอขอแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2535 โดยให้การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะ สนช.ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะจะสร้างความขัดแย้งในประเทศให้เพิ่มมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาอย่างยาวนาน ที่มหาเถรสมาคมจะเป็นฝ่ายที่ดูแล รวมทั้งพิจารณาว่าพระสงฆ์รูปใดเหมาะสมที่จะได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช


ดังนั้นควรปล่อยให้เป็นเรื่องของสงฆ์ ให้สงฆ์ดูแลและปกครองสงฆ์ด้วยกันเอง จึงจะเหมาะสมที่สุดแล้ว โดยสมเด็จพระสังฆราชมีอำนาจสูงสุด รวมทั้งเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของคณะสงฆ์ ดังนั้นต้องปล่อยให้สงฆ์ได้เลือก ได้บริหารกันเองเพื่อความสงบสุข ทั้งนี้ แม้การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชจะเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ แต่อยากถามว่าแล้วใครจะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก จะเป็นในรูปแบบคณะกรรมการหรืออย่างไร แล้วใครจะเป็นผู้ทูลเกล้าฯ เสนอชื่อขึ้นไป แล้วจะมีการซ่อนรูปอะไรไว้ในกฎหมายดังกล่าวหรือไม่

Jirasak Tnews

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์