ยกเลิกอภัยโทษ !?!? “กนก” โพสต์เดือดถึง “กฎหมายไทย”ปล่อยให้เดนนรกก่อเหตุซ้ำ...ถึงเวลาแก้ปัญหา (รายละเอียด)

Publish 2017-01-07 08:44:51

เฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ของนายกนก รัตน์วงศ์สกุล มีการโพสต์ข้อความถึงกรณีการจับกุมไอ้ตั้ม ผู้ต้องหาคดีฆ่าบัณฑิต มศว ก่อนชิงโทรศัพท์ iPhone 6 ว่า เป็นเพราะกฎหมายไทยอ่อนแอ ทำให้คน ๆ นี้ ซึ่งติดคุกตั้งแต่อายุ 13 ขวบ จนตอนนี้ติดคุกมาแล้ว 8 ครั้ง แถมหลังก่อเหตุก็ก่อเหตุคืนนั้นอีก 4 ที่

 

       ดังนั้นทางแก้ปัญหาส่วนหนึ่งคือ การยกเลิกการพระราชทานอภัยโทษ เพราะมันไม่ใช่การถวายพระราชกุศล แต่เป็นการทำบาปมากกว่า ได้รับการอภัยโทษไปเรื่อย ๆ จนออกมาก่อเหตุซ้ำเรื่อย ๆ เช่นกัน

 



ย้อนกลับไป 6 มกราคม 2560 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. ระบุ นายกิตติกร ทำแผนทั้งหมด 4 จุด ที่ร่วมกับ นายพลชัย ในวันเกิดเหตุตระเวนชิงทรัพย์บริเวณถนนเลียบด่วนรามอินทรา แต่ไม่ได้ทรัพย์สิน ก่อนมาก่อเหตุกับนายวศิน และยังก่อเหตุอีกบริเวณโรงพยาบาลสินแพทย์ และ พื้นที่ สน.โชคชัย เพื่อให้การทำแผนสมบูรณ์ที่สุด ยืนยันมีพยานหลักฐานชัดเจน และ นายกิตติกร ให้การรับสารภาพ แต่อยู่ระหว่างสืบสวนว่ามีการก่อเหตุในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ พร้อมแจ้งข้อหาหนักซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต และขอให้ นายพลชัย เข้ามอบตัวตำรวจจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด พร้อมแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต และสั่งการให้ตำรวจนครบาลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจจุดเสี่ยงและติดตั้งไฟส่องสว่างในพื้นที่

     

ทั้งนี้ นายกิตติกร ให้การรับสารภาพระหว่างแถลงข่าว ด้วยอาการไม่สะทกสะท้าน ว่า ต้องการปล้นและชิงทรัพย์ ยืนยันขณะก่อเหตุไม่ได้เมา หรือเสพยา มีสติดีทุกอย่าง ก่อนลงมือเห็นผู้ตายเดินเล่นโทรศัพท์มือถือ จึงเข้าไปทำทีถามทาง อ้างไม่ได้ปาดคอผู้ตาย แต่เป็นช่วงจังหวะมีดแฉลบไปโดนคอ วอนสังคมให้ฟังความสองข้างอย่าฟังความข้างเดียว ตนไม่ได้ตั้งใจให้เสียชีวิต เดิมประกอบอาชีพเปิดแผงขายผลไม้ย่านวัดกู้ แต่ขายไม่ดี ส่วนเพื่อนอีกคนที่อยู่ระหว่างหลบหนีรู้จักกันในคุก แต่ปฏิเสธไม่ทราบว่าหลบหนีไปไหน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ว่านำผู้ต้องหาไปทำแผนเพื่อประกอบสำนวนให้สมบูรณ์และฝากถึงคนร้ายอีกคนที่อยู่ระหว่างหลบหนีให้เข้ามอบตัวกับตำรวจโดยเร็ว มิฉะนั้น ตำรวจจะใช้มาตรการเด็ดขาด ส่วนผู้ที่ให้ที่พักพิงหรือหลบซ่อนจะมีความผิดด้วย และฝากความเสียใจไปถึงครอบครัวผู้เสียหายด้วย

     

   

นายกิตติกร วิกาหะ หรือ ตั้ม ผู้ต้องหาใช้มีดฆ่าชิงทรัพย์ นายวศิน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุบริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 โดยใช้มีดแทงและปาดคอนายวศิน จนเสียชีวิต และหลบหนีไปทางถนนประดิษฐ์มนูธรรม

   

     

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายกิตติกร มาทำแผนจุดที่สอง บริเวณซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหายได้โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจุดนี้ไม่เป็นปัญหา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้กั้นไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ ก่อนจะคุมตัวไปทำแผนยังจุดสุดท้ายคือ บริเวณป้ายรถประจำทาง หน้าโรงพยาบาลสินแพทย์ ซึ่งผู้ต้องหาได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหาย ได้ทรัพย์สิน อาทิ โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าและเงินสด จำนวน 5,000 บาท แต่ระหว่างทำแผนมีชายหนึ่งรายที่มาร่วมสังเกตุการณ์ อาศัยจังหวะทีเผลอพุ่งเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหา ด้วยการใช้มือตบเข้าที่บริเวณศีรษะของผู้ต้องหา ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่กันตัวออกไป พร้อมคุมตัวไปเปรียบเทียบปรับในข้อหาทำร้ายร่างกาย

     

ในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งสองราย ร่วมกันตระเวนชิงทรัพย์บริเวณถนนเลียบด่วนรามอินทรา แต่ไม่ได้ทรัพย์สิน ก่อนมาก่อเหตุกับนายวศิน อีกทั้งยังก่อเหตุอีกที่บริเวณซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 และบริเวณป้ายรถประจำทางหน้าโรงพยาบาลสินแพทย์ รวมถึงพื้นที่ สน.โชคชัย ทั้งนี้ ยืนยันว่า มีพยานหลักฐานชัดเจน และ นายกิตติกร ให้การรับสารภาพ แต่อยู่ระหว่างสืบสวนว่า มีการก่อเหตุในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะและมีอาวุธติดตัวไปด้วยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต   


ย้อนกลับไป 5 มกราคม  เมื่อเวลา  01.30  น. พ ล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร  ผบช.น. แถลงข่าวจับกุม  นายกิตติกร อายุ 26  ปี ผู้ต้องหาตามหมายจั บศาลอาญารัชดา ตามภาพก ล้องวงจรปิด ข้อหา "ร่ วมกันชิงทรัพย์ โดยใช้ ยานพาหนะ คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นถึงแก่ความ ตาย" และ "ร่วมกันพาอา วุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร" พร้อมของ กลางอาวุธมีดปลายแหลมค วามยาวประมาณ 20 ซม.  1  เล่ม ,  ปืนบีบีกัน  1  กระบอก ,  ไอแพด  1  เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ  3  เครื่อง ประกอบด้วย ไอ โฟน7  ของ นายวศิน ไอโฟน 5  และซัมซุงกาแลคซี่ เงิ นสด 340  บาท และแผงยานอนหลับ(โ ซแลม) 1  แผง โดยสามารถจับกุมภา ยในหมู่บ้านเอื้ออาทร  อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  หลังก่อเหตุใช้อาวุธมี ดของกลางแทง นายวศิน เ หลืองแจ่ม อายุ 26  ปี อดีตพนักงานสนามบิน  เสียชีวิตบริเวณปากซอ ยสุคนธสวัสดิ์ 27  แขวงและเขตลาดพร้าว เมื่อช่วงกลางดึกของเมื่ อวันที่ 4  ม.ค.ที่ผ่านมา

 

 

 

 

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผ ยว่า หลังเกิดเหตุมีคว ามร่วมมือระหว่างเจ้าห น้าที่ตำรวจ บก.สส.บช. น. ชุดสืบสวน บก.น.2  สืบสวน บก.น. 4  สน.โคกคราม และสน.โชคชัย ร่วมกันลงพื้นที่ตร วจสอบกระทั่งพบภาพกล้อ งวงจรปิดและออกหมายจับ ผู้ก่อเหตุทั้ง 2  ราย กระทั่งสามารถจับกุมตัว นายกิตติกร ผู้ล งมือแทงผู้ตาย ที่เคหะ เอื้ออาทร ซอยวัดกู้ จ .นนทบุรี เบื้องต้นสอบ สวนผู้ต้องหาให้การรับ สารภาพว่า เป็นผู้ใช้มีดแทงผู้ตายจริง เพราะ เห็นผู้ตายเดินกดโทรศั พท์มือถือ พยายามชิงทร ัพย์แต่ผู้ตายขัดขืน จึงใช้อาวุธมีดแทงจนเสี ยชีวิต

 

 

 

 

 

 

จากนั้นไม่นานยังตระเว น ก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับผู้เสียหายหญิง 2  ราย บริเวณซอยสุคนธสวั สดิ์ 9  พื้นที่ สน.โชคชัย ได้ โทรศัพท์ ไอโฟน 5  และใกล้ รพ.สินแพทย์ พื้นที่ สน.โคกคราม ได้ กระเป๋าสะพาย โทรศัพท์ ซัมซุง และเงินสด 5,000  บาท จากการตรวจสอบประวัตติผู้ต้องหาเคยติดคุก มา 8  ครั้ง ตั้งแต่อายุ  13  ปี เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อ  14 ธ.ค. ข้อหาเสพพืชกระท่ อม ส่วนผู้ต้องหาที่ยั งหลบหนีซึ่งเป็นผู้ขี่ รถจักรยานยนต์ หากใครใ ห้ที่พักพิงจะมีความผิ ด ดีที่สุดควรมามอบตัว โดยเร็ว

 

 

 

นายกิตติกร เผยว่า ตนเ องเป็นคนใช้อาวุธมีดแท งผู้ตายจริง เนื่องจาก เห็นผู้ตายเดินกดโทรศั พท์มือถือ จึงตัดสินใจ ลงจากรถจักรยานยนต์ เดินเข้าไปพูดคุยแกล้งสอ บถามทาง เมื่อผู้ตายหั นมา จึงใช้อาวุธมีดจี้ และพยาพยามชิงทรัพย์ แ ต่ผู้ตายขัดขืนจึงใช้อ าวุธมีดแทง ไม่ตั้งใจที่จะปาดคอ แค่ชักมีดแท งไปข้างหน้า และไม่ตั้ งใจจะทำให้ตาย ถ้าเหยื่อไม่ขัดขืน อยู่เฉยๆค งไม่ตาย  ปกติตนมีอาชีพขายผลไม้ แถวย่านวัดกู้ จ.นนทบุ รี แต่ช่วงนี้เงินไม่พ อใช้ขายผลไม้ไม่ดีและมีหนี้สิน จึงชวนเพื่อน ไปก่อเหตุ โดยเลือกเหยื่อที่เดินตามถนน แต่ง ตัวดี  หลังก่อเหตุไม่ทราบว่า แทงคนถึงตาย จึงยังตระ เวนก่อเหตุต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

 

 

โดยเริ่มก่อเหตุเวลา  22.00  น.วันที่  4  ม.ค. ขี่จักรยานยนต์ พ ยายามชิงทรัพย์กระเป๋า สะพายผู้หญิง แต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป ที่ซอยสุ คนธสวัสดิ์ 27  พื้นที่ สน.โคกคราม จา กนั้นเวลา 22.20  น. มาเจอผู้ตายและลงมื อฆ่าชิงทรัพย์โทรศัพท์  ไอโฟน 7  ไป ต่อมาเวลา  01.45  น. วันที่ 5  ม.ค. ชิงทรัพย์ โทรศัพ ท์ ไอโฟน 5  ของหญิงสาว ภายในซอยสุ คนธสวัสดิ์ 9  พื้นที่ สน.โชคชัย และ เวลา 02.30  น. ชิงทรัพย์กระเป๋าถื อจากผู้หญิงอีกราย ได้ โทรศัพท์ซัมซุง และเงิ นสด 5,000  บาท ก่อนหลบหนีและถูกจับกุม

 

 

 

อ้างอิงจาก  เฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page

เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นางสาวชนุตรา เพชรมูล