ใช้มาตรา 44 ล้างบาง???"ชาญชัย"ชี้ช่องเอาผิดขบวนการ"สินบนข้ามชาติ"ทิ้งร่องรอยให้แกะปราบปรามให้เป็นรูปธรรม(รายละเอียด)

Publish 2017-01-31 14:43:48

วันที่ 31 ม.ค. 60 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีสินบนข้ามชาติที่เกิดขึ้นในหลายรัฐวิสาหกิจว่า อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์เหนือรัฐบาลอื่นควรจะทำการปราบปรามการทุจริตให้เป็นรูปธรรม เพราะโครงการการขนาดใหญ่ที่มีการทุจริตจะทิ้งร่องรอยไว้ทั้งสิ้น การจะเอาคนผิดมาลงโทษไม่ใช่เรื่องยากแม้ว่าจะไม่มีการระบุชื่อก็ตาม โดยไม่จำเป็นต้องรอข้อมูลจากต่างประเทศ เพราะสามารถดูได้จากรายงานการประชุมก็จะพบหลักฐานว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง พร้อมกับยกตัวอย่างการทุจริตที่เกิดขึ้นในรัฐวิสาหกิจสามกรณี คือ โครงการแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งสร้างใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่มีการจัดซื้อเครื่องบินล็อตใหญ่ที่สุดโดยก่อสร้างในช่วงปลายปี 2547 มูลค่ากว่าสองหมื่นล้านบาท ซึ่งมีการทุจริตเฉพาะค่าธรรมเนียมอย่างเดียวสูงกว่าหนึ่งพันล้านบาท โดยจะมีรายละเอียดเส้นทางการสั่งงานการทุจริตที่เห็นชัดเจนเนื่องจากเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี สามารถไล่เรื่องย้อนกลับไปได้ว่า ตั้งเรื่องโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรมว.คมนาคม ซึ่งตนจะส่งใบเสร็จหลักฐานการทุจริตเหล่านี้ให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบและดำเนินการ เรื่องนี้มีใบเสร็จอยากให้นายกรัฐมนตรีจัดการเพราะเป็นเรื่องใหญ่ และเตือนไปยัง ปปช.ว่าหากไม่ดำเนินการเรื่องนี้จะมีปัญหากับท่านมาก โดยอยากบอกว่าถ้าทำไม่เป็นตนจะไปดูให้ไม่เกิน 15 วันจะเห็นว่าใครสั่งการ ใครเป็นคนดำเนินเรื่อง



นอกจากนี้ยังมีการทุจริตที่เกิดขึ้นจากกรณีเลื่อนการชำระเงินและลดค่าตอบแทนรายปีในสัญญาระหว่างการท่าฯกับบริษัทเอกชนทำให้รัฐเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท ขณะที่บริษัทคิงพาวเวอร์มีกำไรมากขึ้น โดยผู้เสนอคือนายประสงค์ พูนธเนศ ซึ่งในขณะนั้นเป็นกรรมการในบอร์ดของการท่าฯ และมีกรณีที่การท่าอากาศยานฯอนุมัติกรณีบริษัทคิงพาวเวอร์ทำเรื่อง ขอให้การท่าอากาศยานฯสนับสนุนกลุ่มเยาวชนเลสเตอร์ซิตี้ 16 คน ฝึก 2 ปีที่อังกฤษวงเงิน 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2557 ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย มีคำถามว่าทำไมหน่วยงานรัฐต้องเอาเงินภาษีไปสนับสนุนบริษัทเอกชน และยังแถมอีก 10 ล้านค่าประชาสัมพันธ์ด้วย เรื่องนี้เกิดในสมัยของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาของรัฐวิสาหกิจที่ใช้จ่ายเหมือนเงินส่วนตัวทั้งที่เป็นทรัพย์สินของประชาชน จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 ล้างบางคนเหล่านี้


ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกแบะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการรับสินบนของรัฐวิสาหกิจอันนำไปสู่การระบุว่าจะมีการปรับปรุงการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ว่า เป็นเรื่องที่ดี แต่ที่น่าเสียดายคือการกระทำของรัฐบาลตรงกันข้ามกับเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง เพราะในร่างกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ  ได้กำหนดยกเว้นไม่ให้ใช้บังคับกับรัฐวิสาหกิจ โดยให้ไปออกระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างเอง ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้เพราะการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าวไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้

 

เรียบเรียง ลัทธภพ



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
HASTAG :