งานสวนกระแสก็มา!!! นักเขียนชื่อดังซัด..คนไทยอย่าโลกสวย?? ปมลุงวิศวะยิงเด็กม.4 วอนคนไทยอย่าตัดสินคนด้วยเหตุผลที่เอามันอย่างเดียว!! (ชมภาพ)

งานสวนกระแสก็มา!!! นักเขียนชื่อดังซัด..คนไทยอย่าโลกสวย?? ปมลุงวิศวะยิงเด็กม.4 วอนคนไทยอย่าตัดสินคนด้วยเหตุผลที่เอามันอย่างเดียว!! (ชมภาพ)

Publish 2017-02-13 12:00:21

จากกระแสข่าวโซเซี่ยลที่ระอุมาอย่างต่อเนื่องกับกรณีที่นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ ก่อเหตุชักปืนยิง นายนวพล ผึ่งผาย อายุ 17 ปี หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่มีปากเสียงกันเรื่องจอดรถขวางเสียชีวิต บริเวณสามแยกตลาดอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ที่เป็นถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องว่าใครกันแน่ผิดหรือถูกโดยชาวเน็ตก็ต่างออกมาถกเถียงกันว่ากลุ่มโจ๋ ม.4ผิดเต็มๆ บ้างก็ว่าลุงวิศวะก็อารมณ์ร้อนเกินไป



โดยเมื่อวันที่11 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมานั้นโลกออนไลน์แห่แชร์ข้อความจากเฟซบุ๊ก อธิชัย บุญประสิทธิ์ หนึ่งในทีมนักเขียนเรื่องสั้นจากหนังสือขายหัวเราะ ที่โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า

         แม่คนหนึ่ง เป็นห่วงลูกที่เพิ่งมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่น
         และไล่ตามมา จึงเปิดประตูลงไปขวาง
         ไม่ให้วัยรุ่นกลุ่มนั้นทำร้ายลูก

         แม่อีกคนหนึ่ง พยายามเลี้ยงดูลูกที่เกเรไม่เรียนหนังสือ
         แต่สุดท้ายก็มาถูกยิงตาย เธอก็ยังพยายามปกป้องลูก
         จนถูกคนประณามไปทั่ว

         เรื่องนี้เหมือนกันอย่างมาก
         แม่สองคนที่มีลูกใจร้อนเหมือนกัน
         และต้องทุกข์ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกชายตัวเอง
         คนหนึ่งลูกมีคดีและถูกขู่อาฆาต
         อีกคนลูกตายอนาถ

         หากสังคมมองเรื่องนี้ ในมิตินี้
         จะได้อะไรสอนใจมากมาย

         บทเรียนร้าย ๆ ที่ให้คำสอนดี ๆ อีกบทหนึ่ง
         สำหรับสัปดาห์นี้ของสังคมไทย

 

 

โดยนอกจากนี้นายอธิชัย บุญประสิทธิ์ ยังได้โพสเฟซบุ๊คเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง


โดยในวันนี้นั้นนักเขียนชื่อดังก็ได้ออกมาแสดงทัศนะเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติมเอาไว้ว่าเข้าใจดีถึงอารมณ์คนที่มีประสบการณ์แย่ๆ
กับคนมารยาทแย่ๆบนท้องถนน
.
และคนจำภาพอันธพาลรุมฆ่าคนมาก่อน
จึงมีอารมณ์ร่วมอยากกำจัดคนประเภทนี้ให้หมดๆไป
.
ซึ่งก็น่าเห็นใจ แต่การลงโทษคนเหล่านั้น
กฎหมายบ้านเมือง ตำรวจก็มี อย่าทำเอง
.
หากจำเป็นต้องป้องกันตัวก็เลือกทางหลีกเลี่ยงก่อน
ต่อสู้ให้เหลือน้อยที่สุดเพราะอาจเสียท่า
.
การหาปืนมาพก อันตรายมากกว่า ถ้าไม่เชี่ยวชาญ
ไม่แม่นกฏหมาย ตัดสินใจไม่ได้ ไม่ฝึกฝนมากพอ
.
ประเมินตัวเองก่อนตัดสินใจมีมัน
.
ที่จริงตั้งใจแต่แรกว่าไม่อยากแตะรูปคดี
แต่ถ้าไม่อธิบาย ก็โยงมาถึงเรื่องการอยากมีปืน
ไว้ป้องกันตัวจากคนชั่วไม่ได้
.
มันมาจากความรู้สึกห่วงใยสังคม
สงสารคนที่ถูกสังคมตราหน้า
โดยไม่มองสาเหตุที่มาที่ไปให้ดีก่อน
ไม่อยากเห็นทุกคนเลือกใช้การแก้ปัญหา
ด้วยอารมณ์และความรุนแรง เท่านั้นเอง
 

โดยเอกสิทธิ์ สำนักข่าวทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน