โชเฟอร์รถตู้ คดีวิศวะยิงม.4 ออกมาพูดแล้ว!! หลังสังคมกดดันหนักปิดทางทำมาหากิน วอนช่วยกลับไปดูคลิปอีกรอบใครผิดใครถูก เดี๋ยวรู้เลย!!(คลิป)

โชเฟอร์รถตู้ คดีวิศวะยิงม.4 ออกมาพูดแล้ว!! หลังสังคมกดดันหนักปิดทางทำมาหากิน วอนช่วยกลับไปดูคลิปอีกรอบใครผิดใครถูก เดี๋ยวรู้เลย!!(คลิป)

Publish 2017-02-14 11:03:15

จากกรณี นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี วิศวกร ใช้อาวุธปืนยิง นายปอน เด็ก ม.4 อายุ 17 ปี เสียชีวิตในพื้นที่ จ.ชลบุรี จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างหนัก และมีการเปิดเผยภาพคลิปหลักฐานไปก่อนหน้านี้หลายคลิป ล่าสุดทางด้านของคนขับรถตู้ได้ออกมาให้ข้อมูลบ้างแล้ว
(คลิ๊ก : นักเขียนชื่อดังซัด ลุงวิศวะยิงเด็กม.4 วอนคนไทยอย่าตัดสินคนด้วยเหตุผลที่เอามันอย่างเดียว )

โดยเมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) คนขับรถตู้ในคลิปคดีวิศวกรยิงเด็ก ม.4 คันดังกล่าว เปิดเผยกับทีมข่าวเวิร์คพอยท์ว่า ตอนนี้ครอบครัวได้รับผลกระทบขาดรายได้ ตนเองซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวต้องออกจากงานต้องหาทางตั้งหลักใหม่ ตอนนี้ถึงกับน้ำตาเล็ด และในวันนี้ (14 ก.พ.) ตนเองเตรียมเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.แสนสุข จ.ชลบุรี และจะให้การตามเดิมเหมือนที่เคยให้ปากคำพนักงานสอบสวนไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะขับรถปาดหน้า เพียงแต่จะจอดเพื่อลงไปดูเพื่อนที่อยู่ในรถเก๋งอีกคัน



"คือตอนนี้คนก็มองในด้านไม่ดีอยู่แล้ว จริงๆ ผมไม่อยากจะออกมาพูดอะไรเลย เพราะกระทบกับหน้าที่การงานของผมด้วย ผมยังพูดอะไรมากไม่ได้ ตอนนี้พ่อแม่ฝ่ายเด็กก็ไม่ได้เอาเรื่องอะไร เหลือเพียงแต่อีกฝ่าย ผมก็ต้องเข้าไปรับข้อหา"

"ผมก็ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ออกไปไหนเลย ผมทำงานก็ไม่ได้ ส่วนประเด็นที่เกิดขึ้นช่วยไปตรวจสอบในกล้องดูนะครับ ว่าผมปาดหน้าเขาหรือเปล่า เขาปาดหน้ากันเองอยู่ ไม่ใช่รถตู้ของผม ผมเห็นเพื่อนของผมอีกคันจอดอยู่ ผมก็ต้องลงไปดู ผมไม่คิดจะลงไปหาเรื่องอยู่แล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องถึงขนาดนี้"

"ผมเดินออกมาจากรถเป็นคนสุดท้าย เด็กๆ ก็เปิดประตูลงมา ผมยืนยันว่าผมแค่จะลงมาดูเหตุการณ์ ไม่ไดยุยงอะไรเลย ผมไม่อยากจะพูดอะไรเลย เพราะพูดออกไปก็ไม่มีคนเชื่อผม สังคมคิดว่าผมเป็นตัวต้นเหตุ ผมไม่รู้จะพูดอะไร ไว้รอไปให้ปากคำอย่างเดียว ตอนนี้ผมโดนออกจากงาน เลี้ยงครอบครัวด้วย ผมก็ไม่ได้หนีไปไหนเลย รอตำรวจเรียกตัวไป"


โดยเรื่องที่เกิดขึ้นใครผิดใครถูก ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมเป็นฝ่ายตัดสิน แต่ถ้าจะให้มองกันในเนื้อผ้าแล้วกรณีใจร้อนกันบนท้องถนนมีให้เห็นอยู่ทุกวัน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะมีความอดทน อดกลั้นได้มากกว่ากัน ถ้าเรื่องใดที่มันไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมายก็อยากให้ใจเย็นๆ และมีสติกันก่อนที่จะใช้อารมณ์ตัดสิน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตามล้วนไม่ส่งผลดีทั้งสิ้น

(คลิ๊ก : "ทนายสงกานต์"แนะควรเจาะประวัติกลุ่มโจ๋ทะเลาลุงวิศวะ )

ชมคลิป


คลิป : Workpoint News - ข่าวเวิร์คพอยท์
เรียบเรียง : Suya ทีนิวส์


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน