เข้าใจกันซะใหม่!!! แท้จริงแล้ว...ไอเดียสาวกธรรมกายงัดกระป๋องน้ำอัดลมมาเพิ่มสัญญาณมือถือ ไม่เป็นอย่างที่มโนกัน..อ.เจษฎาลั่นไม่เวิร์ค เลิกเหอะ

Publish 2017-03-09 02:06:54

จากการที่ดีเอสไอได้ประสานกสทช. ตัดสัญญาณโทรศัพท์รวมถึงอินเตอร์เน็ตภายในวัดพระธรรมกายและพื้นที่รอบนอกโดยเป็นผลสืบเนื่องจากบุคคลภายในวัดใช้สื่อโซเซียลมีเดียในการยั่วยุปลุกปั่นส่งเสริมให้ประชาชนก่อความไม่สงบ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ยิ่งไปกว่านั้นยังให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความรับรู้ผิดๆกับประชาชน 

 



ล่าสุดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์อย่างมาก ทำให้ชาวเน็ตแชร์ภาพจากในเพจเฟซบุ๊ก "เรารักวัดพระธรรมกาย" ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความ การนำกระป่องน้ำอัดลมมาติดกับโทรศัพท์มือถือ โดยเชื่อกันว่าสามารถเพิ่มสัญญาณโทรศัพท์ได้ โดยมีข้อความระบุว่า...

“แม้จะโดนตัดสัญญาณ แต่เราก็มีความพยายามในการประกาศความจริง”

"ความอดทนของคน มีขีดจำกัด แต่ความอดทนของนักสร้างบารมี ไม่มีขีดจำกัด" 


ทั้งนี้ ในเฟซบุ๊ก "Jessada Denduangboripant"อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้โพสต์ภาพและข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า...

ส่งมาถามกันใหญ่ ว่า "นวัตกรรมเพิ่มสัญญาณโทรศัพท์มือถือ" ตามภาพนี้ มันใช้ได้มั้ย ... ผมว่า ไม่เวิร์ค! ครับ
(คำเตือน: โพสต์นึ้เป็นการหา และให้ความรู้โดยรวม ไม่ใช่ชี้ช่องอะไรใคร)
คือ การเอากระป๋องน้ำอัดลม (จะตัดมาบางส่วนหรือทั้งกระป๋อง) มาแปะที่โทรศัพท์มือถือเนี่ย มันไม่ได้จะช่วยเพิ่มหรือเร่งสัญญาณขึ้นนะ ยิ่งเอาส้อมไปเสียบเนี่ย ยิ่งไม่เกี่ยวเลย 
.. เลิกเหอะ
ที่เค้าแนะนำกันจริงๆ ในกรณีที่อยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณอ่อน ก็คือพยายามรวมสัญญาณให้เข้มขึ้น ด้วยการทำตัวรับเป็นรูปทรงพาราโบล่า แบบจานดาวเทียมนั้นแหล่ะ โดยต้องมีขนาดจานใหญ่กว่าความยาวคลื่น ... ถ้าทำง่ายๆ ก็เอาไปวางในกะละมังโลหะกลมๆ ใหญ่ๆ (แบบในรูป) แล้วหมุนไปทิศทางเสาส่ง (ที่มีสัญญาณนะ) เวลาคุยก็เปิดสปีกเกอร์คุยกัน ไม่ใช่ยกขึ้นมาให้สัญญาณหลุด
ส่วนวิธีการที่แนะนำจริงๆ ในเว็บ ตปท. สำหรับการโทรศัพท์ในพื้นที่ที่สัญญาณอ่อน มีดังนี้
1. ตรวจสอบความแรงของสัญญาณ 
สัญญาณขีดๆ บนหน้าจอมือถือเรา มันบอกได้แค่คร่าวๆ เอง ควรดูที่อื่น เช่น ถ้าใช้ไอโฟน ให้กด *3001#12345#* มันจะเข้าโหมด field test ที่ซ่อนไว้ แล้วให้ค่าความแรงสัญญาณที่แท้จริง มีหน่วยเป็น decibel-milliwatts (dBm) บนมุมบนซ้าย ตรงขีดสัญญาณ (ผมไม่มีไอโฟน เลยไม่ได้ลองว่าจริงมั้ยนะ) ส่วนแอนดรอยด์ ให้ไปเซ็ท ‘signal strength indicator’ ใน settings (ผมหาไม่เจอ แต่ไปดูตรงสถานะเครื่องเอา) ... ปรกติ ค่าความแรงของสัญญาณที่ดีๆ ควรมากกว่า -100dBm
2. ทำแผนที่สัญญาณ ว่าตรงไหนในบ้าน หรือในพื้นที่ ที่มีสัญญาณแรงสุด
3. ถ้าอยู่ในบ้าน ให้เปิดหน้าต่างด้วย ทั้งฝาผนังและหน้าต่างจะขัดขวางสัญญาณได้
4. หาสถานีส่งสัญญาณที่ใกล้ที่สุด 
โทรศัพท์มือถือนั้น ไม่ได้จะล็อกสัญญานตัวเองเข้ากับเสาส่งที่ใกล้ที่สุดเสมอ อย่างที่หลายคนเข้าใจ ... เราอาจจะหาแอพต่างๆ เช่น OpenSignal มาช่วยบอกให้เรารู้ว่า เสาส่งที่มือถือเราจับสัญญาณอยู่นั้น คือต้นไหน อยู่ทางทิศใด เราจะได้หันไปใช้เครื่องในทิศทางนั้น
5. ใช้มือถือในที่สูงๆ เช่น ระเบียงชั้นบนของบ้าน ดาดฟ้าตึก หลังคาอาคาร ยอดเขา เพื่อหลีกเลี่ยงตัวกีดขวางสัญญาณ
6. ระหว่างที่เด่นพูดเป็นระยะทางไกลๆ ให้เปิดปิดสัญญาณมือถือบนเครื่องเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่ามันล็อกกับเสาส่งที่ใกล้ที่สุด ไม่ใช่ว่ามันยังล็อกกับเสาต้นเดิมที่อยู่ห่างๆ
7. ถ้ามีไวไฟ ต่อกับสายเคเบิ้ลเข้ามา ก็ใช้อินเทอร์เน็ตโทรเอาดีกว่า
8. เปลี่ยนวิธีการจับมือถือ 
โดยเฉพาะในไอโฟน ซึ่งหลายรุ่นขึ้นชื่อมาก ว่ากรอบเครื่องมันทำให้มือเราไปกีดขวางเสาอากาศในเครื่อง บั่นทอนสัญญาณเสียเอง วิธีที่ง่ายที่สุด คือใช้พวกแฮนด์ฟรี สมอลทอล์ก สปีกเกอร์โฟน แทน
9. เปลี่ยนผู้ให้บริการไปเลย
10. ซื้อเครื่อง signal booster มาติดตั้งเพิ่ม
เครื่องพวกนี้จะทำตัวเป็น repeater คือไปจับสัญญาณโทรศัพท์ที่อ่อนๆ ด้วยเสาอากาศที่ติดตั้งนอกอาคาร แลัวเร่งสัญญาณให้แรงขึ้นก่อนจะปล่อยออกภายในอาคาร เราเพียงใช้โทรศัพท์เครื่องเดิมเหมือนเดิม (ดูรูปประกอบเพิ่ม) สำคัญว่าต้องซื้อให้รุ่นตรงกับคลื่นมือถือเราด้วย แล้วหันเสาอากาศนอกอาคารไปทิศทางที่เสาส่งตั้งอยู่
(ป.ล. เริ่มรู้สึกเบื่อจนไม่ตามข่าวนึ้แล้ว เมื่อไหร่จะบุกๆจับๆกันให้เสร็จๆซะที เปลืองค่าข้าวกล่อง)

เรียบเรียง ธิดารัตน์

ขอบคุณที่มา เรารักวัดพระธรรมกาย/



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธิดารัตน์ พูลศิริ