เกาหลีเหนือเตือนกองทัพสหรัฐที่ตอนนี้ซ้อมรบเกาหลีใต้ "อย่ามาล้ำอาณาเขต"(มีคลิป)

Publish 2017-03-16 14:51:55


วันนี้ (16 มี.ค 60) ทางรายการทีนิวส์ สด ลึก จริง ได้นำเสนอข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เกาหลีเหนือออกคำเตือนไปยังสหรัฐฯในว่า พวกเขาจะโจมตีอย่างไร้ความปราณีหากกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่นำโดยเรือยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ซึ่งกำลังเข้าร่วมการซ้อมรบกับกองทัพเกาหลีใต้ละเมิดอำนาจอธิปไตยและเกียรติภูมิของพวกเขา       ก่อนหน้านี้ทางด้านเกาหลีเหนือซึ่งทำให้เพื่อนบ้านทั้งญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แตกตื่นด้วยการทดสอบนิวเคลียร์สองครั้งและขีปนาวุธหลายครั้งเมือปีที่แล้ว ระบุว่า การมาของกองเรือโจมตีสหรัฐฯเป็นส่วนหนึ่งของแผนการโจมตีพวกเขา ขณะที่ทางด้านสำคนักข่าวเคซีเอ็นของเกาหลีเหนือ ได้รายงานข่าวว่า     ทางด้านผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน ได้ส่งคำเตือนไปยังกองทัพสหรัฐฯว่า หากกองเรือสหรัฐฯ ทำการล่วงละเมิดอำนาจอธิปไตยและเกียรติภูมิของเกาหลีเหนือ กองทัพเกาหลีเหนือจะทำการโจมตีอย่างไรความปราณีจากทางภาคพื้น อากาศ ทะเล และใต้น้ำ       
เมื่อวันที่ 11 มีนาคมเพียงวันเดียว เครื่องบินจำนวนมากจากเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คาร์ล วินสัน บินเลียบเส้นทางใกล้น่านฟ้าและน่านน้ำของเกาหลีเหนือเพื่อทำการซ้อมทิ้งระเบิดและโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวต่อเป้าหมายบนพื้นดิน ทางด้าน  โฆษกกองทัพเรือสหรัฐฯระบุว่า เรือยูเอสเอสคาร์ล วินสัน กำลังอยู่ระหว่างการเคลื่อนพลตามกำหนดการปกติไปยังภูมิภาคนี้เพื่อเข้าร่วมการซ้อมรบกับกองทัพพันธมิตรเกาหลีใต้
    เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 4 ลูกลงสู่ทะเลนอกชายฝั่งญี่ปุ่นในการตอบสนองต่อการซ้อมรบประจำปีระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ที่เกาหลีเหนือมองว่าเป็นการเตรียมพร้อมทำสงคราม ขณะที่ทางด้านรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เร็กซ์ทิลเลอร์สัน จะไปเยือนเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในวันศุกร์ ที่ 17 มีนาคม นี้ ส่วนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติกล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ กำลังประเมินยุทธศาสตร์ต่อเกาหลีเหนือใหม่และ ทุกตัวเลือกอยู่ในการพิจารณา

    ข่าวทางการทูตว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณานำเกาหลีเหนือ กลับเข้าสู่บัญชีก่อการร้ายอีกครั้ง รวมถึงอิหร่าน และ ซีเรีย  ส่วนทางด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ ได้ออกมา ขู่ว่า สหรัฐฯจะได้ตะหนักว่าพวกเขาต้องจ่ายค่าตอบแทนราคาแพงเท่าไหร่สำหรับการกล่าวหาเกาหลีเหนืออย่างไร้มูล หากสหรัฐฯขึ้นบัญชีเกาหลีเหนืออีกครั้ง

    ทางด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ยังยืนยันว่า เกาหลีเหนือเองนั้น ต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบ สหรัฐฯว่าพยายามทำให้ชื่อเสียงของประเทศเกาหลีเหนือนั้นมัวหมอง แต่หลังจากนี้   สหรัฐฯ จะไม่สามารถประณามเพื่อกดขี่ประเทศที่สร้างความไม่พอใจให้กับพวกเขา ในขณะที่โลกอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา
เกาหลีเหนือซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองถูกขึ้นบัญชีเป็นรัฐผู้ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายครั้งแรกในปี 1987 เมื่อสายลับของพวกเขาวางระเบิดเครื่องบินเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 115 คน  แต่เกาหลีเหนือก็ถูกถอดถอนออกจากบัญชีดังกล่าวเมื่อปี 2008 หลังจากที่เกาหลีเหนือดำเนินการขั้นตอนสู่การปิดโรงงานนิวเคลียร์ของเขา

    หลังจากนั้นเกาหลีเหนือก็เริ่มกิจกรรมต่างๆ ใหม่อีกครั้ง ทำการทดสอบนิวเคลียร์ 4 ครั้งและทดสอบขีปนาวุธหลายครั้ง ถึงแม้ว่าความจริงพวกเขาจะถูกห้ามภายใต้มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสกประชาชาติก็ตาม
       ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้แย่ลงคือการที่จีนคัดค้านการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธTHAAD ของสหรัฐฯในเกาหลีใต้ถึงแม้ว่าสหรัฐฯและเกาหลีใต้ระบุว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธชั้นบรรยากาศระดับสูงTHAAD มีไว้เพื่อป้องกันตัวจากเกาหลีเหนือ แต่จีนกลัวว่า ระบบเรดาร์ประสิทธิภาพสูงของมันจะสามารถล้วงลึกเข้าไปในอาณาเขตของจีนและเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของพวกเขา  ขณะที่ทหารเกาหลีใต้และสหรัฐฯเริ่มการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่นี้ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นการป้องกันภัยตามปกติเมื่อวันที่ 1 มีนาคม
    ทางด้านนายหวัง อี้ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีน  ได้เสนอแนวทางในการผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ที่ระอุมากขึ้นทุกขณะ หลังจากที่เกาหลีเหนือ ได้ทำการยิงจรวด 4 ลูกเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ ที่ผ่านมา แนวทางของหวัง อี้ ก็คือ เกาหลีใต้ กับ สหรัฐฯ จะต้องหยุดซ้อมรบประจำปี  เพื่อไม่เป็นการยั่วยุ เกาหลีเหนือ มากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้   โดยทาง จีน เชื่อมั่นว่าแนวทางดังกล่าว เปรียบกับเป็นการแลกเปลี่ยนกันก็น่าจะเป็นการนำคู่กรณีกลับคืนสู่โต๊ะเจรจา 6 ฝ่ายได้อีกครั้ง หลังระงับไปตั้งแต่ปี 2552 จากการถอนตัวของเกาหลีเหนือ

    นอกจากนั้นแล้ว หวัง อี้ ยังได้พูดถึงเรื่อง ที่กองทัพสหรัฐฯ ได้ดำเนินการเคลื่อนย้าย และ ประกอบชิ้นส่วนระบบป้องกันขีปนาวุธระดับสูง THAAD ในเกาหลีใต้  ว่าเป็นการตัดสินใจ ที่ผิดพลาด ของเกาหลีใต้  หวัง อี้ เรียกร้องให้หยุดดำเนินการทันที ไม่อย่างนั้นจะยิ่งทำให้สถานการณ์ ตึงเครียด มากยิ่งขึ้น ขณะที่ทางด้าน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ออกมาวิจารณ์ การดำเนินการดังกล่าวอย่างหนัก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ทางด้านสหรัฐฯ ก็แจ้งว่าการดำเนินการดังกล่าวนั้นไม่ส่งผลกระทบต่อจีน แต่อย่างใด
 





 

เรียบเรียงโดย ธนาภรณ์ เกตุชาติ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธนาภรณ์ เกตุชาติ

ติดตามข่าวอื่นๆ