อวสาน !?!? ใครทำลายจำนำข้าว ใครฆ่าชาวนา นพ.วรงค์ สาวไส้ ชัดเจนจุดที่เลวร้าย ...อย่าปล่อยให้คนเหล่านี้บิดเบือนได้ตามใจชอบ (รายละเอียด)

อวสาน !?!? ใครทำลายจำนำข้าว ใครฆ่าชาวนา "นพ.วรงค์" สาวไส้ ชัดเจนจุดที่เลวร้าย ...อย่าปล่อยให้คนเหล่านี้บิดเบือนได้ตามใจชอบ (รายละเอียด)

Publish 2017-04-11 12:28:13

วันที่ 11 เมษายน 2560 จากกรณีที่วานนี้ (10 เมษายน 2560) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุเรื่อง "ใครทำลายจำนำข้าว ใครฆ่าชาวนา"(ตอนที่ 5) และในวันนี้ก็ได้โพสต์ตอนจบของบทวิเคราะห์นี้ 

"ใครทำลายจำนำข้าว ใครฆ่าชาวนา"(ตอนจบ)

ซีรีย์ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยต้องอ่าน เพื่อทำความเข้าใจหนังสือ ที่ทีมงานนางสาวยิ่งลักษณ์อธิบายบิดเบือน ประเด็นเรื่องจำนำข้าว

10.มีขบวนการจ้องทำลายโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น โดยไม่สนใจชีวิตชาวนา

ประเด็นนี้ต้องถามนางสาวยิ่งลักษณ์กลับไปว่า ใครที่มีพลังจะทำลายนโยบายนี้ได้ ก็ในเมื่อพรรคเพื่อไทยอ้างอยู่เสมอว่า เป็นนโยบายที่หาเสียงมาจากประชาชนและแถลงต่อรัฐสภา และมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แม้แต่พรรคฝ่ายค้านจะพูดพร้อมนำหลักฐานมาเสนอ พูดจนปากแฉะ พูดต่อเนื่องเป็นปีๆ ยังไม่มีปัญญาไปทำอะไรได้เลย นอกจากเป็นการให้ความรู้ประชาชน




ทางที่ดีนางสาวยิ่งลักษณ์ต้องดูตัวเองไม่ใช่เอาแต่โทษคนอื่น ด้วยตรรกกะต่างๆมันมีความชัดเจนอยู่ในตัวมันเองแล้วว่า รัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก รวมทั้งเหิมเกริมในอำนาจ คุมทุกอย่างทั้งข้าราชการและสื่อ ล้วนอยู่ใต้อำนาจ ใครจะมาล้มนโยบายนี้ได้ นอกเสียจากตัวมันเองทำลายตัวเอง

นั่นคือซื้อของแพง แต่ขายไม่ได้ เมื่อขายไม่ได้ก็ไม่มีเงินไปจ่ายชาวนา เมื่อไม่มีเงินจ่ายชาวนา ชาวนาเขาก็มาประท้วงเงินค่าข้าว สุดท้ายโครงการก็ไปไม่รอด
จุดที่เลวร้ายที่ทำให้โครงการต้องจอดสนิทเร็วขึ้น ก็เพราะมีการทุจริตเกิดขึ้น เมื่อมีการโกงเกิดขึ้น โครงการก็ขาดเงินจ่ายชาวนาเร็วขึ้น สุดท้ายโครงการก็ไปไม่รอด ดังนั้นนางสาวยิ่งลักษณ์อย่ามัวแต่โทษคนอื่น ต้องหันกลับมาดูตนเอง จะได้เข้าใจอะไรต่างๆมากขึ้น

อดีตที่ผ่านมาพวกเราที่เป็นฝ่ายค้าน ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ นำเสนอข้อเท็จ พร้อมเอกสารหลักฐานต่างๆ ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ตอนที่นางสาวยิ่งลักษณ์มีอำนาจ มีความเหิมเกริมแม้แต่หลักฐานการทุจริตต่างๆที่นำเสนอ ก็ไม่สนใจที่จะรับฟัง ข้อย้ำว่าไม่ต้องไปโทษคนอื่น แต่ให้โทษตนเอง

สิ่งหนึ่งในหนังสือของทีมงานพรรคเพื่อไทย พยายามกล่าวหาป.ป.ช. ผมยืนยันเลยว่า ถ้านางสาวยิ่งลักษณ์ บริหารด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น เงินทุกบาทถึงมือชาวนา ไม่ปล่อยให้เซอร์เวย์หากิน ไม่มีการทุจริตจีทูจี รวมทั้งข้าวถุง ก็ไม่มีทางเลย ที่ป.ป.ช.จะไปดำเนินคดีนางสาวยิ่งลักษณ์

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมคือ นโยบายที่สร้างความเสียหายต่อการเงินการคลังของประเทศ ทำลายระบบข้าว เอื้อต่อการทุจริต และสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชาวนาไทยและระบบข้าวตามมา จะถูกระงับยับยั้งโดยองค์กรศาลได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ยืนยันกระต่ายขาเดียวว่า ตนเองมาจากการเลือกตั้ง นโยบายนี้เป็นนโยบายหาเสียงกับประชาชน และแถลงผ่านรัฐสภา จะระงับยับยั้งไม่ได้
ที่ผ่านมาหลายนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แม้แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เองนั่นแหละเป็นผู้ระงับยับยั้งเอง เช่น นโยบายยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เพราะสุดท้ายก็ต้องกลับมาเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเหมิอนเดิม แสดงว่านโยบายที่สร้างความเสียหาย รัฐบาลยิ่งลักษณ์เองนั่นแหละยังสามารถระงับยับยั้งได้

ทำไมนโยบายรับจำนำข้าว นางสาวยิ่งลักษณ์จึงปกป้องเต็มที่ แม้จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงก็เพราะ ได้นำเงินภาษีประชาชน มาละเลงเพียงเพื่อคะแนนเสียง ปล่อยให้มีการทุจริตเพราะจะได้เครือข่ายสนับสนุนรัฐบาล ท้ายที่สุดฝ่ายการเมืองทุจริตกินรวบแบบง่ายๆไม่ต้องแบ่งใครมาก เท่ากับว่าพวกเขาได้ทุกอย่าง ทั้งคะแนนเสียงและเงิน แต่เป็นภาระของประชาชนทั้งประเทศ

ประเด็นสำคัญคือ ถ้านางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ระงับยับยั้ง องค์กรอื่นคือศาลจะระงับได้ไหม เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ อะไรก็อ้างมาจากการเลือกตั้ง โชคดีที่ประเทศต้นแบบประชาธิปไตย อย่างอเมริกาได้ทำให้ประเทศไทยเราเห็นว่า แม้นโยบายการสั่งห้ามชาวมุสลิมเข้าอเมริกาของประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นนโยบายที่มาจากการหาเสียงชัดเจน องค์กรศาลของอเมริกายังระงับยับยั้งนโยบายนี้เลย เพียงแค่เหตุผลในการระงับคือการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นจากนี้ไป นางสาวยิ่งลักษณ์ก็ควรหยุดอ้างได้แล้วว่า นโยบายนี้มาจากการเลือกตั้ง ระงับยับยั้งไม่ได้ ดังนั้นนโยบายอะไรก็ตาม ที่สร้างความเสียหายต่อประเทศ ต้องสามารถระงับยับยั้งได้โดยศาล

สังคมไทยเรายังใจดีที่ให้โอกาสนางสาวยิ่งลักษณ์ นำภาษีประชาชนมาละเลง และปล่อยให้โกงนานถึงสองปีเศษ จนเกิดปัญหาตามมาด้วยตัวนโยบายเอง มีข้อมูลเชิงประจักษ์เกิดขึ้นมากมาย รวมทั้งชาวนาฆ่าตัวตาย ในทางตรงข้ามประเทศต้นแบบประชาธิปไตย นโยบายของประธานาธิบดีที่มาจากการหาเสียงเลือกตั้ง เพียงแค่ประเมินว่าจะสร้างปัญหาตามมา เขาไม่ปล่อยให้เสียเวลานานสองปีกว่า เพียงแค่ประธานาธิบดีออกคำสั่งไม่กี่วัน ศาลของอเมริกาก็ตัดสินเบื้องต้นเรียบร้อย

11.โครงการรับจำนำข้าวไม่ผิด นายกยิ่งลักษณ์ก็ไม่มีความผิด สิ่งที่สังคมรู้คือความจริงที่ถูกบิดเบือนทั้งสิ้น
ใครบอกว่านางสาวยิ่งลักษณ์ผิดเพราะโครงการรับจำนำข้าว นางสาวยิ่งลักษณ์มีความผิดเพราะปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหาย ปล่อยให้มีการโกงเกิดขึ้น แค่ประเด็นที่หนังสือของทีมงานพรรคเพื่อไทย ยกมาพูดก็บิดเบือนแล้ว หนังสือยังกล้าเขียนว่าสิ่งที่สังคมรู้ คือความจริงที่ถูกบิดเบือนทั้งสิ้น ผมคิดว่าน่าจะมีสำนึกแห่งความรับผิดชอบเสียบ้าง ความจริงน่าจะพูดว่า สิ่งที่หนังสือของพรรคเพื่อไทยเขียนเรื่องจำนำข้าว คือความจริงที่ถูกบิดเบือนทั้งสิ้น
บทส่งท้าย

การเขียนซีรีย์นี้ขึ้นมา มีเจตนาที่จะชี้แจงประเด็นบิดเบือน ของหนังสือทีมงานพรรคเพื่อไทย ที่มีการตอกย้ำทั้งหมด 11 ประเด็นที่หนังสือของเขาย้ำ ถ้าไม่มีการชี้แจงใดๆ เกรงว่าพี่น้องประชาชนจะเกิดความสับสน
ความจริงแล้ว ทั้งๆที่รู้ว่าคดีนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงถือว่าเป็นการท้าทายอำนาจศาลเป็นอย่างยิ่ง โดยส่วนตัวพวกเราแล้ว เราถือว่าศาลท่านมีความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย ทุกอย่างจึงควรต้องไปพูดกันที่ศาล และเคารพคำตัดสินของศาล ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร

แต่นักการเมืองอย่างนางสาวยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย อาศัยจุดอ่อนที่คนอ่านหนังสือกันน้อย คล้อยตามกระแส และมีความถนัดในการสร้างกระแสบิดเบือนให้คนหลงเชื่อเพื่อผลชนะทางการเมือง เพราะวิธีการนี้เคยทำได้ผลมาแล้วในอดีต ถ้าไม่มีการนำความจริงชี้แจง ประชาชนก็จะสับสนในช่วงแรก และหลงเชื่อไปตามกระแสได้

นี่จึงคือเหตุผลและความจำเป็นที่เราจะต้องทำซีรีย์ "ใครทำลายจำนำข้าว ใครฆ่าชาวนา" ขึ้นมาชี้แจงประเด็นบิดเบือนของหนังสือทีมงานพรรคเพื่อไทย


บทสรุปที่กระชับอีกครั้งของใครทำลายจำนำข้าว


1.เกิดจาดตัวนโยบายที่ซื้อแพงแล้วขายไม่ได้ ก็ไม่มีเงินเพียงพอมาจ่ายชาวนา
2.เกิดจากการทุจริต เพราะยิ่งทุจริตก็ยิ่งได้เงินน้อย สุดท้ายไม่มีเงินจ่ายชาวนา

ดังนั้นวันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ต้องโทษคนอื่นเลย เพราะตัวเองนั่นและที่ทำลายตัวเองบทสรุปใครฆ่าชาวนา

ก็เพราะข้าวขายไม่ออก ข้าวกองท่วมประเศถึง 18 ล้านตัน ข้าวฤดูกาลใหม่ก็ออกมาอีก จึงทำให้ราคาข้าวตกต่ำ เหมือนกับการฆ่าชาวนาทั้งเป็น สุดท้ายนโยบายตัวเองนั่นแหละที่เป็นผู้ฆ่าชาวนา
พวกเราเป็นผู้รักความถูกต้อง ความเป็นธรรม จึงไม่ควรอยู่เฉย และปล่อยให้คนเหล่านี้ทำอะไรได้ตามใจชอบ จริงอยู่แม้เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล แต่เราก็ต้องตามเกมส์ของเขาให้ทันตรงที่
เขาพยายามสร้างกระแส ปลุกปั่น ให้ประชาชนเข้าใจผิด โดยที่มีเป้าหมายเพื่อเอาชนะทางการเมือง เพราะคนเหล่านี้มีความเชื่อว่า ถ้าสามารถเอาชนะทางการเมืองได้ จะสามารถคุมทุกอย่างในประเทศได้ และเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในประเทศตามที่ตนเองต้องการ ขนาดคนที่มีความผิด ถูกศาลฎีกาพิพากษาแล้ว แต่ต้องการกลับบ้านอย่างเท่ห์ๆ ยังกล้าใช้สภาออกกฏหมายล้างผิด หรือแม้คดีที่อยู่ที่ศาล ยังกล้านำถุงขนมไปลืมไว้เลย
ดังนั้นการออกมาบิดเบือนเรื่องข้าว ก็เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้คนเข้าใจผิด และเกิดความสงสาร เพื่อหวังผลทางการเมืองเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตามสังคมไทยต้องเรียนรู้ พฤติกรรมนักการเมืองสายพันธุ์นี้ พวกเราไม่ควรนั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้คนเหล่านี้บิดเบือนได้ตามใจชอบ สิ่งที่ดีที่สุดคือ การชี้แจงให้ความรู้แก่ประชาชน อย่างน้อยจะได้รับทราบข้อมูลรอบด้าน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของนักการเมืองเหล่านี้

-------------จบ-------------


โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2560 เฟซบุ๊คส่วนตัวของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์  ได้โพซเฟสบุ๊คถึงเรื่องที่มีการทำหนังสือ “ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา” ของพรรคเพื่อไทยนั้น โดยระบุว่า การเปิดตัวหนังสือ"ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา" ของอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นการสะท้อนว่า พรรคเพื่อไทยไม่ว่า จะผ่านไปกี่ปีกี่ปี แต่พฤติกรรมไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเอกลักษณ์ของการโกหก บิดเบือน เบี่ยงเบน ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้การเปิดตัวหนังสือดังกล่าว ก็มีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการท้าทาย คำสั่งห้ามของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ห้าม ไม่ให้มีการแสดงความคิดเห็นเพื่อชี้นำคดีจำนำข้าว ปัจจุบันทุกฝ่ายก็พยายามปฏิบัติตามด้วยการงดแสดงความเห็นในคดีนี้ แต่พรรคเพื่อไทยก็ยังดื้อแพ่งด้วยการทำหนังสือออกมา และสะท้อนเป็นการเดินแบบคู่ขนาน โดยให้ฝ่ายผู้เป็นจำเลยปฏิบัติตามข้อกำหนดศาล แต่กำหนดตัวละครประเภทฮาร์ทคอ ออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริง คล้ายกับเหตุการณ์ในอดีตที่ฝ่ายตนเองถนัด

โดยการวิเคราะห์ประเด็นของหนังสือเล่มนี้ นพ.วรงค์ได้จัดแบ่งเป็นทั้งหมด6ตอน โดยตอนแรกเริ่มเมื่อวันที่6 เมษายน 2560 ซึ่งทั้งหมดนพ.วรงค์ได้โพสต์การวิเคราะห์ผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัว Warong Dechgitvigrom ทั้งหมด

 

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก เฟสบุ๊ค Warong Dechgitvigrom



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล

ติดตามข่าวอื่นๆ