“สหรัฐฯ-เกาหลีใต้” เปิดปฏิบัติการ “แมกซ์ธันเดอร์” เพิ่มดีกรีความขัดแย้งคาบสมุทรเกาหลี(มีคลิป)

Publish 2017-04-20 13:33:03

                  สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีกองทัพอากาศเกาหลีใต้ และกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ซ้อมรบร่วมระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมพร้อมและรับมือกับความพยายามสร้างความตึงเครียดบริเวณคาบสมุทรเกาหลี หลังจากเกาหลีเหนือประกาศพร้อมทำสงครามเนื่องในวันฉลองวันคล้ายวันเกิดของนายคิมอิลซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้แถลงยืนยันไม่เปลี่ยนมาตรการป้องกันความมั่นคงของประเทศ และจะเดินหน้าติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธข้ามทวีปในชั้นบรรยากาศTHAAD จากสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด
การซ้อมรบร่วมทางอากาศประจำปี ภายใต้รหัสแมกซ์ธันเดอร์กองทัพอากาศสหรัฐฯ ส่งเจ้าหน้าที่ทหารราว 1,000 นาย และเครื่องบินรบจำนวนหนึ่งเข้าร่วมฝึกซ้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารเกาหลีใต้ 500 นาย โดยจะใช้เวลาฝึกซ้อมเป็นเวลา2 สัปดาห์


                ไมค์เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนเกาหลีใต้ และได้กล่าวว่ายุคแห่งการอดทนอดกลั้นของสหรัฐฯในเชิงยุทธศาสตร์ต่อโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือนั้น ได้สิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งเขาได้พูดระหว่างที่มีการแถลงข่าวร่วมกับนายฮวัง เคียว อัน รักษาการประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้
รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า หลายฝ่ายอยู่ระหว่างการพิจารณาทุกทางเลือก เพื่อแก้ไขปัญหาการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ แต่สหรัฐฯยังคงต้องการสันติวิธีเพื่อล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์บริเวณคาบสมุทรเกาหลี นอกจากนั้นแล้วทางด้าน ไมค์เพนซ์ ยังได้เดินทางเยือนเขตปลอดทหารหรือดีเอ็มซี ซึ่งเป็นเขตชายแดนที่คั่นกลางระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยที่เขาเลือกเดินทางไปยังเขตดีเอ็มซีในวันแรกของการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ เพื่อส่งสัญญาณเตือนเกาหลีเหนือ ที่ทำการยั่วยุประชาคมโลกอีกครั้ง ด้วยการทดสอบยิงขีปนาวุธเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สร้างความตึงเครียดให้กับคาบสมุทรเกาหลีขึ้นเป็นทวีคูณ แม้ว่าการทดสอบดังกล่าวจะไม่ประสบผลสำเร็จก็ตาม


                ระหว่างเดินทางเยี่ยมชมเขตดีเอ็มซี ไมค์เพนซ์ ยังย้ำว่าสหรัฐฯจะร่วมมือกับเกาหลีใต้ในการยับยั้งเกาหลีเหนือ พร้อมกล่าวว่า เกาหลีใต้ถือเป็นพันธมิตรผู้แข็งแกร่งของสหรัฐฯ นอกจากนั้นเองสื่อของญี่ปุ่นอย่าง สำนักข่าวเกียวโด มีการคาดการณ์ว่า รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการรับมือของสหรัฐฯเพิ่มเติม ในระหว่างการเดินทางเยือนประเทศในเขตเอเชียแปซิฟิกตลอดช่วงสัปดาห์นี้ ก็เป็นได้

                ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงในรัฐบาลญี่ปุ่น ได้ให้ข้อมูลว่าจีนและรัสเซียร่วมกันส่งเรือลาดตระเวนเพื่อสะกดรอยและเก็บข้อมูลของกองเรือพิฆาต และ เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น ยูเอสเอส คาร์ล วิลสัน ซึ่งปัจจุบันเชื่อว่าอยู่บริเวณทะเลจีนตะวันออก สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้กองกำลังป้องกันตนเอง ( เจเอสดีเอฟ ) ตัดสินใจยกระดับระบบการเตือนภัย และเพิ่มการลาดตระเวนทั้งทางทะเลและทางอากาศในบริเวณดังกล่าวแล้ว
 
                 ทั้งสองประเทศต้องการสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของเรือยูเอสเอส คาร์ล วิลสัน และเรือติดตามอย่างใกล้ชิด แม้รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่ายังไม่จำเป็นตอบโต้การยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ครั้งล่าสุดและไม่ประสบผลสำเร็จแต่ก็ยังไม่ได้หมายถึงว่าสหรัฐฯยกเลิกมาตรการในการใช้กำลังทหารกับเกาหลีเหนือขณะที่เรือสอดแนมจากจีนและรัสเซีย ได้ปรากฏตัวขึ้น ก็เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังสหรัฐฯ ว่าอย่าทำอะไรเกินเลย


                 วันครบรอบ 105 ปี วันคล้ายวันเกิดของนายคิมอิลซุง บิดาแห่งเกาหลีเหนือ  เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา ไม่มีการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และเกาหลีเหนือจัดพิธีเฉลิมฉลองอย่างอลังการด้วยการขนอาวุธออกมาแสดงแสนยานุภาพมากมาย แต่ก็ยังคงมีวันที่ต้องเฝ้าระวังอีกครั้งนั้นคือวันที 25 เมษายน นี้ ซึ่งเป็นวันสถาปนากองทัพประชาชนเกาหลี ( เคพีเอ ) ครบ 85 ปี


                 ด้านเอกอัครราชทูตซีเรียประจำกรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ ได้ทำการประณามพฤติกรรมก้าวร้าวและรุกรานของสหรัฐฯ โดยการชี้ให้เห็นว่าการยิงขีปนาวุธโทมาฮอร์กโจมตีซีเรียเพื่อส่งข้อความไปยังเกาลีเหนือเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ
       
                 เกาหลีเหนือขัดขืนมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ ดำเนินการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธหลายครั้ง พร้อมกับได้ย้ำบ่อยครั้งว่าได้พัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีได้ไกลถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ แม้ว่าการทดสอบขีปนาวุธหนล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นจะไม่ประสบผลสำเร็จก็ตาม 
       
                  ขณะที่ทางด้านไมค์เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนเกาหลีเหนือใน ว่าการโจมตีในซีเรียและอัฟกานิสถาน เป็นการแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือไม่ควรยั่วยุผู้นำสหรัฐฯ อย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ และ กองกำลังของสหรัฐฯในภูมิภาคแห่งนี้อีกต่อไป
       
                 กองทัพเรือสหรัฐฯได้ยิงโทมาฮอร์ก59 ลูกถล่มฐานทัพอากาศเซย์รัตของซีเรีย ตอบโต้สิ่งที่พวกเขาอ้างว่าซีเรียใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าพลเรือนของตนเอง และล่าสุดกองทัพอากาศสหรัฐฯได้ทิ้งระเบิดที่ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดในโลกลงถล่มกลุ่มไอเอสในอัฟกานิสถาน
   
               ทัมมาน สุไลมาน เอกอัครราชทูตซีเรียประจำเกาหลีเหนือระบุว่าสหรัฐฯ ทำผิดที่ส่งสารถึงชาติใดชาติหนึ่งผ่านการโจมตีประเทศ มันเป็นการรุกรานอย่างชัดเจน ถ้าพวกเขาต้องการพาดพิงว่าเป็นการส่งสารหรืออะไรก็ตาม การพูดแบบนี้มันไม่สมเหตุสมผลความสมเหตุสมผลคือ สหรัฐฯจริงจังกับการหาทางออกหรือไม่ ไม่ว่าจะทั้งในซีเรียหรือเกาหลีเหนือ หากพวกเขายังส่งสารลักษณะนี้ นั่นก็เท่ากับว่าสหรัฐฯไม่ได้พูดในฐานะรัฐที่มีความรับผิดชอบหรือรัฐบาลที่มีความรับผิดชอบ มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการส่งข้อความ มันเกี่ยวกับการวางตัว
       
              สำนักข่าวกลางเกาหลีหนือ(เคซีเอ็นเอ) ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีหนังสือที่คิม จองอึน ผู้นำของพวกเขาส่งถึงประธานาธิบดีบาชาร์อัลอัสซาด ในวาระครบ 70 ปีแห่งการประกาศเอกราชของซีเรีย ระบุว่า ผู้นำเกาหลีเหนือได้ส่งความปรารถนาดีในนามของประชาชนชาวเกาหลีเหนือ ให้กับผู้นำซีเรีย พร้อมให้คำมั่นว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือพร้อมให้การสนับสนุนต่อรัฐบาลซีเรีย และประชาชนชาวซีเรียในทุกรูปแบบเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากศัตรูที่มาจากนอกประเทศที่กำลังดำเนินความพยายามทุกวิถีทาง เพื่อคุกคามอธิปไตยและความมั่นคงของซีเรียอยู่ในเวลานี้
       
              ปี 2013 เกาหลีเหนือเคยปฏิเสธข่าวลือว่าพวกเขาส่งกองกำลังเข้าช่วยเหลือรัฐบาลซีเรีย หลังจากสื่อมวลชนรายงานว่าเกาหลีเหนือส่งคณะที่ปรึกษาทางทหารและนักบินเฮลิคอปเตอร์เข้าประจำการในซีเรีย
       
            ทัมมาน สุไลมาน ยังบอกต่อว่า การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ไม่ควรเป็นเป้าหมายของประเทศไหนๆ แต่เข้าใจดีในกรณีของเกาหลีเหนือ เข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาถึงพยายามเสริมสร้างศักยภาพทางนิวเคลียร์เพื่อเผชิญหน้ากับการรุกรานของสหรัฐฯ ที่รุกรานพวกเขามาโดยตลอด

 

(ชมคลิปตั้งแต่เริ่มต้น ถึง นาทีที่ 6.30)




 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฏฐธิดา สิทธิผล