ตอบไม่ตรงคำถาม!?!? 4 แกนนำ นปช.เข้าพบ ตร.พัทยา ตามหมายเรียก คลุมเครืออยู่เบื้องหลังมวลชนเสื้อแดงบุกล้มประชุมอาเซียนซัมมิทปี 52 (มีคลิป)

Publish 2017-05-09 14:58:02

          เมื่อเวลา 10.00 น.วานนี้ (8 พ.ค.) 4 แกนนำ นปช.ประกอบด้วย นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สหัส โหรวิชิต รอง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ปฏิบัติราชการรอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา    เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ในคดียุยงส่งเสริมปลุกปั่นให้เกิดความปั่นป่วน และสมคบกันเกิน 10 คนขึ้นไป กรณีพากลุ่มมวลชนยกขบวนไปปิดล้อม และล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรือ “อาเซียนซัมมิท” ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมรอยัลคลิฟบีชรีสอร์ท เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเดือนเมษายน 2552 ที่ผ่านมา โดยมี นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายก่อแก้ว พิกุลทอง พร้อมแกนนำ นปช. ทนายความ และกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจ
       
          ด้านพ.ต.อ.สหัส เผยว่า จากเหตุการณ์บุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในปี 2552 ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นั้น ปัจจุบันได้มีการดำเนินคดีในส่วนของผู้ที่กระทำผิดไปแล้ว โดยศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือ จำคุกพวกที่ก่อเหตุรวม 12 คน เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา และปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษพัทยา จ.ชลบุรี

“คดีนี้แม้ว่าจะเกิดเหตุที่เมืองพัทยา แต่ก็มีความเกี่ยวข้อง และเกี่ยวพันกันหลายส่วนจึงได้รวบรวมหลักฐาน และกล่าวโทษ อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาระบุว่าลักษณะของการกระทำอยู่ในพื้นที่ของนครบาล และมีการแจ้งข้อกล่าวเพื่อดำเนินคดีไปแล้วนั้น คงต้องว่ากันไปตามการพิจารณา ยกตัวอย่าง คดีฆาตกรรมซึ่งมีการจ้างวานจากผู้บงการที่อยู่ต่างพื้นที่แต่ก็คงต้องเรียกมาดำเนินคดีเช่นกัน   ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาจะเรียกร้องความเป็นธรรมได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย สำหรับในส่วนของผู้ถูกกล่าวหาที่ยังไม่มารายงานตัว ก็จะเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อขออนุมัติหมายเรียก และหมายจับต่อไป” พ.ต.อ.สหัส กล่าว

          ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.กล่าวว่า ได้เดินทางพร้อมพวกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหลังจากกรณีนี้เกิดขึ้นมาแล้วกว่า 8 ปี ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการนำข้อมูล และถอดเทปจาก สน.ดุสิต มาตั้งเป็นข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม จากนี้คงต้องขอเวลาในการคัดลอกเทปคำปราศรัยเพิ่มเติมมาประกอบเนื่องจากตามข้อกล่าวหานั้นไม่มีเนื้อหาที่ครอบคลุมเท่าที่ควร
   

          ส่วนการบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่เมืองพัทยานั้น ในช่วงหลังเกิดเหตุมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา และกล่าวหาผู้กระทำผิด ซึ่งครั้งนั้นมีมติให้ส่งฟ้องกลุ่มแกนนำที่เดินทางมาเข้าร่วมที่เมืองพัทยาเท่านั้น ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือปราศรัยร่วมก็แบ่งแยกชัดเจนว่าให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของพื้นที่ หรือ สน.ดุสิต เป็นผู้ดำเนินการ จึงไม่เข้าใจว่าขอบเขตอยู่ตรงไหน แต่เมื่อมีการฟ้องร้องกล่าวโทษซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการอย่างถูกต้อง ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาก็คงต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เอกสารเพื่อมาต่อสู้กันต่อไป
 



 

 

 

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ณัฏฐธิดา สิทธิผล