ยิ่งกว่าไสยศาสตร์!?!? "คิงพาวเวอร์" อยู่ยงคงกระพัน มีหลักฐานมากแค่ไหนก็เอาผิดไม่ได้ (มีคลิป)

Publish 2017-05-23 14:45:41

            วันนี้ ( 23 พ.ค. 60) รายการทีนิวส์ สด ลึก จริง ได้มาไขปมปัญหาในการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี กำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่ของประเทศ ที่อาจนำไปสู่การยกเลิกสัญญาที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) หรือ AOT ทำไว้กับเอกชนเพียงรายเดียวแต่มีผลประโยชน์ปีละ 5-6 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันอาจนำไปสู่กระบวนชำระสะสางเอาผิดข้าราชการในกรมศุลกากร คณะผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย ในความผิดโทษฐานเพิกเฉย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

 

 

             ล่าสุดสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มอบหมายให้ นางภัทรา โชว์ศรี ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 1 ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ ตผ 0042/1705 ลงวันที่ 21 เมษายน 2560 ไปถึงอธิบดีกรมศุลกากร เพื่อขอให้กรมศุลกากรพิจารณาดำเนินการภายใน 60 วัน เนื่องจาก สตง.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบร้านค้าปลอดอากรในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้วพบว่า บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ดำเนินการที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐใน 2 ประเด็น

 


            ประเด็นแรก เอกชนคู่สัญญาปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายศุลกากร โดยมีการส่งเสริมให้นำสินค้าปลอดอากรเข้ามาบริโภคในประเทศ การปฏิบัติดังกล่าวของเอกชน ขัดต่อประกาศของกรมศุลกากร ที่ 20/2549 ที่กำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับร้านค้าปลอดอากรขาออกในสนามบิน เป็นการให้สิทธิแก่ผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศ ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อนำสินค้าปลอดอากรออกไปนอกราชอาณาจักร โดยบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ได้รับอนุญาตให้ขายสินค้าให้กับผู้ที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ ร้านค้าปลอดอากรขาออกในสนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของสตง.พบว่า บริษัท คิงเพาเวอร์ฯ ได้ขายของในลักษณะ Pre-order หรือ ซื้อขายออก-รับขาเข้า โดยผู้ซื้อไม่ได้นำของออกไปนอกราชอาณาจักร แต่กลับเปิดทางให้มารับสินค้าในวันเดินทางถึงประเทศไทย

 

 

             นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน Sale Daily Report by Airport ที่เกี่ยวข้องกับรายได้ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่า รายการขายสินค้าปลอดอากรในลักษณะของการขายแบบ Pre-order เป็นการขายของที่ผู้ซื้อชำระค่าสินค้าแล้ว มารับสินค้าในวันเดินทางกลับถึงประเทศไทย

 

 

            ขณะเดียวกัน เมื่อได้ตรวจสอบเครื่อง Point Of Sale (POS) ณ จุดรับสินค้าสั่งจอง ซึ่งเดิมเรียกว่าจุดส่งมอบสินค้า (Pick-up Counter) บริเวณสายพานรับกระเป๋าที่ 16 ติดกับร้านปลอดอากรขาเข้า ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า พบว่าเครื่อง POS ที่ตั้ง ณ จุดดังกล่าว NO.D141 เป็นเครื่องเดียวกับเครื่อง POS ที่ใช้ในการขายแบบ Pre-order ใน Sale Daily Report by Airport

 



            หนังสือของ สตง.ระบุชัดว่า การขายของออกจากร้านค้าปลอดอากรขาออก ที่ไม่ได้มีการนำของออกนอกราชอาณาจักรของบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ซึ่งเป็นผู้ขออนุญาตจัดตั้งร้านปลอดอากรจึงไม่เป็นไปตามประกาศของกรมศุลกากรที่ 20/2549 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2549 ข้อ 6.4 ผู้ซื้อต้องนำของออกนอกราชอาณาจักร การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการซื้อเพื่อนำเข้ามาบริโภคภายในประเทศ ซึ่งต้องเสียภาษีอากร

 

 

            ทั้งนี้ จากการสุ่มตรวจสอบการขายแบบ Pre-order ตามรายงาน Sale Daily Report by Airport จำนวน 3 เดือนพบว่า มียอดขายรวม 3 หมื่นรายการเศษ มูลค่าการซื้อขายรวม 164.66 ล้านบาท ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะต้องเสียภาษีอากรตามประเภทสินค้าทั้ง อากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการคำนวณเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างเดียวโดยไม่นำภาษีอื่นมารวมสินค้าที่ขายออกไปจะต้องเสียภาษีให้รัฐรวม 11.5 ล้านบาท


            ประเด็นที่สอง บริษัท คิงเพาเวอร์ฯกำหนดให้มีจุดส่งมอสินค้า(Pick-up Counter) ของร้านค้าปลอดอากรขาออกในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งตามประกาศกรมศุลกากรที่ 20/2549 ข้อ 6.3.3(2) กำหนดให้ร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมืองมีจุดส่งมอบสินค้าโดยได้รับความเห็นชอบจากกรมศุลกากร สำหรับร้านค้าปลอดอากรขาออกในสนามบินไม่มีกำหนดจุดส่งมอบสินค้า

 

 

            อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบการขายสินค้าปลอดอากรของบริษัทคิงเพาเวอร์ฯของสตง.พบว่า มีการขายแบบซื้อขาออก-รับขาเข้า (Pre-order) โดย กำหนดจุดส่งมอบสินค้า เพื่อให้ผู้ซื้อมารับสินค้าในวันเดินทางกลับถึงประเทศไทยบริเวณสะพานรับกระเป๋าชั้น 2 ซึ่งไม่ได้กำหนดให้มีจุดส่งมอบสินค้า การกระทำดังกล่าวจึงขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ของการกำหนดจุดส่งมอบสินค้าในสนามบินที่กำหนดให้เฉพาะร้านค้าปลอดอากรในเมืองที่มีจุดส่งมอบสินค้า จึงเป็นการดำเนินการโดยไม่มีกฎหมายรองรับ

 

             นอกจากนี้จากการเฝ้าสังเกตุของ สตง.ในช่วงเดือนธันวาคม 2559 พบว่า จุดส่งมอบสินค้า (Pickup Counter) ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นจุดรับสินค้าสั่งจอง (Collection Point) และเป็นการตอกยํ้าว่าเป็นการซื้อขาออกมารับของที่ขาเข้าแล้วนำมาบริโภคภายในประเทศ

 


            ดังนั้น ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 ขอให้อธิบดีกรมศุลกากร พิจารณา ดำเนินการตรวจสอบบริษัท คิงเพาเวอร์ฯ ที่ดำเนินกิจการร้านค้าปลอดอากรขาออกในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขายสินค้าให้ผู้ซื้อ แต่ไม่ได้นำสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร โดยการขายแบบ Pre-order ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


            ขณะเดียวกันให้กรมศุลกากรดำเนินการขยายผล จากการตรวจสอบของ สตง. และเรียกเก็บภาษีอากรพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม จากการขายแบบ Pre-order ทั้งหมดให้ครบถ้วน จากบริษัท คิงเพาเวอร์ฯ ที่ดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาออกในสนามบินสุวรรณภูมิ และตรวจสอบเพิ่มเติมในส่วนของสนามบินภูมิภาค หากพบว่ามีการดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ก็ให้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีอากรให้ครบถ้วน และรายงานแจ้งผลการตรวจสอบ และแจ้งเรียกเก็บภาษีอากร พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบโดยด่วน

 

           นอกจากนี้ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาออกในสนามบินขายสินค้า โดยไม่ได้มีการนำของออกไปนอกราชอาณาจักรจริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายทั้งทางอาญา และแพ่งกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งบริษัท คิงเพาเวอร์ฯและเจ้าหน้าที่



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธนาภรณ์ เกตุชาติ