วันนี้ 84 ปีที่แล้ว!! พระยาพหลพลพยุหเสนา “ยึดอำนาจ” พระยามโนฯ นั่งนายกฯ คนที่ 2 ของประเทศ เป็นนายกฯ 5 สมัย ไม่มีแม้แต่เงินเผาศพตัวเอง

วันนี้ 84 ปีที่แล้ว!! พระยาพหลพลพยุหเสนา “ยึดอำนาจ” พระยามโนฯ นั่งนายกฯ คนที่ 2 ของประเทศ เป็นนายกฯ 5 สมัย ไม่มีแม้แต่เงินเผาศพตัวเอง

Publish 2017-06-20 17:23:44

วันนี้วันที่ 20 มิถุนายน 2560 ซึ่ง ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 84 ปีที่ผ่านมา ตรงกับวันที่ 20 มิถุนายน 2476 ก็เกิดเหตุการณ์สำคัญกับประวัติศาสตร์ชาติไทย นั่นก็คือ พระยาพหลพลพยุหเสนา “ยึดอำนาจ” การบริหารประเทศจาก ทางด้านรัฐบาลพระยามโนปกรณ์

 



“ประกาศของผู้ยึดอำนาจการปกครองประเทศ

ด้วยคณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดิน ณ บัดนี้ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญโดยเริ่มต้นปิดสภาผู้แทนราษฎร แล้วงดใช้รัฐธรรมนูญ คณะทหารบก ทหารเรือ จึงได้ดำเนินการเพื่อให้มีการเปิดสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ขอประกาศให้ราษฎรประชาชนทั้งหลายอย่ามีความตระหนกตกใจจงช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

คณะนี้ได้จัดการไปแล้วคือ ได้โทรเลขกราบบังคมทูลพระกรุณาไปยังพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ตามนัยที่กล่าวมาแล้ว กับได้ให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง และได้แจ้งให้กระทรวง ทบวงการ ดำเนินราชการไปเช่นเคย ทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วไปแล้ว

วังปารุสกวัน วันที่ 20 มิถุนายน พุทธศักราช 2476

นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา
นายพันโท หลวงพิบูลสงคราม เลขานุการฝ่ายทหารบก
นายนาวาโท หลวงศุภชลาศัย เลขานุการฝ่ายทหารเรือ

ต้นเหตุอันนำไปสู่การปิดสภาของพระยามนโนปกรณ์ฯ มาจากความขัดแย้งภายในสภา หลังหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) เสนอ “เค้าโครงเศรษฐกิจแห่งชาติ” ที่ให้รัฐออกพันธบัตรซื้อที่ดินทำกินทั้งหมด ทำให้ชาวนาชาวไร่มีสภาพเป็นลูกจ้างของรัฐ ซึ่งถูกโจมตีอย่างหนักว่าเป็นการวางโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบบเดียวกับคอมมิวนิสต์ ดังพระบรมราชวินิจฉัยของรัชกาลที่ 7 ว่า

“โครงการนี้นั้นเป็นโครงการอันเดียวอย่างแน่นอนกับที่ประเทศรัสเซียใช้อยู่ ส่วนใครจะเอาอย่างใครนั้นข้าพเจ้าไม่ทราบ สตาลินจะเอาอย่างหลวงประดิษฐ์ฯ หรือหลวงประดิษฐ์ฯจะเอาอย่างสตาลินก็ตอบไม่ได้ ตอบได้ข้อเดียวว่าโครงการทั้ง 2 นี้ เหมือนกันหมด”

และในระหว่างการประชุมสภาวันที่ 31 มีนาคม 2475 พระยามโนปกรณ์และพระยาทรงสุรเดชได้อ้างเหตุว่าในการประชุมก่อนหน้านั้นหนึ่งวันมีสมาชิกบางรายพกอาวุธเข้าที่ประชุม จึงนำกำลังทหารประมาณหนึ่งกองร้อยเข้ามาควบคุมการประชุมของสภา ทำให้มีการโจมตีการใช้อำนาจอย่าง “เผด็จการ” ของพระยามโนปกรณ์



วันรุ่งขึ้น (1 เมษายน 2476 ซึ่งขณะนั้นถือเป็นวันขึ้นปีใหม่) รัฐบาลพระยามโนปกรณ์ฯ ได้ออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อปิดสภาและงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เข้าลักษณะเป็นการ “รัฐประหาร” ประการหนึ่ง ทำให้อำนาจบริหารและนิติบัญญัติมาขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี โดยอาศัยอำนาจของกษัตริย์ในรูปของพระราชกฤษฎีกา จนทำให้สื่อล้อเลียนว่าเป็นระบอบ “มโนเครซี่”

วันที่ 2 เมษายน รัฐบาลพระยามโนปกรณ์ได้ออกพระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์ โดยไม่ผ่านการพิจารณาของสภา บีบให้หลวงประดิษฐ์ฯ ต้องเดินทางไปต่างประเทศในวันที่ 12 เมษายน

ในช่วงนี้มีหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจของพระยามโนปกรณ์ถูกสั่งปิดไปหลายสำนัก เช่น กรุงเทพฯวารศัพท์ ด้วยข้อหาเป็นเสี้ยนหนามต่อแผ่นดิน หลักเมือง ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมมิวนิสต์ ตามมาด้วย ประชาชาติ และไทยใหม่

ถึงวันที่ 18 มิถุนายน พระยาพหลฯ พระยาทรงสุรเดช พระยาฤทธิอัคเนย์ และพระประศาสน์พิทยายุทธ์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี โดยอ้างปัญหาสุขภาพ ก่อนที่ในวันที่ 20 มิถุนายน พระยาพหลฯจะนำกำลังเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพระยามโนปกรณ์ โดยอ้างว่ามีเหตุผลสำคัญเพื่อ “ให้เปิดสภาผู้แทนราษฎร” เท่านั้น (คำกราบบังคมทูล 20 มิถุนายน 2476 ลงนามโดย พระยาพหลฯ หลวงพิบูลย์สงคราม และหลวงศุภชลาศัย)

 

 

 


พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี
คนที่ 2 ของประเทศไทย มีนามเดิมว่า "พจน์ พหลโยธิน"
ท่านเกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2430 ณ บ้านหน้าวัดราชบูรณะ
จังหวัดพระนคร

การศึกษา

* โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม)
* โรงเรียนสุขุมาลวิทยาลัย
* โรงเรียนนายร้อยทหารบก
* พ.ศ. 2446 โรงเรียนนายร้อยทหารบก เมืองโกรสลิสเตอร์ เฟล เด
ประเทศเยอรมนี
* พ.ศ. 2455 โรงเรียนช่างแสง ประเทศเดนมาร์ก (1 ปีก็ถูกเรียกตัวกลับ
เนื่องจากเงินทุนการศึกษาไม่เพียงพอ)

บทบาททางการเมือง

* วันที่ 24มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้ร่วมกับคณะราษฎรโดยเป็นหัวหน้า
คณะราษฎรทำการยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสมบูรณา
ญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย จนได้รับฉายาว่า "เชษฐบุรุษ
ประชาธิปไตย" จากบทบาทที่มีค่อนข้างสูงในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
เพราะเป็นผู้นำคณะราษฎรฝ่ายทหารบก และหลังจากที่คำว่าประชาธิปไตย
ได้ถูกบัญญัติและเผยแพร่ไป มีชาวบ้านบางคนคิดว่า เป็นชื่อของลูกชายของ
พระยาพหลพลพยุหเสนาด้วยซ้ำ

* วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2476 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 1
โดยการทำรัฐประหารรัฐบาลของ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

* วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2476 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2

* วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2477 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 3

* พ.ศ. 2477 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

* พ.ศ. 2478 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลัง

* วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2480 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 5
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ

* วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2480 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 5

* วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2481 ยุบสภาและลาออกจากตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรี

* พ.ศ. 2487 แม้พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนาจะวางมือจากตำแหน่ง
สูงสุดทางการเมืองแล้ว ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านได้ดำรงตำแหน่ง
แม่ทัพใหญ่ และได้รับยศ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา


เมื่อท่านถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2490
สิริรวมอายุ 60 ปี ท่านมีเงินเหลืออยู่เพียง 177 บาท เท่านั้น รัฐบาลต้อง
เข้ามาช่วยเหลือจัดการศพให้ท่าน


ท่านจึงสมควรได้รับการยกย่องว่า เป็นคนดีศรีสังคมไทย
ที่คนไทยควรทราบและยกย่องท่านอย่างเต็มความภาคภูมิใจ

ที่มา silpa-mag.com


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล

ติดตามข่าวอื่นๆ