จะต้องสูญเสียอีกเท่าไหร่!! สลดน้องพิมพ์ดญ.วัย 11 ถูกส่งต่อนิติเวช ครอบครัวเศร้าหาเช้ากินค่ำ เสียค่ารถตามหาจนหมดตัว เพจดังระดมทุนช่วยเงินทำศพ

Publish 2017-06-22 12:49:13

จากกรณีสองสามีภรรยา แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปลวกแดง จ.ระยอง ว่าลูกสาววัย 11 ปี หรือน้องพิมพ์ เรียนอยู่ชั้น ป.5 ซึ่งเป็นเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ พูดไม่ค่อยชัด ได้หายตัวไปในชุดนักเรียนเมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้เห็นว่านั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ชายคนหนึ่งรูปร่างสูง ตัดผมสั้นเกรียน สวมเสื้อสีเขียว กางเกงขาสั้น อายุประมาณ 40 ปี ออกไปจากหน้าโรงเรียน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดติดตามตัว นำไปสู่การจับกุมชายผู้ต้องสงสัยเป็นคนงานก่อสร้างแถวนิคมอุตสาหรรมเหมราช ซึ่งเคยไปมาหาสู่บ้านพ่อของเด็กจนคุ้นเคย โดยให้การวกวน พร้อมยึดรถจักรยานยนต์พบว่ามีคราบเลือดติดอยู่ และเศษเส้นผมติดอยู่ล้อหน้า

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปลวกแดง ประสานหน่วยกู้ภัย จัดชุดประดาน้ำค้นหาในสระน้ำใกล้จุดที่พบชายต้องสงสัยในกล้องวงจรปิด ซึ่งไม่พบแต่อย่างใด โดยมีรายงานว่า ช่วงดึกที่ผ่านมา ได้พบศพเด็กหญิงแล้ว ถูกซุกอำพรางในป่ารกร้างใกล้แคมป์คนงานแถวนิคมอุตสาหกรรมเหมราช อ.ปลวกแดง ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบเค้นชายต้องสงสัย จนไปพบศพเด็กหญิงผู้โชคร้ายดังกล่าว



ทั้งนี้ก่อนจะพบศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.ปลวกแดง ได้ตรวจกล้องวงจรปิดที่ร้านค้าหน้าโรงงานแอลจี พบว่าชายต้องสงสัยได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สแมช 110 สีดำ-แดง ทะเบียน ปขธ 12 กท. มีเด็กนักเรียนหญิงนั่งซ้อนท้ายผ่านไป ซึ่งน่าจะเป็นเด็กหญิงที่หายตัวไป จึงนำภาพดังกล่าวไปให้บิดาและมารดาของเด็กหญิงดู ซึ่งทั้งสองดูแล้วบอกว่าชายคนดังกล่าวคือนายวิชัย โชติเสนา อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163/1 หมู่ 1 ตำบลตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ทำงานเป็นช่างก่อสร้างอยู่ที่เดียวกับพ่อของเด็กหญิง จากนั้นจึงได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่นายวิชัยทำงาน ซึ่งกำลังเทปูนอยู่ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับหน้าถอดสี และถูกคุมตัวมาสอบสวนที่สภ.ปลวกแดงทั้งวัน ซึ่งนายวิชัย ปฎิเสธไม่รู้ไม่เห็น

แต่ในที่สุดนายวิชัยก็รับสารภาพว่าเด็กหญิงตายแล้วจริง แต่ไม่ได้ฆ่า พร้อมเล่าให้ตำรวจฟังว่าเย็นวันที่ 20 มิ.ย. ได้ขี่รถจักรยานยนต์จะไปรับลูกชายที่โรงเรียน แต่ลูกชายกลับไปกับจักรยานยนต์รับจ้าง ขณะนั้นเห็นเด็กหญิงผู้ตายเดินมา จึงได้ชวนให้ไปด้วยกันจะพาไปหาพ่อแม่ โดยนั่งซ้อนท้ายวิ่งออกมาจากโรงเรียนบ้านคลองกรำ ถึงถนนสายปลวกแดง-โรงน้ำตาล ก่อนเลี้ยวขวาไปตามถนนผ่านหน้าวัดจอมพลเจ้าพระยา เมื่อไปถึงทางโค้งใกล้โรงเรียนชุมชนบริษัทน้ำตาลตะวันออก เด็กที่นั่งมาด้วยได้ตกจากรถจนคอหักเสียชีวิต ตนกลัวจึงได้นำร่างเด็กย้อนกลับมาแล้วเลี้ยวเข้าซอยข้างวัดจอมพลเจ้าพระยา ลอดใต้สะพานแล้วเลี้ยวขวาไปทางสวนยางพาราและสวนปาล์มแล้วเข้าไปในไร่มันที่ติดกับป่าหญ้ารก ได้อุ้มเด็กเข้าไปในป่าหญ้าดังกล่าว จับถอดเสื้อผ้าจนเด็กเปลือย แล้วเอาเสื้อผ้าใส่กระเป๋านักเรียนของเด็กแล้วโยนไว้ใกล้ๆ โดยนายวิชัยบอกว่าไม่ได้ฆ่าเด็ก และไม่ได้ข่มขืน แต่เด็กตกรถคอหักตาย


ล่าสุดวันนี้ 22 มิ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ Suriya Okoon ได้โพสต์ภาพพ่อแม่ของน้องพิมพ์ และเขียนอธิบายว่า...พฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน 2560 เจ๊หมวยแกมีตังค์ติดตัวบ้างไหมนะ? เห็นว่าเมื่อคืนก็แทบไม่มีซักบาท เป็นคนหาเช้ากินค่ำไปวันๆ 2 วันที่ผ่านมาก็หมดค่าน้ำมัน ในการตามหาลูกเยอะอยู่ วันนี้ต้องเดินทางไปนิติเวช พอแกกลับมา แกต้องจัดงานศพลูกอีก อยากช่วยแกจัง ร้อยสองร้อยก็ยังดี ครอบครัวเขาไม่ค่อยมี ถ้าแกกลับจาก กทม. ว่าจะเข้าไปบ้านแกอีกรอบ จะไปขอบัญชีธนาคาร และในวันเดียวกันทางเพจ Social Hunter ได้โพสต์ข้อความเพื่อเปิดรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวน้องพิมพ์เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งผู้ใจบุญสามารถช่วยเหลือได้ที่บัญชี นายหนูรัตน์ เชื้อนกขุ้ม ธ.กสิกรไทย เลขบัญชี 001-8-10106-8 สาขานิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์น

ซึ่งอย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้ที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตายกับนายวิชัย แต่ได้ให้ตำรวจชุดสายสืบประกบตัวนายวิชัย ในห้องสอบสวน และวันที่ 22 มิ.ย. นี้จะไปขอหมายจับจากศาลแล้วถึงจะจับกุมตัวนายวิชัยอย่างเป็นทางการ ซึ่งขณะนี้จะให้กู้ภัยฯนำศพเด็กหญิง ไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวชว่าเด็กตายอย่างไรและถูกข่มขืนด้วยหรือไม่


ขอบคุณ : Suriya Okoon , Social Hunter



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน