ตลก-สุนทรีย์-มีวินัย นี่แหละ "นายกฯประยุทธ์" ดูรวมๆแล้วมีสีสัน กลอน-เพลง-มุก มาครบจัดเต็ม (มีคลิป)

Publish 2017-06-28 10:16:30

บทกลอน ประเทศไทย 4.0 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แต่งขึ้นและเผยแพร่ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา ต้องเรียกว่าไม่ธรรมดา จึงยกฉายาให้เป็น "สุนทรตู่" อย่างไม่มีข้อกังขา

อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูอดีตจะพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเจ้าตัวเคยเปิดเผยว่าชอบการเขียนหนังสือและแต่งกลอนมาตั้งแต่สมัยเรียน 

จะเห็นว่าภายหลัง คสช. ยึดอำนาจไม่กี่วัน  พล.อ.ประยุทธ์ คลอดเพลงแรกออกมาคือ "เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย" พร้อมกับค่านิยม 12 ประการ โดยแต่งเป็นกลอนคล้องจองสละสลวย จนในที่สุดค่านิยม 12 ประการ ก็ถูกนำไปใส่ทำนอง ร้องเป็นเพลง

จนเมื่อครบรอบ 1 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ออกซิงเกิลใหม่ "เพราะเธอคือประเทศไทย" ต่อมาปี 2559 มีเพลง "ความหวังความศรัทธา" โดยมีจุดมุ่งหมายถึงความหวังความศรัทธาที่จะสามารถสร้างพลังยิ่งใหญ่ได้ แต่คนไทยทั้งชาติจะต้องร่วมมือร่วมใจ และรวมพลังของความเป็นไทยอย่างไม่ท้อแท้เพื่อไปสู่เป้าหมาย 

เพลงใหม่ล่าสุดของ "บิ๊กตู่" ออกมาในปี 2560 นี้เอง คือเพลง "สะพาน" โดยมีความหมายว่า พร้อมจะเป็นสะพานก้าวผ่านความทุกข์ทั้งมวลในเวลานี้ แต่ทุกคนต้องช่วยกัน 

สำหรับบทกลอน เจ้าตัวเคยเปิดเผยว่า เมื่อเมื่อครั้งที่จีบภรรยา รศ.นราพร จันทร์โอชา ก็ได้แต่งกลอนในตอนจีบด้วย เพราะโดยส่วนตัวแล้วถือว่าเป็นคนโรแมนติก ชอบทำเรื่องสนุก แต่ไม่ชอบความขัดแย้ง หรือทะเลาะกับใคร
 




ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยระหว่างร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2559 ว่า "เรื่องแฟน ผมคบทีละคน เพราะต้องให้เกียรติผู้หญิง แต่เชื่อในบุพเพสันนิวาส ทุกคนมีชะตากรรม มีคู่อยู่แล้ว นักเรียนนายร้อยส่วนใหญ่มีแฟนตอนปี 3 แฟนส่วนใหญ่เป็นครู เป็นหมอ เพราะอยู่ในวงราชการพบกันบ่อย ส่วนแฟนคนแรกของผมจำไม่ได้แล้ว เพราะแฟนไม่ใช่ภรรยา และปกติผมเป็นคนพูดเก่ง โรแมนติก คิดแต่สิ่งดีๆ มองต้นไม้ใบหญ้า ก็สามารถแต่งเป็นกลอนได้"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ชอบเขียนกลอนและเขียนหนังสือ ชอบภาษาไทย ส่วนภรรยาที่มาเจอกัน เพราะผมเรียนภาษาอังกฤษเพื่อไปต่างประเทศสัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 1-2 ชั่วโมง และอายุไล่เลี่ยกัน แต่งงานกันตอนอายุ 34 ปี สมัยเป็นร้อยเอก แต่จะหวานกันมากไม่ได้ เพราะผมต้องอยู่ชายแดน" 

ยิ่งไปกว่านั้นคือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนตลกขั้นเทพ หากใครได้มีโอกาสฟังนายกฯผู้นี้ทอล์คบนเวที บอกได้คำเดียวว่าฮากระจาย เพราะโดยปกติแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นคนที่ใช้เวลาพูดค่อนข้างนาน ซึ่งบ่อยครั้งทำให้ผู้ฟังเกิดความเบื่อหน่าย และด้วยความที่ตัวเองเป็นคนตลกอยู่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ดังนั้น ระหว่างที่พูด เช่น กล่าวเปิดงาน หรือให้โอวาท ฯลฯ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่พลาดที่จะโยนมุขตลกให้ผู้ฟังได้ขบขัน มีเสียงหัวเราะ เฮฮา คลายบรรยากาศ

เมื่อยิงมุขหลายครั้งเข้า "บิ๊กตู่" ถึงกับออกปากเองว่า เห็นทีจะต้องลาออกจากนายกฯ ไปทอล์คโชว์ แข่งกับโน๊ต อุดม แต้พานิช ให้รู้แล้วรู้รอด 

 


แต่กระนั้น เมื่อต้องทำงาน ซึ่งรับผิดชอบความเป็นไปของบ้านเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตั้งมั่นอยู่ในวินัย เหมือนที่ได้รับการฝึกและปฏิบัติมาโดยตลอดเมื่อเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร โดยในฐานะนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ เคร่งครัดในกฎระเบียบ มีนิสัยจริงจังและชอบความรวดเร็วในการทำงาน 

รัฐมนตรีในรัฐบาลหลายคน ไม่ว่าจะเป็น นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือแม้แต่ พี่ใหญ่อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฯลฯ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจทำงานมาก ตรวจดูงานต่างละชิ้นอย่างละเอียด โดยเฉพาะเอกสารการประชุมคณะรัฐมนตรี เขาจะต้องอ่านทุกหน้าอย่างละเอียด จึงจะผ่านความเห็นชอบ

พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหนึ่งในนายกฯที่ดูรวมๆแล้วมีสีสันในประวัติศาสตร์การเมืองไทย...เหลือเกิน โดยมีทั้งอารมณ์จริงจังต่อการทำงานอย่างที่สุด ตลกมากที่สุด แสดงบทโหดก็โหดจนน่ากลัว กระนั้นก็มีอารมณ์ศิลปิน ชอบเขียนเพลง เขียนกลอน เรียกว่าครบเครื่องในหนึ่งเดียว



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

แสน มวลมิตร